Tab S8 แท็บเล็ตตัวใหม่จากค่าย Samsung เล็งใช้ ชิปตัวแรง Snapdragon 895

Tab S8

Samsung อาจเอาใจแฟนที่รอ Galaxy Tab S8 กันแล้ว โดยอาจนำชิพตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 895 มาใส่ในแท็บเลตตัวนี้เลยทีเดียว โดยทาง Ice Universe ได้ออกมาปล่อยข่าวลือนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ของตัวเองที่ทางยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ได้ตั้งชื่อโมเดลไว้ว่า SM-X806x ที่จะใช้ชิพรหัส SM8450 และตรงกับชิพตัวใหม่ที่ทาง Qualcomm เตรียมจะเปิดตัวในอนาคตอีกด้วย รวมถึงน่าจะเพิ่มประสิทธิภาพจากแท็บเลตรุ่นก่อนอย่างมาก หลังจากที่ในปี 2020 พวกเขาใช้ชิพ Snapdragon 865+ เท่านั้น

Tab S8-เปิดตัว

Samsung เล็งใช้ Snapdragon 895 ให้แก่ Tab S8 ของพวกเขา

สิ่งที่น่าสนใจที่ทางเว้บไซต์ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ของเราได้มานั้น แท็บเลตตัวใหม่จาก Samsung ตัวนี้พวกเขาจะใช้แอนดรอยด์ 12 ที่เป็นพื้นฐานในการออกแบบ One UI 4.0 และมาพร้อมกับแบตเตอร์ขนาดใหญ่ถึง  10,090mAh ที่น่าใช้งานได้นานกว่าที่เคย

รวมถึงรองรับการชาร์จไวที่ 45 วัตต์ด้วยกัน ส่วนทางด้านรายละเอียดสเป็คอย่างอื่นที่เคยมีการเปิดเผยออกมาก็มีทั้งหน้าจอขนาด 12.4 นิ้วพร้อมกับแผง OLED ที่มีอัตรารีเฟรชหน้าจอได้ถึง 120 เฮิร์ตซ์  ก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัวออกมาในช่วงต้นปี 2022 สำหรับแท็บเลตรุ่นสูงของพวกเขา

Tab S8-ภาพสวยสมจริง

นอกจากหน้าจอแล้ว Samsung ยังน่าจะทำTab S8 ออกมาเป็นสองรุ่นก็คือตัวธรรมดาและตัว S8+ ที่จะมีสเป็คตามที่กล่าวมาและใช้กล้องหลักสองตัวขนาด 13 MP และ 5MP ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป ส่วนทางด้านกล้องหน้าก็จะใช้เซนเซอร์ 8MP พร้อมกับรองรับการสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

ทว่าสำหรับตัวธรรมดาก็ตะมีขนาดเล็กลงที่ 11 นิ้วพร้อมแผง LCD และมีการสแกนลายนิ้วมือที่ขอบจอ ส่วนชิพยังน่าจะใช้ Snapdragon 895 เหมือนกัน อีกทั้งทางบริษัทยังมีแผนจะปล่อยตัวอัลตร้าที่ใหญ่ที่สุดของรุ่น 8 อีกด้วยและน่าจะทรงพลังกว่าทุกตัวที่กล่าวมา

Tab S8-น่าใช้

ถือว่า Samsung น่าจะเอาจริงกับแท็บเลตตัวใหม่ของพวกเขาอย่างมาก หลังจากที่มีแผนเปิดตัวออกมาถึงสามรุ่นไม่ว่าจะเป็นTab S8, S8+ และ S8 Ultra  โดยรุ่นใหญ่ที่สุดจะมีหน้าจอขนาด 14.6 นิ้ว และมีแรม 12 GB เพื่อทำงานร่วมกับความจุที่ 512GB เช่นเดียวกับแผนที่จะปล่อยอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดออกมาในอนาคตเช่นกัน

Continue Reading

Nokia แบรน์ดมือถือชื่อดังทำแท็บเลตราคาประหยัดออกมาสู่ตลาดยุคไอที

Nokia-แท็บเล็ต

ย้อนกลับไปในอดีตนั้น ทาง Nokia เคยพยายามเข้ามาตีตลาดแท็บเลตมาแล้วในช่วงปี 2013 ที่พวกเขาเคยทำตัวของ Lumia 2520  ที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ของ Window เข้ามา เช่นเดียวกับรุ่น N1 ซึ่งทั้งสองต่างไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด ก่อนที่จะไม่มีการผลิตสินค้ารุ่นต่อมาจากบริษัท

หลังจากที่พวกเขาได้รับรู้แล้วว่า แผนการตลาดนี้ไม่ได้ผล รวมถึงทาง HMD Global ก็น่าจะต้องการให้ทางแบรนด์เน้นการทำสมาร์ทโฟนมากกว่า จนกระทั่งได้เห็นโทรศัพท์มากมายหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ที่อยู่กับวงการมาเป็นเวลานาน

Nokia

Nokia เตรียมทำแท็บเลตราคาประหยัดออกมาสู่ตลาดแล้ว

แม้ว่า Nokia จะเคยล้มเหลวมาแล้วนั้น แต่จากการจดสิทธิบัตรของพวกเขาก็น่าจะทำให้คนที่สนใจ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ในวงการอาจได้เห็นแท็บเลตภายใต้การบริหารของ HMD เป็นครั้งแรก รวมถึงจะใช้ระบบแอนดรอยด์แทนจะเป็น Window อีกด้วย ซึ่งขนาดของอุปกรณ์อาจอยู่ที่ 10.36 นิ้วเลยทีเดียว แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาก็ตาม รวมถึงราคาอาจอยู่เพียงแค่ 185 ปอนด์หรือ 8,500 บาทเท่านั้น เช่นเดียวกับอาจเป็นอุปกรณ์สเป้คกลางราคาถูกที่อาจเข้ามาตีตลาดราคากลางได้เป็นอย่างดี

Nokia-ตัวอย่าง

แน่นอนว่า Nokia คงจะไม่ผลิตอุปกรณ์มาแข่งกับ iPad Pro อย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็อาจใกล้เคียงกับตัวของ Amazon Fire HD 10 ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฝั่งตะวันตกนั่นเอง ส่วนชื่อที่หลายคนคาดเอาไว้ก็น่าจะเป็น T20 ตามที่แบรนด์มักจะตั้งชื่อ C20 , G20 หรือ XR20 ไว้ก่อนหน้านี้

Nokia-สเป็ค

โดยสเป็คหลักก็อาจจะใช้แรมที่ 4GB กับหน่วยความจำที่ 64GB ด้วยกัน ซึ่งจะดีกว่า Fire HD ที่ให้แรมมาเพียง 3GB กับความจำที่ 32GB เท่านั้น รวมถึงทางบริษัทอาจปล่อยรุ่นที่สามารถใช้ซิม 4G เข้ามาดว้ยเพื่อให้สะดวกต่อการพกพามากขึ้นนั่นเอง

การลงตลาดของ Nokia กับ HMD Global ก็จะไม่ได้มีเพียงแค่การทำแท็บเลตราคาถูกเท่านั้น แต่พวกเขายังมักจะใส่ฟีเจอร์บางอย่างหรือสเป็คที่แรงกว่าคู่แข่งเล็กน้อยในราคาที่ถูกลงไปกว่าเดิม จนทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จขึ้นมาในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาที่ไม่เกิน 200 ปอนด์หรือ 9,000 บาทก็คงจะทำให้มีคนหันไปลองใช้อุปกรณ์ในราคาประหยัดของพวกเขามากกว่าจะทุ่มซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงในตลาด

Continue Reading

ระบบยืนยันตัวตน ใน iOS15ของค่ายดัง Apple อาจใช้รูปแบบการเซลฟี่ด้วยใบหน้า

ระบบยืนยันตัวตน-แบบใหม่

ทาง Apple คงจะชื่นชอบการใช้งานสแกนใบหน้าไม่น้อย เมื่อใน iOS15 จะทำการนำเอาระบบ Face ID มาใช้ใน ระบบยืนยันตัวตน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นอย่าง Wallet มากขึ้นนั่นเอง แม้ว่าฟีเจอร์ที่ทางบริษัทจะเพิ่มเข้ามายังไม่มีการเปิดใช้งานในเวอร์ชั่นเบต้าก็ตาม แต่หนึ่งในนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของแบรนด์ก็เริ่มออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่น่าจะใช้ให้สมาร์ทโฟนไม่เสี่ยงต่อการถูกแอบเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงระบบสแกนหน้ายังจะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักของอุปกรณ์ทุกตัวในอนาคตแล้ว

ระบบยืนยันตัวตน-ios15

Apple อาจใช้การเซลฟี่เพื่อ ระบบยืนยันตัวตน ใน iOS15

การเขียนโปรแกรมในระบบ iOS15 ก็มีฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกซ่อนไว้ในตัวเบต้าจนยังไม่มีใครได้สัมผัส แต่ก็มีข้อมูลที่เรา ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้รับการเปิดเผยว่า ฟีเจอร์เพื่อรักษาความปลอดภัยในระบบตัวใหม่นี้จะถูกเพิ่มเข้ามาอย่างแน่นอน โดยการตั้งค่าบัตรประชาชนใน iPhone เพื่อในแอพพลิเคชั่นอย่าง Wallet นั้นก็จะบังคับให้มีการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการปลอมแปลงบุคคลผ่านอุปกรณ์จาก Apple อีกด้วย ซึ่งวิธีการยืนยันตัวง่าย ๆ  เลยก็ถือการถ่ายรูปเซลฟี่ของตัวเองเข้ากับระบบนั่นเอง

ระบบยืนยันตัวตน-การเปิดใช้งาน

แม้ว่าการสแกนใบหน้าจะเป็นเรื่องใหม่ใน iOS15 ก็ตาม แต่แอพพลิเคชั่นของธนาคารบางตัวก็เริ่มบังคับให้ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนผ่าน Face ID  มาแล้ว ก่อนที่ทาง Apple จะเห็นแนวทางรักษาความปลอดภัยของตัวเองจนนำเอาฟีเจอร์สำคัญนี้เข้ามา ซึ่งวิธีการสแกนก็จะต้องหันกล้องไปมาเพื่อจับลักษณะของใบหน้า ทั้งการหันข้าง ยักคิ้ว ยิ้มหรืออ้าปาก หลังจากที่ผู้ใช้ได้นำเอาข้อมุลบัตรประชาชนเข้าไปไว้ในระบบแล้วก็ทำการยืนยันใบหน้าอีกครั้งหนึ่งก็จะสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขโมยตัวตนไปได้อีกด้วย

ระบบยืนยันตัวตน-บนมือถือ

นับว่า Apple ก็มองความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นหลักอยู่เสมอ หลังจากที่ iOS15 และอุปกรณ์ตัวใหม่ในอนาคตก็จะใช้ Face ID เพื่อยืนยันตัวตนอยู่เสมอ ซึ่งน่าจะเป็นอีกหนึ่งระบบรักษาความปลอดภัยพอ ๆ กับการสแกนลายนิ้วมือที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ แต่อาจเพิ่มการสแกนหน้าเข้าไปเพื่อตอบรับกับกระแสของการโจรกรรมข้อมูลจากอิเลกทรอนิกส์ที่มากขึ้น จนหลายคนเริ่มไม่มั่นใจในระบบเก่าแล้วเช่นกัน

Continue Reading

Huawei แบรนด์มือถือสมาร์ทโฟนที่กำลังยอดตกไม่ติดห้าอันดับแรกในประเทศจีน

Huawei

เป็นข่าวที่น่าตกใจไม่น้อยเลย เมื่อทาง Huawei กลับไม่ได้รับความนิยมในประเทศจีนอีกต่อไปแล้ว จนทำให้พวกเขาไม่ติดอันดับสมาร์ทโฟนขายดีห้าอันดับแรกของประเทศนั่นเอง หลังจากที่พวกเขาได้รับผลกระทบไปอย่างหนักเพราะไม่สามารถผลิตของได้เหมือนอย่างปกติ ก่อนที่การรายงานของ International Data Corporation (IDC) ที่ช่วงไตรมาสสองของประเทศจีนจะมียอดจำหน่ายโทรศัพท์เพียง 78 ล้านเครื่อง ซึ่งน้อยกว่าปีก่อนถึง 11% เลยทีเดียว ส่วนทางด้านอดีตบริษัทลูกอย่าง Honor จะกลับมาติดห้าอันดับแรกแทน

Huawei-ไม่ติดตลาดจีน

Huawei ยอดตกจนไม่ติดห้าอันดับแรกในประเทศจีน

สำหรับข้อมูลที่เรา ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้รับมานั้นมีเนื้อหาดังนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Huawei ถือว่า เป็นอดีตแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของประเทศและยังเคยก้าวไปแข่งขันระดับโลกมาแล้ว ก่อนที่จะกลายเป็นผู้แพ้ในปี 2021 ที่ไม่สามารถติดอันดับแม้แต่ 5 อันดับแรกของการแข่งขันในประเทศเลยก็ตาม

โดยชื่อของพวกเขาไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับโทรศัพท์ยี่ห้อดังอย่าง Samsung และ OnePlus ที่ไม่ได้รับความนิยมในประเทศนี้เช่นเดียวกัน รวมถึงยอดขายของพวกเขาต้องตกลงไป ซึ่งมีทาง Honor ที่แยกตัวออกมาจากพวกเขากลับทำยอดไปได้ถึง 8.9% ในตลาดจนเกาะอันดับห้าไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Huawei-ยอดตก

นอกเหนือจาก Huawei จะตกอันดับไปอย่างไม่น่าเชื่อ ทาง Apple ที่เป็นหนึ่งในคู่แข่งของพวกเขาก็มียอดขายโตขึ้นมาถึง 17%ในไตรมาสสองที่ผ่านมา หลังจากที่ทาง IDC ได้รายงานว่า พวกเขาสามารถขาย iPhone ไปได้ถึง 8.6 ล้านเครื่อง ภายในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน

ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของสมาร์ทโฟนรุ่น 12 ของบริษัท ส่วนทางด้าน Xiaomi ก็กลายเป็นยักษ์ใหญ่หน้าใหม่ของประเทศ หลังจากที่มียอดขายถึง 17.2% ในตลาด เมื่อพวกเขาขายอุปกรณ์ไปได้มากกว่า 13.4 ล้านเครื่องในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

Huawei-โดนตัดทิ้ง

ทาง Huawei คงจะต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองที่ต่างโดนทั้ง Apple, Xiaomi, Oppo, Vivo และแม้แต่อดีตลูกน้องตัวเองอย่าง Honor ทำยอดขายแซงไป หลังจากที่พวกเขาไม่มีกำลังผลิตชิพที่มากพอจะวางจำหน่ายได้นั่นเอง ซึ่งทางบริษัทก็พยายามหาทางออกอยู่ด้วยการผลิตชิพเองทั้งหมด โดยในอนาคตเมื่อชิพ Kirin ถูกผลิตได้เป็นจำนวนมาก พวกเขาก็น่าจะพร้อมกลับมาทวงบัลลังค์ของตัวเองอีกครั้งในประเทศจีนกับโลกใบนี้ 

Continue Reading

Facebook และ Google ให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศหลังโรคโควิดน้อยลง

Facebook และ Google

สำหรับข่าว Facebook และ Google เตรียมให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิส หลังจากเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่มนุษย์ทุกคนนั้นต้องอยู่กับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งก็ไม่มีท่าทีที่จะยุติลง ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ต้องปิดตัวลงและบริษัทบางส่วนที่ยังคงสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ก็ต้องให้พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น ซึ่งการทำงานที่บ้านก็เกิดขึ้นกับทุกบริษัททั่วโลกที่ยังคงดำเนินการต่อไม่เว้นแม้แต่ Facebook และ Google ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐอเมริกา

Facebook และ Google-พนังงาน

ในประเทศสหรัฐอเมริกาตอนนี้ก็เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับประชากรภายในประเทศแต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลต้า ทำให้บุคลากรในหลาย ๆ บริษัทยังคงที่จะต้องทำงานที่บ้านต่อไป แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในประเทศสหรัฐก็เริ่มที่จะดีขึ้น และทาง Facebook และ Google ที่เป็น 2 บริษัทที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ก็มีแผนที่จะให้พนักงานนั้นเริ่มกลับเข้ามาทำงานในบริษัทแล้ว

Facebook และ Google เตรียมให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิส

จากข่าวสารที่เรา ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้รับรายงานมานั้น โดยในอีเมลของ Sundar Pichai ผู้ที่เป็น CEO ของบริษัท Google ที่มีการส่งไปหาพนักงานในบริษัทโดยทางบริษัท Google ก็มีแผนการที่จะสิ้นสุดการ work from home ในช่วงวันที่ 1 กันยายน 2564 นี้ ตัวพนักงานสามารถเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ Pre – pandemic ได้แล้ว สำหรับพนักงานที่สามารถทำงานที่บ้านก็ให้ทำงานที่บ้านต่อไปได้ โดยทางบริษัทในตอนนี้ก็กำลังรอที่จะนำพนักงานส่วนใหญ่กลับมาทำงานในบริษัทจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม โดยพนักงานทุกคนที่จะกลับมาทำงานทำงานในออฟฟิศจำเป็นที่จะต้องมีการฉีดวัคซีนด้วย

Facebook และ Google

เช่นเกี่ยวกับ Vice President ของ Facebook ในฝ่ายบุคคล อย่าง Lori Goler ก็จะให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เช่นเดียวกันแต่พนักงานทุกคนที่จะเข้ามาทำงานในออฟฟิศนั้น จำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วทางบริษัทเองก็มีกระบวนการที่จะดำเนินการกับพนักงานที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือว่ามีเหตุผลอื่น ๆ ด้วย

Facebook และ Google

ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้นมีผลกระทบต่อธุรกิจมากมายเลยทีเดียวและบางครั้งการทำงานที่บ้านก็ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจนั้นสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นในประเทศที่ได้มีการฉีดมอร์ฟีนแล้วจึงเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศเพื่อให้การทำงานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Continue Reading

Modern Fans พัดลมไฮเทคล้ำสมัยเย็นแบบ Soft and comfortable จากอเมริกา

Modern Fans

พัดลม Modern Fans  เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีอีกอย่างที่ ทุกบ้านต้องมีเพราะให้ความเย็นและประหยัดไฟกว่าการใช้แอร์ พัดลมช่วยระบายความร้อนให้เราได้รับรู้ถึงความเย็น Soft and comfortable ผู้ผลิต เป็นชาวอเมริกัน ชื่อ ชอยเลอร์ วีลเลอร์ ก่อนจะผลิตเขาทำงานที่ไฟฟ้าและได้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้ามาก่อนจึงเอาไปประยุกต์เป็นพัดลมนั่นเอง สมัยนี้มีการออกแบบพัดลม Modern Fans มีหลายอย่าง พัดลมหลายขนาดและมีระบบไฟฟ้าก็มีสะดวกสบายไปหมด ราคานั้นก็อยู่ที่ความต้องการของคนใช้ถ้าใช้ที่บ้านหรือห้องนอนก็หาใช้ไซส์กลางก็กำลังดี แต่บางที่ทำงานในโรงงานซึ่งมีความร้อนสูงก็จะมีพัดลมอย่างอุตสาหกรรมที่ตัวใหญ่ลมแรงๆ มาใช้กันนั่นเอง

พัดลมไฮเทคล้ำสมัย 2021 Modern Fans

ส่วนประกอบของพัดลม  แบ่งออกเป็น 6 อย่างที่เรา lookpictures เว็บไซต์ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีได้นำมาเสนอได้แก่

  1. ตัวเครื่องพัดลม 
  2. มอเตอร์พัดลมไฟฟ้า  
  3. ตัวใช้งานสั่งหยุด สั่งเปิด หรือกลไกล
  4. ใบพัดที่ทำให้มีลมออกมาจากพัดลม 
  5. ตะแกรงคลุมใบพัดป้องกันการเกิดอันตรา
  6. ปลั๊กไฟฟ้าจากพัดลมเพราะต้องใช้ไฟฟ้าจากในบ้าน

1.Modern Fans พัดลมแบบตั้งโต๊ะเป็นพัดลมที่ใช้งานไม่เยอะนิยมใช้ไว้บนโต๊ะทำงาน หรือใช้ในไม่กี่ทียกไปตามที่ต่างๆ ง่ายไปต่างจังหวัดก็พกติดรถไปได้ด้วยสบายๆ ราคาก็ไม่แพง  และ Soft and comfortable  

Modern Fans-ตั้งโต๊ะ

2.Modern Fans พัดลมแบบตั้งพื้น พัดลมอันนี้เป็นที่นิยมใช้กันเป็นอย่างมากเพราะเป็นสิ่งจำเป็นและยังเป็นพัดลมที่มีขนาดพอดีต่อความต้องการและการนิยมใช้ภายในบ้านราคาจะสูงขึ้นมากพัดลมตั้งโต๊ะ เพราะการใช้งานได้เยอะกว่า เสริมด้วย Soft and comfortable  

Modern Fans-ตั้งพื้น

3.Modern Fans พัดลมแบบติดพนัง พัดลมอันนี้ข้อดีคือพ้นมือเด็กเล็กๆ ที่เอื้อมไปจับหรือเผลอไปแหย่ไม่ได้ความเย็นก็จะอยู่เหนือศีรษะขึ้นมาบางจุดอาจจะได้ความเย็นไม่เท่าพัดลมตั้งพื้นแต่ข้อดีต่างกันไปไปราคาเท่าๆ กันกับพัดลมตั้งพื้น

Modern Fans-ติดผนัง
6

การเลือกซื้อพัดลมนั้นให้หาตามความเหมาะสมกับการใช้งานต่อบุคคลหรือสถานที่อยู่ ราคามีให้เลือกตามกำลังและยี่ห้อแต่ละยี่ห้อนั้นต่างกัน มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยของยี่ห้อต้องไปหาและศึกษาให้ดีก่อน เน้น Soft and comfortable  เป็นหลัก

Continue Reading

e-learning เทคโนโลยีสำหรับการศึกษาที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

e-learning

เทคโนโลยี e-learning เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พี่วันนี้มีความน่าสนใจ และเป็นที่นิยมในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เกิดจากการปรับตัวเนื่องด้วยสถานการณ์ covid 19 ในรูปแบบการศึกษาเริ่มมีรูปแบบที่เป็น e-learning มากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะมา แนะนำข้อดีเทคโนโลยี e-learning ช่วยให้การศึกษามีความง่ายในการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่าเทคโนโลยีนี้เพื่อการศึกษามันมีข้อดีอย่างไรบ้าง

แนะนำข้อดีเทคโนโลยี e-learning ช่วยให้การศึกษามีความง่ายในการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น

e-learning-เรียนออนไลน์

1.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อแรกที่เรา แหล่งรวม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ได้มานำเสนอนั่นก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการที่เรานำเอาเทคโนโลยี เข้ามาใช้งาน แล้วเรานั้นสามารถออกแบบการเรียนการสอน ให้มีความน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ อาจจะทำให้นักเรียนนั้นเกิดการอยากเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

e-learning-ผ่านออนไลน์

2.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อต่อมานั่นก็คือ ออกสื่อการเรียนการสอนนั้นสามารถตรวจสอบ พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนได้ อย่างละเอียดโดยที่เรานั้นมีระบบในเรื่องของการใช้งาน เพื่อที่จะทำการตรวจเช็คได้ว่ามีนักเรียนเข้าเรียนอย่างไร สามารถนำเอาข้อมูลพวกนี้ไปปรับใช้และไปพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

e-learning-การเรียนรู้

3.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนำเพื่อนๆนั่นก็คือ เรื่องของการหาข้อมูลนั้นสามารถที่จะยืดหยุ่นจะปรับเปลี่ยนและหาข้อมูลได้อยู่ตลอดเวลา นักเรียนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาสามารถทบทวนทำความเข้าใจได้ บางทีมันอาจจะตอบโจทย์กับคนที่เรียนหลายๆคน เพราะว่ามีเวลาในการทบทวนและวางในช่วงไหนก็สามารถที่จะเข้ามาเรียนได้ ประหยัดเวลาอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อนๆทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ข้อดีในบางส่วนเท่านั้นของการ เรียนแบบ e-learning ต้องบอกเลยว่ามีความน่าสนใจที่จะไปทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เราก็ควรที่จะอัพเดทข้อมูลข่าวสารพวกนี้ให้ทันนะ เพื่อความรู้ดีๆ 

Continue Reading

ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ เทคโนโลยีใหม่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีข้อดีอย่างไร

ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ-สั่งด้วยมือถือ

สำหรับทุกวันนี้ ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีไอโอที แบบใหม่ซึ่งมีบทบาทในการใช้ชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายให้เรานั้นสามารถใช้งาน แน่นอนว่าวันนี้เราจะมาพูดถึง smart Plug เรียกกันว่าปลั๊กไฟอัจฉริยะ วันนี้เราถึงจะพาส่องข้อดีของปลั๊กไฟอัจฉริยะ  เทคโนโลยีดี ๆ ที่มาทำให้เรานั้นมีความสะดวกสบายมากขึ้น บอกเลยว่าเทคโนโลยีดีๆแบบนี้ไม่ควรพลาดเลยนะเพื่อน

ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ-ตัวอย่าง

พาส่องข้อดีของ ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ  เทคโนโลยีดี ๆ ที่มาทำให้เรานั้นมีความสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ในวันนี้ เรามาเริ่มกันที่ข้อดีแรกของเทคโนโลยี ปลั๊กไฟอัจฉริยะ มันก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการควบคุมการเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ หากว่าเราทำการเชื่อมต่ออยู่ บอกเลยว่ามันสามารถช่วยเราประหยัดเวลาและสามารถทำให้เราสะดวกสบายในการใช้งาน แถมเสียค่าไฟที่ลดลงอีกด้วย มันกลับเป็นการลงทุนในระยะยาวของเทคโนโลยี

ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ-รวมทุกแบบ

ข้อดีต่อมาของปลั๊กไฟอัจฉริยะก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าของเรา หากว่าเราเสียบปลั๊กทิ้งไว้บางครั้งก็จะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าของเรามันเสื่อมสภาพได้เร็ว แต่การที่เรานำเอาปลั๊กไฟอัจฉริยะมาใช้มันอาจจะควบคุมในเรื่องของเวลาการชาร์จไฟ แต่ละครั้ง มันก็ทำให้ยืดอายุและสามารถลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์ของเราจะเสื่อม

ปลั๊กไฟ อัจฉริยะ-สั่งงานผ่านแอพ

ข้อดีของการใช้ปลั๊กไฟอัจฉริยะเทคโนโลยีดีๆ ในข้อสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำในวันนี้คือ สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความปลอดภัยก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญกับบ้านของเราเป็นอย่างยิ่ง เราจะยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่นการที่เรานั้นเสียบปลั๊กไฟเอาไว้ หากว่าเราใช้เทคโนโลยีปลั๊กไฟอัจฉริยะนี้ มันจะทำให้เรานั้นสามารถที่จะตัดการทำงานได้ แล้วเราสามารถดูการทำงานของเทคโนโลยีได้แบบ real Time

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อนๆทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ข้อดีในบางส่วนเท่านั้นของเทคโนโลยีๆอย่างปลั๊กไฟอัจฉริยะ ช่วยเสริมความสะดวกสบายในการใช้งานของเรา บอกแล้วว่าใครที่มันสายเทคโนโลยีก็ลองเปลี่ยนมาใช้แบบนี้ดู อาจจะติดใจก็ได้นะ ความปลอดภัยสุดๆไปเลย

Continue Reading

Cloud เทคโนโลยีสามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นมีข้อดีอย่างไร

Cloud-หน้าปก

เทคโนโลยี Cloud เทคโนโลยีที่มีความน่าจับตามองมากๆ สามารถช่วยเอาในเรื่องของธุรกิจ และสามารถช่วยในเรื่องของสิ่งต่างๆได้มากมายในเรื่องของการเก็บข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ และการป้องกันข้อมูลของเรานั้นให้มีความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำข้อดีของเทคโนโลยี Cloud สามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้สามารถก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เอาเป็นว่าเราไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่าว่าเทคโนโลยีนี้นั้นมันมีข้อดีอย่างไรบ้างที่มีความน่าจับตามอง

Cloud-เครือข่าย

แนะนำข้อดีของเทคโนโลยี Cloud สามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้สามารถก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ข้อดีของเทคโนโลยี Cloud ในข้อแรกที่เราแหล่งรวม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ จะมาแนะนำ คือ  สามารถช่วยลดต้นทุน หากว่าเรานั้นนำเทคโนโลยีมาใช้งาน อาจจะมีเรื่องราคาที่ก่อนที่จะนำเข้า แต่ว่ามันถือว่าเป็นการลงทุนที่เรามองว่าเขาให้จะคุ้มค่า ว่ามันมาช่วยให้เทคโนโลยี ของเราที่ใช้งานมีความน่าเชื่อถือและช่วยให้เราเองนั้นประหยัดเวลาในการใช้ทำงาน ก็บอกว่าเทคโนโลยีนี้สามารถตอบโจทย์ระบบการทำงาน ที่เกี่ยวกับข้อมูลได้ เขาไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรจนทำให้เรานั้นเข้าใจข้อมูลพวกนี้ยากเกินไป

Cloud-คอมพิวเตอร์

ข้อดีของเทคโนโลยี Cloud ในข้อต่อมา คือ มีประสิทธิภาพในเรื่องของความ เสถียรแล้วความมั่นคงดูมีความน่าเชื่อถือในเรื่องของข้อมูล นอกจากการที่จะทำธุรกิจหากว่าข้อมูลของเรานั้นมีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะลองรับว่าเรานั้นประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ต้องบอกแล้วว่าเรื่องของข้อมูลไปในที่สำคัญหากว่าเรานั้นมีการสำรองข้อมูลเอาไว้ ก็ดีหากว่ามันเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาเราสามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้

Cloud-ข้อดี

เทคโนโลยี Cloud ในข้อสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำเพื่อน ๆ ในวันนี้ คือ สามารถปรับขนาดทรัพยากรตามที่ตนต้องการ เมื่อธุรกิจของเรานั้นมีความเจริญเติบโตไปแล้วสามารถที่จะปรับเปลี่ยนในเรื่องของทรัพยากรที่เราต้องการได้ การทำงาน เรื่องของข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการสำรองข้อมูลหรือว่าการจัดโปรโมชั่นจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ก็บอกแล้วว่าสามารถทำได้ตามที่เราต้องการ

ทั้งหมดก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นของเทคโนโลยี Cloud ที่มาช่วยในเรื่องของการทำงานของเราให้ดีและมีประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับข้อมูล

Continue Reading

Galaxy S21 FE ทำแฟนๆที่รอช้ำใจ อาจไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked 2021

Galaxy S21 FE-หลากสี

คนที่รอคอย Galaxy S21 FE อาจต้องผิดหวังกันไปแล้ว เมื่อสมาร์ทโฟนสำหรับแฟน ๆ  Samsung จะไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked ที่ทางบริษัทเตรียมใช้เป็นแพลทฟอร์มสำหรับการแสดงสินค้าใหม่ของพวกเขานั่นเอง

โดยกำหนดการที่พวกเขาจัดงานนี้ก็คือช่วงวันที่ 19  สิงหาคมและเป็นช่วงที่จะมีทั้งสมาร์ทโฟนในตระกูลอย่าง Galaxy Z Fold หรือ Z Flip ที่จะเป็นอุปกรณ์ที่พับได้ ไปจนถึงนาฬิกาอย่าง Galaxy Watch และหูฟังอย่าง Galaxy Buds 2 ที่หลายคนจับตามองกันอยู่ แม้ว่าทางสมาร์ทโฟนเรือธงราคาสุดคุ้มจะยังไม่ถึงคิวก็ตาม

Galaxy S21 FE-5G

Galaxy S21 FE อาจไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked 2021

สำหรับ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ซึ่งทางเราได้รับมานั้นเป็นเพราะว่า ส่วนหนึ่งที่Galaxy S21 FEไม่ได้ถูกวางจำหน่ายออกมาก็เพราะว่า การผลิตสมาร์ทโฟนตัวนี้กลับไม่เป็นไปตามเป้าจนกระทางน่าจะพร้อมจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 นี้ ซึ่งก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ในงานใหญ่อย่าง Unpacked จะไม่มีอุปกรณ์ของพวกเขามาเปิดตัวในเดือนสิงหาคมอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของเดือนสิงหาคมมักจะเป็นคิวของสมาร์ทโฟนพับได้อย่างGalaxy Z Fold หรือ Z Flip มากกว่าที่ครองงานนี้ไป ด้าน S20 FEที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนก็ถูกวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมและประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องยอดขาย

Galaxy S21 FE-และกล่อง

หากทางGalaxy S21 FEได้เปิดตัวในเดือนกันยายนจริงก็ถือว่า พวกเขาไม่ได้ถูกเลื่อนแต่อย่างใด เนื่องจากอุปกรณ์รุ่นก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวในช่วงท้ายของปี 2020 เช่นกัน อย่างไรก็ตามสเป็คของสมาร์ทโฟนตัวนี้ก็เคยมีการถูกเปิดเผยมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซนเซอร์กล้องสามตัวที่ 32, 12 และ 8 MP ส่วนหน้าจอขนาด 6.4 นิ้วก็จะเป็นแผง AMOLED ที่แสดงภาพได้ถึงระดับ Full HD+ รวมถึงรองรับการชาร์จเร็วที่ 45W กับความจุที่ 4,400 mAh ที่น่าเพียงพอต่อการใช้งาน

Galaxy S21 FE

ด้วยความเป็นเรือธงรุ่นเล็กที่สุด ก็ทำให้Galaxy S21 FEเป็นอุปกรณ์อีกตัวที่หลายคนให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ รวมถึงยังมีสเป็คที่แรงไม่แพ้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีราคาแพงกว่าของ Samsung โดยอุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่าง Z Fold หรือ Z Flip จะสามารถติดตามในงาน Unpacked ช่วงเดือนสิงหาคม ส่วนรุ่นสำหรับแฟน ๆ ตัวนี้น่าจะออกมาก่อนปี 2021 จะจบลง 

Continue Reading