อุปกรณ์ทำงาน สมัยใหม่สำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่บ้าน แบบ work fore home

อุปกรณ์ทำงาน

อุปกรณ์ทำงาน สมัยใหม่ ในช่วงตอนนี้มีโรคระบาดเกิดขึ้นมากมาย ทำให้กลุ่มคนทำงาน ต้องทำงานที่บ้าน แบบ work fore home นั่นเองค่ะ แต่ความสะดวกสบายอาจจะไม่เหมือนที่ทำงาน เพราะอุปกรณ์บางอย่างที่บ้านเราอาจจะไม่มี งั้นเราจำเป็นที่ต้องมองหาตัวช่วยที่อำนวยความสะดวกในการทำงานที่บ้านให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ว่าแต่จะมีอะไรบาง ที่ป็นไอเทม อุปกรณ์เทคโนโลยียอดฮิตในตอนนี้ไปดูกันดีกว่าค่ะ

อุปกรณ์ทำงาน ที่ล้ำสมัย

สำหรับอุปกรณ์ที่หลายๆคนที่กำลัง ทำงานที่บ้าน แบบ work fore home ที่เรา ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ จะมาแนะนำในวันนี้นั้นมีอะไรบ้างมาชมกันเลย

อุปกรณ์ทำงาน-เมาส์
  • คีย์บอดน์ไร้สาย เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็นต้องมี เพราะเราสามารถหยิบคีย์บอดน์ไร้สายตัวนี้ไปพิมงานที่ไหนก็ได้ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้ดี บางคนอาจจะทำงานช่วงรถติด ก็เลือกที่จะใช้การพิมส์จากคีย์บอดน์ไร้สาย ก็ได้เลยค่ะ ราคาก็เริ่มที่หลักร้อยก็หาซื้อได้แล้วค่ะ มีการออกแบบที่กระทัดรัดเชื่อมต่อกับแทปเลต ไอแพค ได้เลย จึงเพิ่มความล้ำสมัยในการทำงานได้อีกด้วยค่ะ
อุปกรณ์ทำงาน-คีย์บอร์ด
  • เม้าส์ไร้สาย เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยี ที่จำเป็นค่ะ ไม่ต้องไปนั่งเชื่อมต่อ สายให้น่ารำคาน ใช้เม้าส์ไร้สายมีการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องห่วงว่าจะใช้ถ่านเปลือง เพราะการใช้เม้าส์ไร้สายนั้นโด่ดเด่งเรื่องการประหยัด ถ่านเลยค่ะ ราคาหลักร้อยก็หาซื้อได้แล้วค่ะ ไอเทมอำนวยความสะดวกสบายแบบนี้พลาดไม่ได้กันแล้วค่ะ
อุปกรณ์ทำงาน-เมาส์
  • หูฟังไร้สาย เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็น หากเราทำงานที่บ้าน จำเป็นต้องใช้เลยค่ะ หากถึงตอนประชุมเราเข้าห้องน้ำยังได้รู้ว่าการประชุมเป็นเช่นไรด้วยค่ะ หรือแม้กระทั้งเราขับรถอยู่เป็นไฮเทมที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ราคาไม่แพง หาซื้อได้ตามช่องทาง ออนไลน์ หรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำเลยค่ะ 
อุปกรณ์ทำงาน-หูฟัง

การเลือกอุปกรณ์ทำงานดีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และยังช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นยังเพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานที่ดีด้วยค่ะ บางครั้งการทำงานที่บ้านมีการวิจัยออกมาว่า คนไม่อยากทำ และคิดงานไม่ออก เราจำเป็นต้องหาอุปกรณ์ช่วย ให้เขากับสถานการณ์ในการทำงานด้วยค่ะ รับรองว่ามีไฮเทมพวกนี้ งานเดินดีแน่นอนค่ะ เสียเงินซื้อความสะดวกสบายให้ตัวเองเป็นเรื่องที่ดีค่ะ ไม่ต้องไปเสียดายเลยค่ะ เพราะของพวกนี้มีอายุการใช้งานที่นานซื้อที่ก็ใช้กันแบบคุ้มค่ากันเลยที่เดียวค่ะ 

Continue Reading

Tab S8 แท็บเล็ตตัวใหม่จากค่าย Samsung เล็งใช้ ชิปตัวแรง Snapdragon 895

Tab S8

Samsung อาจเอาใจแฟนที่รอ Galaxy Tab S8 กันแล้ว โดยอาจนำชิพตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Snapdragon 895 มาใส่ในแท็บเลตตัวนี้เลยทีเดียว โดยทาง Ice Universe ได้ออกมาปล่อยข่าวลือนี้ผ่านทางทวิตเตอร์ของตัวเองที่ทางยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ได้ตั้งชื่อโมเดลไว้ว่า SM-X806x ที่จะใช้ชิพรหัส SM8450 และตรงกับชิพตัวใหม่ที่ทาง Qualcomm เตรียมจะเปิดตัวในอนาคตอีกด้วย รวมถึงน่าจะเพิ่มประสิทธิภาพจากแท็บเลตรุ่นก่อนอย่างมาก หลังจากที่ในปี 2020 พวกเขาใช้ชิพ Snapdragon 865+ เท่านั้น

Tab S8-เปิดตัว

Samsung เล็งใช้ Snapdragon 895 ให้แก่ Tab S8 ของพวกเขา

สิ่งที่น่าสนใจที่ทางเว้บไซต์ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ของเราได้มานั้น แท็บเลตตัวใหม่จาก Samsung ตัวนี้พวกเขาจะใช้แอนดรอยด์ 12 ที่เป็นพื้นฐานในการออกแบบ One UI 4.0 และมาพร้อมกับแบตเตอร์ขนาดใหญ่ถึง  10,090mAh ที่น่าใช้งานได้นานกว่าที่เคย

รวมถึงรองรับการชาร์จไวที่ 45 วัตต์ด้วยกัน ส่วนทางด้านรายละเอียดสเป็คอย่างอื่นที่เคยมีการเปิดเผยออกมาก็มีทั้งหน้าจอขนาด 12.4 นิ้วพร้อมกับแผง OLED ที่มีอัตรารีเฟรชหน้าจอได้ถึง 120 เฮิร์ตซ์  ก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัวออกมาในช่วงต้นปี 2022 สำหรับแท็บเลตรุ่นสูงของพวกเขา

Tab S8-ภาพสวยสมจริง

นอกจากหน้าจอแล้ว Samsung ยังน่าจะทำTab S8 ออกมาเป็นสองรุ่นก็คือตัวธรรมดาและตัว S8+ ที่จะมีสเป็คตามที่กล่าวมาและใช้กล้องหลักสองตัวขนาด 13 MP และ 5MP ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป ส่วนทางด้านกล้องหน้าก็จะใช้เซนเซอร์ 8MP พร้อมกับรองรับการสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

ทว่าสำหรับตัวธรรมดาก็ตะมีขนาดเล็กลงที่ 11 นิ้วพร้อมแผง LCD และมีการสแกนลายนิ้วมือที่ขอบจอ ส่วนชิพยังน่าจะใช้ Snapdragon 895 เหมือนกัน อีกทั้งทางบริษัทยังมีแผนจะปล่อยตัวอัลตร้าที่ใหญ่ที่สุดของรุ่น 8 อีกด้วยและน่าจะทรงพลังกว่าทุกตัวที่กล่าวมา

Tab S8-น่าใช้

ถือว่า Samsung น่าจะเอาจริงกับแท็บเลตตัวใหม่ของพวกเขาอย่างมาก หลังจากที่มีแผนเปิดตัวออกมาถึงสามรุ่นไม่ว่าจะเป็นTab S8, S8+ และ S8 Ultra  โดยรุ่นใหญ่ที่สุดจะมีหน้าจอขนาด 14.6 นิ้ว และมีแรม 12 GB เพื่อทำงานร่วมกับความจุที่ 512GB เช่นเดียวกับแผนที่จะปล่อยอุปกรณ์เสริมอย่างคีย์บอร์ดออกมาในอนาคตเช่นกัน

Continue Reading

Nokia แบรน์ดมือถือชื่อดังทำแท็บเลตราคาประหยัดออกมาสู่ตลาดยุคไอที

Nokia-แท็บเล็ต

ย้อนกลับไปในอดีตนั้น ทาง Nokia เคยพยายามเข้ามาตีตลาดแท็บเลตมาแล้วในช่วงปี 2013 ที่พวกเขาเคยทำตัวของ Lumia 2520  ที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ของ Window เข้ามา เช่นเดียวกับรุ่น N1 ซึ่งทั้งสองต่างไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด ก่อนที่จะไม่มีการผลิตสินค้ารุ่นต่อมาจากบริษัท

หลังจากที่พวกเขาได้รับรู้แล้วว่า แผนการตลาดนี้ไม่ได้ผล รวมถึงทาง HMD Global ก็น่าจะต้องการให้ทางแบรนด์เน้นการทำสมาร์ทโฟนมากกว่า จนกระทั่งได้เห็นโทรศัพท์มากมายหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์ที่อยู่กับวงการมาเป็นเวลานาน

Nokia

Nokia เตรียมทำแท็บเลตราคาประหยัดออกมาสู่ตลาดแล้ว

แม้ว่า Nokia จะเคยล้มเหลวมาแล้วนั้น แต่จากการจดสิทธิบัตรของพวกเขาก็น่าจะทำให้คนที่สนใจ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ในวงการอาจได้เห็นแท็บเลตภายใต้การบริหารของ HMD เป็นครั้งแรก รวมถึงจะใช้ระบบแอนดรอยด์แทนจะเป็น Window อีกด้วย ซึ่งขนาดของอุปกรณ์อาจอยู่ที่ 10.36 นิ้วเลยทีเดียว แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมออกมาก็ตาม รวมถึงราคาอาจอยู่เพียงแค่ 185 ปอนด์หรือ 8,500 บาทเท่านั้น เช่นเดียวกับอาจเป็นอุปกรณ์สเป้คกลางราคาถูกที่อาจเข้ามาตีตลาดราคากลางได้เป็นอย่างดี

Nokia-ตัวอย่าง

แน่นอนว่า Nokia คงจะไม่ผลิตอุปกรณ์มาแข่งกับ iPad Pro อย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็อาจใกล้เคียงกับตัวของ Amazon Fire HD 10 ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในฝั่งตะวันตกนั่นเอง ส่วนชื่อที่หลายคนคาดเอาไว้ก็น่าจะเป็น T20 ตามที่แบรนด์มักจะตั้งชื่อ C20 , G20 หรือ XR20 ไว้ก่อนหน้านี้

Nokia-สเป็ค

โดยสเป็คหลักก็อาจจะใช้แรมที่ 4GB กับหน่วยความจำที่ 64GB ด้วยกัน ซึ่งจะดีกว่า Fire HD ที่ให้แรมมาเพียง 3GB กับความจำที่ 32GB เท่านั้น รวมถึงทางบริษัทอาจปล่อยรุ่นที่สามารถใช้ซิม 4G เข้ามาดว้ยเพื่อให้สะดวกต่อการพกพามากขึ้นนั่นเอง

การลงตลาดของ Nokia กับ HMD Global ก็จะไม่ได้มีเพียงแค่การทำแท็บเลตราคาถูกเท่านั้น แต่พวกเขายังมักจะใส่ฟีเจอร์บางอย่างหรือสเป็คที่แรงกว่าคู่แข่งเล็กน้อยในราคาที่ถูกลงไปกว่าเดิม จนทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จขึ้นมาในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาที่ไม่เกิน 200 ปอนด์หรือ 9,000 บาทก็คงจะทำให้มีคนหันไปลองใช้อุปกรณ์ในราคาประหยัดของพวกเขามากกว่าจะทุ่มซื้อผลิตภัณฑ์ราคาสูงในตลาด

Continue Reading

Facebook และ Google ให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศหลังโรคโควิดน้อยลง

Facebook และ Google

สำหรับข่าว Facebook และ Google เตรียมให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิส หลังจากเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้วที่มนุษย์ทุกคนนั้นต้องอยู่กับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งก็ไม่มีท่าทีที่จะยุติลง ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ต้องปิดตัวลงและบริษัทบางส่วนที่ยังคงสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ก็ต้องให้พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดมากขึ้น ซึ่งการทำงานที่บ้านก็เกิดขึ้นกับทุกบริษัททั่วโลกที่ยังคงดำเนินการต่อไม่เว้นแม้แต่ Facebook และ Google ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐอเมริกา

Facebook และ Google-พนังงาน

ในประเทศสหรัฐอเมริกาตอนนี้ก็เริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับประชากรภายในประเทศแต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลต้า ทำให้บุคลากรในหลาย ๆ บริษัทยังคงที่จะต้องทำงานที่บ้านต่อไป แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในประเทศสหรัฐก็เริ่มที่จะดีขึ้น และทาง Facebook และ Google ที่เป็น 2 บริษัทที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ก็มีแผนที่จะให้พนักงานนั้นเริ่มกลับเข้ามาทำงานในบริษัทแล้ว

Facebook และ Google เตรียมให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิส

จากข่าวสารที่เรา ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้รับรายงานมานั้น โดยในอีเมลของ Sundar Pichai ผู้ที่เป็น CEO ของบริษัท Google ที่มีการส่งไปหาพนักงานในบริษัทโดยทางบริษัท Google ก็มีแผนการที่จะสิ้นสุดการ work from home ในช่วงวันที่ 1 กันยายน 2564 นี้ ตัวพนักงานสามารถเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ Pre – pandemic ได้แล้ว สำหรับพนักงานที่สามารถทำงานที่บ้านก็ให้ทำงานที่บ้านต่อไปได้ โดยทางบริษัทในตอนนี้ก็กำลังรอที่จะนำพนักงานส่วนใหญ่กลับมาทำงานในบริษัทจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม โดยพนักงานทุกคนที่จะกลับมาทำงานทำงานในออฟฟิศจำเป็นที่จะต้องมีการฉีดวัคซีนด้วย

Facebook และ Google

เช่นเกี่ยวกับ Vice President ของ Facebook ในฝ่ายบุคคล อย่าง Lori Goler ก็จะให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เช่นเดียวกันแต่พนักงานทุกคนที่จะเข้ามาทำงานในออฟฟิศนั้น จำเป็นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วทางบริษัทเองก็มีกระบวนการที่จะดำเนินการกับพนักงานที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือว่ามีเหตุผลอื่น ๆ ด้วย

Facebook และ Google

ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้นมีผลกระทบต่อธุรกิจมากมายเลยทีเดียวและบางครั้งการทำงานที่บ้านก็ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจนั้นสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นในประเทศที่ได้มีการฉีดมอร์ฟีนแล้วจึงเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานในออฟฟิศเพื่อให้การทำงานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Continue Reading

e-learning เทคโนโลยีสำหรับการศึกษาที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

e-learning

เทคโนโลยี e-learning เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา พี่วันนี้มีความน่าสนใจ และเป็นที่นิยมในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เกิดจากการปรับตัวเนื่องด้วยสถานการณ์ covid 19 ในรูปแบบการศึกษาเริ่มมีรูปแบบที่เป็น e-learning มากยิ่งขึ้น วันนี้เราจะมา แนะนำข้อดีเทคโนโลยี e-learning ช่วยให้การศึกษามีความง่ายในการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่าเทคโนโลยีนี้เพื่อการศึกษามันมีข้อดีอย่างไรบ้าง

แนะนำข้อดีเทคโนโลยี e-learning ช่วยให้การศึกษามีความง่ายในการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น

e-learning-เรียนออนไลน์

1.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อแรกที่เรา แหล่งรวม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ได้มานำเสนอนั่นก็คือ สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการที่เรานำเอาเทคโนโลยี เข้ามาใช้งาน แล้วเรานั้นสามารถออกแบบการเรียนการสอน ให้มีความน่าสนใจและไม่น่าเบื่อ อาจจะทำให้นักเรียนนั้นเกิดการอยากเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

e-learning-ผ่านออนไลน์

2.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อต่อมานั่นก็คือ ออกสื่อการเรียนการสอนนั้นสามารถตรวจสอบ พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนได้ อย่างละเอียดโดยที่เรานั้นมีระบบในเรื่องของการใช้งาน เพื่อที่จะทำการตรวจเช็คได้ว่ามีนักเรียนเข้าเรียนอย่างไร สามารถนำเอาข้อมูลพวกนี้ไปปรับใช้และไปพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

e-learning-การเรียนรู้

3.ข้อดีของเทคโนโลยี e-learning ในข้อสุดท้ายที่เราอยากจะมาแนะนำเพื่อนๆนั่นก็คือ เรื่องของการหาข้อมูลนั้นสามารถที่จะยืดหยุ่นจะปรับเปลี่ยนและหาข้อมูลได้อยู่ตลอดเวลา นักเรียนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาสามารถทบทวนทำความเข้าใจได้ บางทีมันอาจจะตอบโจทย์กับคนที่เรียนหลายๆคน เพราะว่ามีเวลาในการทบทวนและวางในช่วงไหนก็สามารถที่จะเข้ามาเรียนได้ ประหยัดเวลาอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อนๆทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ข้อดีในบางส่วนเท่านั้นของการ เรียนแบบ e-learning ต้องบอกเลยว่ามีความน่าสนใจที่จะไปทุกวันนี้ก็มีการพัฒนาและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เราก็ควรที่จะอัพเดทข้อมูลข่าวสารพวกนี้ให้ทันนะ เพื่อความรู้ดีๆ 

Continue Reading

Cloud เทคโนโลยีสามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นมีข้อดีอย่างไร

Cloud-หน้าปก

เทคโนโลยี Cloud เทคโนโลยีที่มีความน่าจับตามองมากๆ สามารถช่วยเอาในเรื่องของธุรกิจ และสามารถช่วยในเรื่องของสิ่งต่างๆได้มากมายในเรื่องของการเก็บข้อมูลให้เป็นระบบระเบียบ และการป้องกันข้อมูลของเรานั้นให้มีความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำข้อดีของเทคโนโลยี Cloud สามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้สามารถก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เอาเป็นว่าเราไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่าว่าเทคโนโลยีนี้นั้นมันมีข้อดีอย่างไรบ้างที่มีความน่าจับตามอง

Cloud-เครือข่าย

แนะนำข้อดีของเทคโนโลยี Cloud สามารถช่วยในเรื่องของธุรกิจให้สามารถก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

ข้อดีของเทคโนโลยี Cloud ในข้อแรกที่เราแหล่งรวม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ จะมาแนะนำ คือ  สามารถช่วยลดต้นทุน หากว่าเรานั้นนำเทคโนโลยีมาใช้งาน อาจจะมีเรื่องราคาที่ก่อนที่จะนำเข้า แต่ว่ามันถือว่าเป็นการลงทุนที่เรามองว่าเขาให้จะคุ้มค่า ว่ามันมาช่วยให้เทคโนโลยี ของเราที่ใช้งานมีความน่าเชื่อถือและช่วยให้เราเองนั้นประหยัดเวลาในการใช้ทำงาน ก็บอกว่าเทคโนโลยีนี้สามารถตอบโจทย์ระบบการทำงาน ที่เกี่ยวกับข้อมูลได้ เขาไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรจนทำให้เรานั้นเข้าใจข้อมูลพวกนี้ยากเกินไป

Cloud-คอมพิวเตอร์

ข้อดีของเทคโนโลยี Cloud ในข้อต่อมา คือ มีประสิทธิภาพในเรื่องของความ เสถียรแล้วความมั่นคงดูมีความน่าเชื่อถือในเรื่องของข้อมูล นอกจากการที่จะทำธุรกิจหากว่าข้อมูลของเรานั้นมีความปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะลองรับว่าเรานั้นประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ ต้องบอกแล้วว่าเรื่องของข้อมูลไปในที่สำคัญหากว่าเรานั้นมีการสำรองข้อมูลเอาไว้ ก็ดีหากว่ามันเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาเราสามารถกู้ข้อมูลคืนมาได้

Cloud-ข้อดี

เทคโนโลยี Cloud ในข้อสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำเพื่อน ๆ ในวันนี้ คือ สามารถปรับขนาดทรัพยากรตามที่ตนต้องการ เมื่อธุรกิจของเรานั้นมีความเจริญเติบโตไปแล้วสามารถที่จะปรับเปลี่ยนในเรื่องของทรัพยากรที่เราต้องการได้ การทำงาน เรื่องของข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการสำรองข้อมูลหรือว่าการจัดโปรโมชั่นจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ ก็บอกแล้วว่าสามารถทำได้ตามที่เราต้องการ

ทั้งหมดก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นของเทคโนโลยี Cloud ที่มาช่วยในเรื่องของการทำงานของเราให้ดีและมีประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับข้อมูล

Continue Reading

Pixel 4 XL สมาร์ทโฟนที่ Google รับประกันเพิ่มเป็นสองปี ข่าวดีของคนที่สนใจรุ่นนี้

Pixel 4 XL-สีข่าว

ข่าวดีของคนที่สนใจ Pixel 4 XL เมื่อทาง Google ได้ประกาศว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะได้รับประกันเพิ่มจากเดิมไปอีกหนึ่งปี สำหรับผู้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา สิงค์โปร แคนาดา ญี่ปุ่นและไต้หวัน ซึ่งจะมีแค่อุปกรณ์รุ่นใหญ่นี้เท่านั้นที่จะได้รับการการันตีเพิ่มเติมจากรุ่นอื่น ๆ และยังมากกว่าโทรศัพท์ของบริษัทก่อนหน้านี้ที่จะรับเคลมต่อเมื่อมีปัญหาภายในปีแรก โดยปัยหาที่ผู้ใช้อาจเจอก็เป็นได้ทั้งการกดปุ่มไม่ติด โทรศัพท์รีบู๊ทเองหรือชาร์จไม่เข้าทั้งที่เพิ่งซื้อมา

Pixel 4 XL-ตัวเครื่อง

Pixel 4 XL สมาร์ทโฟนที่ Google รับประกันเพิ่มเป็นสองปี

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตาม www.lookpictures.net เว็บไซต์สำหรับคนทันสมัยโดยเฉพาะ

Pixel 4 XL

สำหรับผู้ใช้ Pixel 4 XL แล้วพบกับปัญหาจุกจิกจากระบบที่รวนของตัวเครื่องภายในสองปีแรกก็สามารถติดต่อกับทางบริษัทได้เลย ซึ่งการที่พวกเขาได้ยืดระยะรับประกันให้แก่ตัวเครื่อง แม้ว่าพวกเขาจะรับประกันเพียงแค่ส่วนของปุ่มเปิดเครื่องไม่ติด โทรศัพท์ปิดเครื่องหรือรีบู๊ตเอง การชาร์จไม่เข้า การชาร์จแบบไร้สายมีปัญหาหรือแบตเตอรี่หมดเร็วเกินไป แต่นอกเหนือจากเหตุที่กล่าวมาแล้วนั้น หากตัวเครื่องมีปัญหาอื่น ผู้ใช้จะต้องทำการจ่ายค่าซ่อมเพิ่มเติมเองหรือจำเป็นต้องซ่อมก่อนจะนำมาใช้เคลมในภายหลัง

Pixel 4 XL-รีวิว

เมื่อการรับประกันของ Pixel 4 XL มีเงื่อนไขตามที่ Google ได้ประกาศเอาไว้แล้วนั้น ก็หมายความว่า หากอุปกรณ์เกิดมีปัญหาตามที่อยู่ในส่วนที่ประกันครอบคลุม แต่ก็มีปัญหาในส่วนอื่นอย่างเช่นหน้าจอแตก จนทำให้บริษัทไม่สามารถซ่อมเรื่องแบตเตอรี่ได้โดยตรง ทางแบรนด์ก็จะตรวจสอบสภาพของสมาร์ทโฟนทั้งหมดก่อน พร้อมกับแจ้งเจ้าของเครื่องโดยตรงหากมีการซ่อมเพิ่มเติมจากส่วนที่อยู่ในประกันและผู้ใช้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ก่อนที่จะซ่อมในส่วนของแบตหลังจากส่วนที่ชำรุดอื่น ๆ ถูกซ่อมพร้อมกับทางผู้ใช้ยิมยอมที่จะรักษาสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ไว้

อาจเป็นดาบสองคมของคนที่มี Pixel 4 XL เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับการรับประกันเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่ง แต่กลับมีเงื่อนไขหรือชิ้นส่วนที่อยู่ในส่วนครอบคลุมอยู่น้อย จนทำให้การซ่อมส่วนอื่น ๆ อาจมีค่าใช้จ่ายตามมาแบบไม่มีทางเลือก ซึ่งทาง Google ก็จะแจ้งอย่างชัดเจนว่า สมาร์ทโฟนตัวนั้นมีปัญหาอะไรบ้างและมีส่วนที่จะต้องซ่อมก่อนเข้าไปเปลี่ยนในส่วนของแบตเตอรี่หรือไม่นั่นเอง

Continue Reading

Snapdragon 780G ชิปตัวแรงสำหรับสมาร์ทโฟนสายเกมเมอร์กำลังขาดตลาด

Snapdragon-ตัวชิป

ชิพรุ่นกลางอย่าง Snapdragon 780G ถือเป็นหนึ่งในชิพหลักที่ทางบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนในระบบแอนดรอยด์มีแผนจะนำไปใช้งานในอุปกรณ์รุ่นกลางของพวกเขา แต่ทว่าจากปัญหาเรื่องการผลิตก็น่าจะทำให้พวกเขาจะต้องหันไปใช้ชิพตัวอื่นแล้ว แม้ว่าแผนเดิมในช่วงต้นปี 2021 จะมีแบรนด์ทั้ง  Xiaomi หรือ Vivo ต้องการชิพนี้ไปใช้ในโทรศัพท์ก็ตาม ก่อนที่ทางตัวแทนจากแบรนด์สมาร์ทโฟนจากจีนจะออกมาเปิดเผยว่า กำลังผลิตที่น้อยกว่าที่คาดจาก Qualcomm อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิพนี้จะต้องเปลี่ยนแผนอย่างแน่นอน

Snapdragon-มือถือ

วงการสมาร์ทโฟนต้องสะเทือน Snapdragon 780G กำลังขาดตลาด

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตามเราเว็บไซต์ของคนทันสมัย

เชื่อกันว่า ชิพ Snapdragon 780G จะผลิตออกมาได้น้อยกว่าที่คาดกันไว้มาก ซึ่งก็ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องหันไปหาชิพอีกตัวของ Qualcomm แทนอย่าง Snapdragon 778G ที่มีความสามารถน้อยกว่า ถึงจะไม่ได้แตกต่างกันมากจนเห็นได้ชัดก็ตาม

Snapdragon-ความแรง

เนื่องจากรุ่น 780 นั้นเป็นการผลิตชิพขนาด 5nm ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่มากกว่า เมื่อเทียบกับ 778 ที่ยังคงเป็นชิพขนาด 6nm ที่มีความสามารถน้อยกว่าและไม่ประหยัดแบตเตอรี่เท่ารุ่นใหม่ที่มีแผนจะผลิตออกมาในปี 2021 แต่บริษัทต่าง ๆ กลับไม่เหลือทางเลือกมากแล้ว

เมื่อ Snapdragon 780G มีปัญหาแล้วนั้น ทางแบรนด์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อย่าง Xiaomi, Motorola หรือ Oppo ก็จะต้องเร่ง slot168 เปลี่ยนแผนการชิตซีพียูของตัวเองเป็นการด่วน หากต้องการจะวางจำหน่ายตามกำหนดการเดิมของพวกเขา

Snapdragon

ซึ่งการนำเอา Snapdragon 778G มาใช้ก็อาจทำให้ผู้ใช้ไม่ได้สัมผัสความแตกต่างของการใช้งานเท่าไหร่นัก เนื่องจากโครงสร้างภายในของพวกเขาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แม้ว่าในรุ่น Mi 11 Lite จะยังโชคดีที่ได้ใช้ชิพตัวใหม่ไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่วนสาเหตุที่ Qualcomm ไม่สามารถผลิตชิพได้ตามเป้านั้นก็ยังไม่มีการชี้แจงออกมา

แม้สถานการณ์ทั่วโลกจะเริ่มดีขึ้นจากโรคระบาด แต่ทาง Qualcomm ก็ยังมีปัญหาเรื่องการผลิตชิพ Snapdragon 780G ไปจนถึงรุ่นอื่น ๆ มาโดยตลอด จนทำให้แบรนด์สมาร์ทโฟนมากมายต้องเจอผลกระทบไปไม่น้อย ทั้ง Xiaomi ที่มักจะนิยมใช้งานชิพของพวกเขามากกว่า เช่นเดียวกับ Motorola ที่หวังพึ่ง Snapdragon ในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นของพวกเขา นับตั้งแต่การกลับมาเอาจริงในตลาดฝั่งตะวันตกนั่นเอง

Continue Reading

แอปฯ เรียกรถ DiDi Chuxing ถูกรัฐบาลจีนแบนข้อหาเป็นภัยความมั่นคงไซเบอร์

DiDi Chuxing

            DiDi Chuxing เป็นแอปพลิเคชั่นเรียกรถรับ-ส่งสาธารณะ (คล้ายแอปฯ Uber) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยมีบริษัมแม่ชื่อ DiDi Global ที่เป็นผู้พัฒนาแอปฯ มาตั้งแต่ปี 2011 จนในปัจจุบันสามารถก้าวไปไกลถึงขั้นเปิดให้ซื้อขายหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้แล้ว แต่ล่าสุด รัฐบาลจีนได้ออกคำสั่งแบนแอปฯ นี้เรียบร้อย ข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงทางไซเบอร์

DiDi Chuxing

DiDi Chuxing ถูกยกเลิกการดาวน์โหลดทั้ง Huawei และ Xiaomi

            สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน(Cyberspace Administration of China) ได้ออกคำสั่งห้ามไม่ค่ายมือถือเปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเรียกรถรับส่งDiDi Chuxingเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมาหลังบริษัทDiDi Globalที่เป็นบริษัทแม่เปิดการซื้อ-ขายหุ้นของบริษัทแบบIPO ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมาและสามารถระดมเงินทุนไปได้ถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการเปิดขายหุ้นครั้งแรก

DiDi Chuxing ถูกยกเลิกการดาวน์โหลด

            ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าว เกิดขึ้นหลังแอป DiDi Chuxingถูกทางการจีนกล่าวหาว่า อาจละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการบันทึกและนำข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไปเผยแพร่ แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าบริษัทแห่งนี้ได้มะเลิดข้อกฎหมายอย่างไรบ้าง ซึ่งต่อจากนี้ สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีนจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบด้านความมั่นคงไซเบอร์
ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบนี้ผู้ให้บริการดาวน์โหลดแอปฯ ต่าง ๆ ในประเทศจีน เช่น Huawei และXiaomi จะต้องงดให้ผู้ใช้มือถือดาวน์โหลดแอปฯDiDi Chuxing เป็นการชั่วคราว แต่สำหรับผู้ใช้ที่ดาวน์โหลดแอปฯ มาก่อนจะมีคำสั่งนี้ออกมาจะยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

แอปฯ เรียกรถ DiDi Chuxing

            นอกจากนี้ ทันทีที่มีคำสั่งแบนแอปฯ DiDi Chuxingราคาหุ้นของบริษัทDiDi Global ก็ดิ่งลงถึง 5.30% อยู่ที่ 5.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 499 บาทต่อหุ้น โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลจีนทำการสอบสวนบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพราะก่อนหน้านี้บริษัทผู้ให้บริการด้านE-Commerce รายใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba ก็เคยถูกสอบสวนด้วยข้อหาเดียวกันนี้มาแล้ว ซึ่งนี่ก็แสดงให้เห็นถึงนโยบายควบคุมธุรกิจเกี่ยวกับไซเบอร์แบบเอาจริงเอาจังของรัฐบาลจีน

ขอขอบคุณ ทดลองเล่นสล็อตโรม่าฟรี  ผู้ให้ข้อมูลข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ ๆให้กับเราเสมอมา

Continue Reading

เหมืองแตก! การ์ดจอ RTX ที่ประเทศจีนเหลือใบละไม่ถึง 2 หมื่นบาท!

การ์ดจอ RTX

            การ์ดจอ RTX ของ Nvidia ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขุดเหมืองบิทคอยน์เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการ์จอตัวท็อปในปัจจุบันอย่างRTX 3070, RTX 3060และRTX 3060Ti ที่มีขุมพลังในการคำนวณและประมวลผลที่ซับซ้อน ทำให้เกิดการกักตุนการ์ดจอเพื่อโก่งราคาขาย จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สินค้าในท้องตลาดขาดแคลนอย่างหนักมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ทว่าล่าสุด หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งแบนการขุดเหมืองบิทคอยน์ ก็ทำให้ราคาการ์ดจอตกลงเป็นว่าเล่น เหลือไม่ถึง 2 หมื่นบาทแล้ว

การ์ดจอ RTX

การ์ดจอ RTX 3070 ราคาตกจนน่าตกใจเหลือใบละ 2,600 หยวน

            หลังจากที่รัฐบาลจีนออกคำสั่งแบนการขุดเหมืองบิทคอยน์อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ความต้องการการ์ดจอในประเทศจีนตกลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าของเหมืองหลาย ๆ แห่งได้เอาการ์ดจอ RTX ทั้งแบบมือสองที่ผ่านการทำเหมืองบิทคอยน์มาแล้ว และที่เป็นสินค้ามือหนึ่งออกมาขายแบบลดราคากันอย่างคับคั่ง  โดยชาวเน็ตจากไต้หวันรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์รูปจากกลุ่มนักขุดเหมืองในประเทศจีนที่ทยอยนำการ์ดจอของตัวเองจำนวนหลายร้อยใบออกมาขายแบบตัดราคาจนน่าตกใจ

การ์ดจอ RTX 3070 ราคาตก

แต่ผู้ซื้อจะต้องซื้อแบบเหมาทีละมาก ๆ เช่นการ์ดจอ RTX 3070ซื้อขั้นต่ำที่ 100 ใบจะได้ราคาใบละ 2,600 หยวนหรือไม่เกิน 13,000 บาทเท่านั้นเองหรือRTX3060ซื้อขั้นต่ำ 200 ใบ จะได้ราคาใบละ 1,900หยวนหรือประมาณ 9,400 บาทส่วนRTX3060Tiซื้อขั้นต่ำ 200 ใบ ราคาอยู่ที่ 2,400หยวนหรือประมาณ 12,000บาทเท่านั้น

การ์ดจอ RTX รุ่นท็อป ๆ

            ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ สำหรับในประเทศไทยการ์ดจอ RTXรุ่นท็อป ๆ หลายรุ่นก็ทยอยปรับราคาลงมาบ้างแล้วและคาดกันว่าจะได้เห็นการ์ดจอกลับสู่ราคาปกติอย่างที่ควรจะเป็นในช่วงปลายปีนี้หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดการขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก จนมีการโก่งราคาขายสูงกว่าราคาปกติหลายเท่าตัว แต่สำหรับคนที่รอไม่ไหวก็สามารถหาการ์ดจอ RTXมือ2จากเหมืองบิทคอยน์มาใช้งานต่อได้ ufa999 แต่อาจจะต้องศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงต่าง ๆ พอสมควร เนื่องจากการ์ดจอจากเหมืองบางตัวถูกใช้งานอย่างหนักมาโดยตลอดนั่นเอง ไอโอเอส อัพเดทใหม่ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์อุปกรณ์เสริมที่ชื่อว่าไฟนด์มาย

Continue Reading