สถานการณ์โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด กว่า 100 แห่งทั่วโลก เพื่อป้องกันตัวเอง

Apple Store สั่งปิด

               Apple Store สั่งปิด ที่นับตั้งแต่โควิด – 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้มีกิจการหลายอย่างต้องทำการปิดตัวลง แต่พอหลังจากที่เริ่มจะควบคุมสถานการณ์ได้ทำให้บรรดาห้างร้านกลับมาเปิดตามปกติอีกครั้ง

แต่จากสถานการณ์ล่าสุดที่โควิด – 19 ได้กลับมาระบาดเป็นรอบที่ 2 ซึ่งมีสาเหตุมาจากเป็นวันหยุดช่วงปลายปีทำให้มีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของกันเยอะ โดยที่ลืมป้องกันตัวเอง และทำตามกฎการรักษาระยะห่างทางสังคม

 Apple Store สั่งปิด

Apple Store สั่งปิด ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก

               และจากสถานการณ์โควิด – 19 ในตอนนี้ ทำให้บรรดาร้านรวงต่างๆ ต้องปิดตัวลงอีกครั้งเพื่อป้องกันตัวเอง เช่นเดียวกันกับ Apple Store ที่ออกมาประกาศปิดสาขาต่างๆ กว่า 100 สาขาทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนสาขาทั้งหมด (Apple Store มีสาขาทั่วโลกทั้งหมด 509 สาขา ด้วยกัน)

โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด

               โดยตามรายงานข่าวเปิดเผยออกมาว่า Apple ได้ประกาศสั่งปิด Apple Store ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็น 1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 53 สาขา อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, เทนเนซซี และ ลอส แอนเจลิส, 2. สหราชอาณาจักร มีทั้งหมด 16 สาขา

โดยสาขาส่วนมากจะกระจายอยู่ทั่วไปในกรุงลอนดอน และมีหนึ่งสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของประเทศเวลส์, 3. ประเทศเม็กซิโกและประเทศบราซิล รวมกันทั้งหมด 2 สาขา, 4. ประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยทั้ง 2 ประเทศนี้มีสาขาของ Apple Store อยู่เท่ากันที่ 18 สาขา รวม Apple Store ที่ถูกสั่งปิดเป็นจำนวนทั้งหมด 108 สาขาด้วยกัน

Apple Store สั่งปิดเพื่อป้องการระบาด

               นอกจากนี้รายงานยังได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันแรกของการกลับมาระบาดของไวรัสโควิด – 19 รอบที่ 2 แต่ทั้งนี้ทาง Apple Store อีก 401 สาขาทั่วโลกยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงสาขาในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ ณ Icon Siam และ Central World ด้วย

แต่ส่วนมาจากเป็นการขายแบบออนไลน์ และให้ลูกค้าเดินทางไปรับของที่หน้าร้านแทน แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการจะ Walk – In เข้าไปใช้บริการ พนักงานจะไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งในเรื่องของการระบาดของโควิด – 19 นั้น ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไปว่าทาง Apple จะตัดสินใจปิดกิจการของสาขาไหนเพิ่มเติมหรือเปล่า

ข้อมูลจาก https://news.thaiware.com/

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ กล้องหน้าใต้จอ ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะคุณภาพของรูปยังไม่ดีพอ

Continue Reading

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน บางอย่างเพื่อให้เป็นไปตาม e-Privacy ของสหภาพยุโรป

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน ภายหลังจากที่สหภาพยุโรปประกาศใช้มาตรการป้องกันการใช้สื่อดิจิทัลที่เรียกว่า e-Privacy เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ในสหภาพยุโรป ทำให้ Facebook สื่อโซเชียลมีเดียยอดนิยมได้ตัดสินใจปิดฟังก์ชั่นการโต้ตอบ การแขทแบบกลุ่ม และการตั้งชื่อเล่นให้กับเพื่อนใน Messenger ส่วน Instagram จะปิดการแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริงผ่านข้อความ อย่างไรก็ตามยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายอย่างที่ Facebook ปิดบริการชั่วคราวในสหภาพยุโรป

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

Instagram และ Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน การแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริงผ่านข้อความ

ทั้งที่ฟังก์ชั่นบางอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ e-Privacy อย่างการส่งสติกเกอร์ การส่งข้อความสั้นๆ หรือข้อความที่มีเนื้อหาสนุกๆ ทาง Facebook และ Instagram ก็ได้ปิดฟังก์ชั่นดังกล่าวไปด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อบังคับของ e-Privacy ได้ ซึ่ง Facebook พยายามที่จะปรับปรุงฟังก์ชั่นทั้งหมด เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ที่สหภาพยุโรปกำหนดขึ้น เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และจะรีบนำฟังก์ชั่นทั้งหมดกลับมาเปิดให้ใช้งานโดยเร็วที่สุด

Instagram ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

ขัอบังคับ e-Privacy ที่สหภาพยุโรปประกาศใช้ในครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ นำข้อความและข้อมูลของผู้ใช้ออกไปหาประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังใช้สำหรับตรวจสอบและเฝ้าระวังการสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของข้อมูล ตลอดจนไม่อนุญาตให้เข้าถึงอีเมลสำหรับส่งโฆษณาส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของบัญชีไม่อนุญาต ดังนั้นทาง Google จึงได้แจ้งให้ผู้ใช้ Gmail ได้เลือกใช้ฟังก์ชั่นไม่อนุญาตให้สแกนข้อความใน Gmail เพื่อป้องกันการส่งโฆษณาโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ต้องการ

โดยข้อบังคับ e-Privacy ที่ได้ปรับปรุงใหม่นั้นมีความเข้มข้นมากขึ้นจากกฎข้อบังคับที่เคยใช้มา โดยทุกประเทศในสหภาพยุโรปสามารถประกาศใช้ e-Privacy ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการตราเป็นกฎหมายของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ข้อบังคับใหม่นั้นมีทั้งเนื้อหา ข้อมูล และผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

 การแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริง

ตลอดจนได้ขยายการตรวจสอบไปถึงเนื้อหาในการสื่อสาร คุกกี้ การใช้ Search Engine และเมทาดาต้าที่ใช้กับการสื่อสารออนไลน์ และยังต้องให้ลูกค้าทำหนังสือยินยอมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แต่ยกเว้นการใช้ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบการฉ้อโกงทางออนไลน์ การรักษาความปลอดภัย การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการเก็บสถิติ สำหรับประเมินพฤติกรรมของผู้ใช้เว็บไซต์ และที่สำคัญหากบริษัทผู้ให้บริการออนไลน์ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวจะต้องถูกปรับถึง 4% ของรายได้ทั่วโลกของบริษัท

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน บางอย่างเพื่อให้เป็นไปตาม e-Privacy ของสหภาพยุโรป

Continue Reading

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งานจากเฟสบุ๊ค เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม

               แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ที่กลายเป็นการปะทะกันของสองบริษัทดัง เมื่อทางแอปเปิ้ลได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานไอโอเอส 14 ในการปิดฟีเจอร์อย่างการยกเลิกติดตามผู้ใช้เพื่อโฆษณาสิ่งที่ผู้ใช้กำลังสนใจอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเหล่าลูกค้าพวกเขา แต่ทว่าทางบริษัทเฟสบุ๊คได้ออกมาวิจารณ์ว่า ฟีเจอร์และการบังคับใช้กฎนี้จะส่งผลต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างมากที่อาจจะเข้าถึงตัวลูกค้าได้น้อยลงไปจากเดิม รวมถึงส่งผลต่ออนาคตของการใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อไปของผู้คนอีกด้วย อีกทั้งทางบริษัทยักษ์ใหญ่เองก็น่าจะได้รับบทกระทบไม่ต่างกัน

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม และการบังคับใช้กฎนี้จะส่งผลต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างมากที่อาจจะเข้าถึงตัวลูกค้าได้น้อยลงไปจากเดิม

               จากกฎใหม่ที่แอปเปิ้ลได้ใส่เอาไว้ในไอโอเอส 14 นั้น พวกเขาได้บังคับใช้กฎการติดตามเนื้อหาของผู้ใช้กับทุกแอพพลิเคชั่นในแอพสโตร์ของพวกเขา หากมีตัวใดฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษด้วยการเอาออกจากแพลตฟอร์มทันที ซึ่งทางยักษ์ใหญ่อย่างเฟสบุ๊คก็ต้องออกมาตอบโต้กับนโยบายนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันจะกระทบต่อธุรกิจเล็กๆ เท่านั้น แต่มันเกี่ยวข้องกับตัวพวกเขาเองด้วย ซึ่งคาดกันว่าอาจเสียรายได้ไปมากถึง 50% ด้วยกัน เมื่อเริ่มมีการบังคับใช้จริงในปี 2021

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งานจากเฟสบุ๊ค

               ตามคำที่ทิม คุกจากแอปเปิ้ลที่ประกาศเอาไว้ว่าในเรื่องฟีเจอร์ติดตามข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทวิตเตอร์ของตัวเองว่า ทางทีมงานเชื่อว่าผู้ใช้งานมีสิทธิที่จะเลือกว่า ยินยอมที่จะให้มีการเก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับพวกเขาหรือไม่ รวมถึงชี้แจงว่าได้ถูกนำไปใช้งานอย่างไรบ้าง ซึ่งแพลตฟอร์มต่างๆ จะยังคงใช้ได้เช่นเดิม แต่ต้องได้รับการอนุญาตก่อน ซึ่งการมาของไอโอเอสนั้นจะมีคำแจ้งเตือนต่อผู้ใช้ว่าจะยอมให้การมาค้นข้อมูลส่วนตัวก่อนขะมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นตัวนี้นั่นเอง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีเรื่องราวการถอดเกมออกจากแอพสโตร์มาก่อนก็ตาม

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งาน

               นับว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจไม่น้อยจากทางแอปเปิ้ลที่พวกเขาเริ่มสนใจไปที่ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มพวกเขามากขึ้น ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็คือเฟสบุ๊คที่จะต้องถูกจำกัดการเข้าถึงนั่นเอง โดยส่วนหนึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของแฟลตฟอร์มนี้ที่ใช้โฆษณาตามสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการตามข้อมูลที่พวกเขาเก็บมานั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ โทรศัพท์รุ่นกลางของ Samsung ที่รองรับ 5G ออกมาให้ผู้ใช้ได้จับจองกันแล้ว

Continue Reading

มีการสร้างข้อความ ต่อต้านการฉีดวัคซีน ป้องกันไวรัสโควิด-19 ผ่าน WhatsApp

ต่อต้านการฉีดวัคซีน

ต่อต้านการฉีดวัคซีน ที่ Royal Society for Public Health หรือ RSPH ของประเทศอังกฤษได้พบว่ามีข้อความต่อต้านการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด – 19 ผ่าน WhatsApp โดยเฉพาะการส่งข้อความผ่านกลุ่มการสื่อสารของชุมชนต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ ทั้งชุมชนผู้ที่มีสัญชาติทางทวีปเอเซีย ชุมชนของศาสนาคริสต์บางนิกาย ทั้งนี้ข้อความที่มีการเผยแพร่นั้นจะมีเนื้อหาเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ

ต่อต้านการฉีดวัคซีน

ต่อต้านการฉีดวัคซีน ป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่มีการส่งข้อความผ่านกลุ่มการสื่อสารของชุมชนต่างๆ

โดยจะเป็นข้อความที่อธิบายว่าการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 นั้น จะมีการฉีดไมโครชิพเข้าไปฝั่งในร่างกายเพื่อใช้สำหรับติดตามตัว และอาจจะมีการเปลี่ยนดีเอ็นเอในร่างกายมนุษย์ได้อีกด้วย ทั้งนี้หน่วยงานสาธารสุขของประเทศอังกฤษอย่าง RSPH อธิบายว่าแนวความคิดและข้อความดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไร้สาระและไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับต่อข้อความการต่อต้านวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่มีการส่งต่อกันบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ได้มีการใช้เทคโนโลยีการตรวจจับข้อความดังกล่าว เพื่อควบคุมการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานอื่นๆ ที่น่าเชื่อถือ สำหรับพัฒนาแชทบอทเพื่อช่วยในการตอบคำถามเกี่ยวการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งหมด

ต่อต้านการฉีดวัคซีน ผ่าน WhatsApp

ในขณะที่องค์อิสระที่รณรงค์เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเชื้อชาติในประเทศอังกฤษ ได้ให้ความเห็นว่ามีความเป็นห่วงต่อชนกลุ่มน้อยจากกลุ่มประเทศต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษและเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย อาจจะไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ และอาจจะเป็นกลุ่มที่สร้างผลกระทบให้กับประเทศอังกฤษได้มากที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสำรวจความคิดเห็นกับบุคคลทั่วไปที่อยู่ในวัยทำงาน จำนวนมากกว่า 2,000 คน ทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้เห็นถึงระดับความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อกระบวนการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19

ป้องกันไวรัสโควิด-19 ผ่าน WhatsApp

โดยการสำรวจตัวอย่าง พบว่า มีบุคคลจำนวน 3 ใน 4 ของการสำรวจจะได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสดควิด-19 หากได้รับคำแนะนำที่เพียงพอจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ ส่วนกลุ่มที่มีรายได้น้อยไม่มั่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอต่อการเข้ารับการฉีดวัคซีน นอกจากนี้แล้วประมาณ 84% ของผู้มีรายได้สูงวางแผนจะเข้ารับการฉีดวัคซีน ถ้าแยกตามภูมิภาคของกลุ่มที่ไม่ได้มีสัญชาติอังกฤษ พบว่า กลุ่มคนที่มาจากทวีปเอเซียจะเข้ารับการฉีดวัคซีนน้อยที่สุด แต่พิจารณาจากเพศจะพบว่า ผู้ชายเต็มใจเข้ารับการฉีดวัคซีนมากกว่าผู้หญิง ทั้งนี้จากผลสำรวจดังกล่าวหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศอังกฤษจะต้องทำงานเชิงรุกกับกลุ่มคนที่มาจากทวีปเอเซียให้เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ของประเทศบราซิลที่ไม่พอใจไอโฟน ที่ไม่แถมที่ชาร์จมาให้ในกล่อง

Continue Reading

Pornhub ถูกฟ้องร้อง ให้มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ค้าประเวณี และคุกคาทางเพศ

Pornhub ถูกฟ้องร้อง

Pornhub ถูกฟ้องร้อง มีผู้หญิงจำนวน 40 คน ได้เรียกร้องให้มีการพิจารณาคดีความของ Pornhub ที่มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และคุกคามทางเพศ โดยเรียกร้องค่าเสียมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อคน หรือประมาณ 30 ล้านบาท โดยทั้ง 40 ได้ร้องเรียนว่า Pornhub ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท MindGeek ได้สร้างเว็บไซต์ Girl Do Porn เพื่อเสนอเนื้อหาที่มีการคุกคามทาเพศและค้ามนุษย์ อีกทั้งยังทำให้ทั้ง 40 คนนั้นถูกค้าประเวณีผ่าน Go Do Porn ที่มีทั้งการข่มขู่และบีบบังคับ ทั้งนี้การฟ้องร้องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 และจนถึงปัจจุบันนี้วิดีโอที่เป็นต้นเหตุของการฟ้องร้องในครั้งนี้ก็ยังสามารถเข้าดูผ่านเว็บไซต์ของ Girl Do Porn และ Pornhub ได้

Pornhub ถูกฟ้องร้อง

Pornhub ถูกฟ้องร้อง เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 และจนถึงปัจจุบันนี้วิดีโอที่เป็นต้นเหตุของการฟ้องร้องในครั้งนี้

ทั้งนี้ได้มีการเปิดเผยว่าเว็บไซต์ Girl Do Porn เป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหานางแบบ สำหรับการถ่ายทำโฆษณาและวิดีโอที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ที่มีการโน้มน้าวบรรดาผู้หญิงที่มาสมัครว่าจะไม่มีการเปิดเผยตัวตน ตลอดจนจะไม่มีการแสดงวิดีโอที่ถ่ายไว้บนโลกออนไลน์ มีเพียงการส่งในรูปแบบของแผ่น CD เพื่อเผยแพร่ในตลาดเฉพาะเท่านั้น แต่มีการตรวจพบว่าวิดีโอทั้งหมดถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา อย่างไรก็ตามผู้เกี่ยวข้องกับ Girl Do Porn ได้ถูกตั้งข้อหาการก่ออาชญากรรมการค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศ จากศาลของรัฐบาลกลาง ประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว

Pornhub

ซึ่งเมื่อตรวจสอบจึงพบว่ามีผู้หญิงหลายคนถูกกดดัน บังคับและข่มขู่ให้เซ็นสัญญา อีกทั้งไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสถานที่ถ่ายทำจนกว่าวิดีโอที่ถ่ายทำนั้นเสร็จสมบูรณ์ บางคนถูกบังคับให้แสดงกิจกรรมทางเพศที่ผิดปกติ ซึ่งถ้าหากไม่ทำผู้หญิงที่ทำการแสดงจะไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสถานที่ถ่ายทำ นอกจากนี้มีบางคนให้ข้อมูลว่ามีการทำร้ายทางเพศและถูกข่มขืนด้วย ทั้งนี้หนึ่งในผู้ต้องหาในการฟ้องร้องดังกล่าอยู่ระหว่างการหลบหนี และถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุดในขณะนี้ จากคดีที่ถือได้ว่าเป็นอาชญากรรมการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี และการผลิตสื่อลามกอนาจารที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ที่เป็นอันตรายร้ายแรงมาก

Pornhub มีปัญหา

จากเหตุการณ์ฟ้องร้องในเรื่องดังกล่าว ทำให้บริษัทธุรกรรมทางการเงินรายใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Mastercard และ Visa ได้ยกเลิกการให้บริการรับชำระเงินเพื่อเข้าใช้งาน Pornhub ผ่านช่องทางของบริษัททั้งสอง เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ระบบปฏิบัติการ ได้ที่นี่ และ ประโยชน์ของ Big data เทคโนโลยีที่สำคัญเพื่อธุรกิจในยุคปัจจุบัน

Continue Reading

Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้อีกครั้ง

Twitter

Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้ตรวจสอบผู้ใช้งานอีกครั้งภายในต้นปี 2021 ซึ่ง Twitter ได้หยุดตรวจสอบชั่วคราวในปี 2017 เนื่องจากได้มีการร้องเรียนมาว่าโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนนั้นสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน จากการที่ Twitter ได้ใช้การติดป้ายกำกับสีน้ำเงินสำหรับบัญชีที่ถูกต้องตรวจสอบ

Twitter

Twitter จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างละเอียดสำหรับการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้แต่ละกลุ่มสำหรับโปรแกรมการตรวจสอบ

ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสับสนว่าป้ายสีน้ำเงินนั้นเป็นการรับรองบัญชีผู้ใช้หรือการบ่งชี้ว่าบัญชีนั้นมีความสำคัญ ดังนั้น Twitter จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างละเอียดสำหรับการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้แต่ละกลุ่มสำหรับโปรแกรมการตรวจสอบในปี 2021 และจะทำการแยกประเภทกลุ่มบัญชีของผู้ที่มีชื่อเสียงไว้อย่างชัดเจน ที่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักแสดง นักกีฬา นักเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ และรวมถึงองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร

Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบ

นอกจากนี้แล้วอาจจะเพิ่มการตรวจสอบกับบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก บางครั้งก็อาจจะประเมินร่วมกับการค้นหาของ Google เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม Twitter จะประชาสัมพันธ์การใช้โปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนให้ผู้ใช้งานได้ทราบตั้งแต่วันที่ 8 – 17 ธันวาคมนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตามจะมีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการระบุตัวตนและการติดป้ายกำกับบัญชีผู้ใช้งานแต่ละประเภท เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันการสับสนในการใช้งานเหมือนที่เป็นมา

ทั้งนี้ Twitter อาจจะยกเลิกการติดป้ายกำกับบัญชีผู้ใช้งานที่มีการละเมิดกฎเกณฑ์อย่างร้ายแรง เช่น การแสดงเนื้อหาที่มีความเกลียดชังและความรุนแรง แต่ Twitter จะมีการประเมินความเหมาะสมและทำการลบบัญชีผู้ใช้งานเหล่านั้นเป็นรายกรณี นอกจากนี้แล้ว Twitter ยังห้ามการใช้งานบัญชีที่มีการละเมิดกฎเกณฑ์ของ Twitter ในรอบหกเดือนที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากพบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่แสดงความเกลียดชังและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

Twitter ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้

ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่ Twitter นำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจากมีการเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีการสร้างข้อความที่แสดงความเกลียดชังเป็นจำนวนมาก ดังนั้น Twitter จึงต้องนำโปรแกรมการตรวจสอบและติดป้ายกำกับสำหรับข้อความที่ไม่ถูกต้องมาใช้ชั่วคราว เพื่อป้องกันไมให้ผู้ใช้งานเกิดความเข้าใจผิดในข้อความจาก Twitter ได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Xiaomi Redmi Note 9 Pro อีกหนึ่งโน้ตตัวโหด มาพร้อมกับชิพ อย่าง Snapdragon จากควอลคอม

Continue Reading

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code สำหรับติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code ประธานาธิบดีประเทศจีนเสนอให้มีการใช้ระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อติดตามการเดินทางของบุคคคลต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับใช้ติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจะต้องทำให้เป็นนโยบายระดับนานาชาติและมีมาตรฐานร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศมีระเบียบกันมากขึ้น ทั้งนี้ประธานาธิบดีประเทศจีนได้นำเสนอให้มีการใช้ QR Code ในระบบการติดตามดังกล่าว

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code ที่ใช้จะเป็นเพียงใบรับรองสุขภาพจากการทดสอบไวรัสโควิด-19 เท่านั้น

แต่นักสิทธิมนุษยชนได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับการใช้ QR Code อาจจะมีประเด็นในเรื่องของการติดตามบุคคลที่จะเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ผ่านทางออนไลน์ที่มีประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นผู้เจ้าภาพเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ประธานาธิบดีของประเทศจีนได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า QR Code ที่ใช้จะเป็นเพียงใบรับรองสุขภาพจากการทดสอบไวรัสโควิด-19 เท่านั้น โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่จะใช้ร่วมกับ QR Code แต่อย่างใด

 OR Code สำหรับติดตามการเดินทาง

โดยการเดินทางภายในประเทศจีนได้มีการนำ QR Code มาใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน สำหรับการติดตามการเดินทางภายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถ้า QR Code ขึ้นสัญญาณสีเขียวแสดงว่าสามารถเดินทางได้อย่างอิสระทั่วประเทศจีน แต่ถ้า QR Code แสดงสีส้มและสีแดงแสดงว่าจะต้องถูกกักตัว 14 วันก่อนที่จะออกเดินทางได้ โดยสัญลักษณ์สีที่ให้แต่บุคคลนั้นจะขึ้นอยู่กับฐานข้อมูลที่มีภายในประเทศจีน ทั้งนี้ระบบการติดตามการเดินทางโดยใช้ QR Code ของประเทศจีนได้รับการพัฒนาโดย Ant Financial บริษัทเทคโนโลยีและการเงินยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน โดยจะให้บริการผ่าน Alipay และ WeChat ของบริษัท Tencent

OR Code ติดตามการเดินทาง

ทั้งนี้ความพยายามที่จะสร้างระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของโลกสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ หลังจากที่หยุดชะงักมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลกตลอดปี 2020 นอกจากนี้หลายประเทศก็พยายามที่จะเปิดการเดินทางระหว่างประเทศในลักษณ์ของบับเบิลทราเวิล อย่างเช่นการจับคู่ระหว่างประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงที่วางแผนเปิดการเดินทางระหว่างกันภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งเนื่องจากการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของไวรัสโควิด-19 ในประเทศฮ่องกง อย่างไรก็ตามหลายประเทศก็ยังมีความกังวลว่าการใช้ QR Code ในระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศที่ประเทศจีนนำเสนอนั้นอาจจะกลายเป็นการสอดแนมคล้ายกับม้าโทรจันในอดีตก็เป็นได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ แอพพลิเคชั่นสร้าง Branding ของตัวเองให้ยอดขายพุ่ง! บนโลก Internet

Continue Reading

สัญญาณกันขโมย ตัวช่วยที่เจ้าของบ้านไว้วางใจ ทั้งยังจะปลอดภัยได้ทุกวัน

สัญญาณกันขโมย

สัญญาณกันขโมย ยามค่ำคืนซึ่งถือเป็นเวลาพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าบ้าน และทรัพย์สินมีค่าของเราจะปลอดภัยได้ทุกวัน สังเกตจากข่าวโจรปล้นบ้านฆ่าชิงทรัพย์มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้นมาตรการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้เราอุ่นใจไปกับ สัญญาณกันขโมย หนึ่งในตัวช่วยที่เจ้าของบ้านหลายคนเลือกใช้บริการ

สัญญาณกันขโมย

สัญญาณกันขโมย เทคโนโลยีการพัฒนาหนึ่งในตัวช่วยที่เจ้าของบ้านหลายคนเลือกใช้บริการ

หลักการทำงานของสัญญาณกันขโมย

อันที่จริงแล้วระบบการทำงานของสัญญาณกันขโมยไม่ได้แตกต่างไปจากเทคโนโลยีกันขโมยที่ติดกับรถยนต์เลย หลักการทำงานของมันคร่าว ๆ คือ เมื่อเปิดระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะเริ่มทำงาน ถ้าหากมีผู้บุกรุกเข้ามาระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยให้กับเจ้าของบ้านได้ทราบ การทำงานของสัญญาณกันขโมยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

หลักการทำงานของสัญญาณกันขโมย
  1. อุปกรณ์ตรวจจับผู้บุกรุก

ด่านแรกที่ระบบสัญญาณกันขโมยเริ่มทำงาน โดยใช้แม่เหล็กติดตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านที่คาดว่าจะมีการงัด เช่น ประตู หรือ หน้าต่าง เมื่อมีผู้บุกรุกมากระทำให้ชิ้นส่วนแม่เหล็กแยกออกจากกันเกินกว่าระยะเหนี่ยวนำ ก็จะส่งสัญญาณเข้าไปเตือนภัย

  • อุปกรณ์แจ้งเตือน

การแจ้งเตือนนั้น เมื่อสัญญาณส่งมาที่อุปกรณ์แจ้งเตือนที่ไซเรน ก็จะส่งเสียงออกมาทำให้คนที่อยู่ในบริเวณบ้านได้ยินเสียงไซเรน หรือสำหรับบางกรณี อาจมีการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นเทคโนโลยีที่มาคู่กัน ซึ่งจะแสดงให้เจ้าของบ้านได้รับรู้ผ่านมือถือ

วิธีใช้สัญญาณกันขโมย
  • อุปกรณ์ควบคุม

ทำงานโดยเป็นตัวรับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับแล้วประมวลผลโดยเทคโนโลยีควบคุม ประสานงานให้กับอุปกรณ์แจ้งเตือนได้ทำงานส่งสัญญาณกันขโมยเตือนให้กับเจ้าของบ้านได้รู้ มีปุ่มเปิด/ปิดการใช้งานด้วย

การเลือกซื้ออุปกรณ์สัญญาณกันขโมยให้พิจารณาดูจากบริการหลังการขาย ซึ่งอุปกรณ์อาจมีการชำรุดโดยที่เราไม่ได้ตั้งได้ เราจะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองให้เจ็บหนัก สำหรับบ้านไหนที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง เราก็ขอแนะนำให้หาเทคโนโลยีนี้มาติดตั้งมาติดตั้งดู มันอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในยามเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ๆ ก็ได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เทคโนโลยีการกู้ยืมเงินออนไลน์ (Digital Lending) สำหรับธุรกิจออนไลน์ของใครหลาย ๆ คน

Continue Reading

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ

            เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างรับมือไม่ทันกับการแพร่ระบาดของโลกนี้ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากในแง่ของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ หากการรับมือกับโรคระบาด “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ได้อย่างรวดเร็ว สถานการณ์บ้านเมืองทั่วโลกที่แย่ลงก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค คือ ความก้าวหน้าของทางเทคโนโลยี หากเทคโนโลยีมีความทันสมัยก็จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการควบคุมและดูแลการแพร่ระบาดของโรคได้

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ

ประเทศไทยกับ เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ ควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

เทคโนโลยีที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ในประทศไทย และต่างประแทศทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด และได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยหนึ่งในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AI,  คิวอาร์โค้ด (QR CODE), หุ่นยนต์และโดรน, แอฟพลิเคชัน,  พัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการเแพทย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ เทคโนโลยีที่นำมาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อช่วยในเรื่องของการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสต่อโรคโดยตรงต่อผู้ป่วย ซึ่งหุ่นยนต์ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อติดตาอาการของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง และดูแลผู้ป่วยด้วยการคอยให้คำปรึกษาผ่านทาง Telemedicline ตอนนี้ในประเทศไทยมีการนำหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์มาใช้อยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ  โรงพยาบาลทรวงอก โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลราชวิถี

พัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์

            ประเทศจีนกับเทคโนโลยีในการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

เทคโนโลยี AI

การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว นำไปติดตั้งในสถานที่ที่มีความจำเป็น เช่น สถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นการกรองอุณหภูมิร่างกาย หากพบผู้ที่มีไข้สูงกว่าปกติ จะแยกบุคคลนั้นออกมาก่อน ซึ่งถือว่าเทคโนโลยี AI มีส่วนช่วยในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคได้อย่างมาก เพราะเป็นกากรลดการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

แอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ

คิวอาร์โค้ด (QR CODE)

เพื่อให้ประชาชนได้กรอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) หากบุคคลใดทำแบบประเมินและมีความเสี่ยงคิวอาร์โค้ดจะแสดงเป็นสีแดง ซึ่งจะเป็นคิวอาร์โค้ด (QR CODE) ประจำตัวของบุคคล เมื่อไปสนามบิน โรงพยาบาลก็ต้องแสดงคิวอาร์โค้ด (QR CODE) นี้ต่อเจ้าหน้าที่

การนำเทคโนโลยีเพื่อมาใช้ในทางการแพทย์ล้วนเกิดประโยชน์เป็นอย่างสูงในการป้องกันโรค หากในอนาคตจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคใหม่ เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นอีกตัวช่วยที่ดีเสมอทางการแพทย์

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เทคโนโลยีการกู้ยืมเงินออนไลน์ (Digital Lending) สำหรับธุรกิจออนไลน์ของใครหลาย ๆ คน

Continue Reading

รายงานผล จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์ จากผลทดสอบผิดพลาด

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่การทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศสกอตแลนด์ เกิดความผิดพลาด เนื่องจากมีการใส่รหัสผลการทดสอบผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้การติดตามบุคคลที่พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผิดพลาดด้วยเช่นกัน เพราะการใส่รหัสผลการทดสอบผิดพลาด ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสกอตแลนด์ไม่ได้ติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประเทศสกอตแลนด์ เกิดความผิดพลาด และส่งผลให้การติดตามบุคคลที่พบว่าติดเชื้อโควิด-19 ผิดพลาดด้วยเช่นกัน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อเกือบ 2 เท่าที่ไม่ได้ถูกติดตามและกักตัวเอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ผู้บริหารของหน่วยงานสาธารณะสุขของสกอตแลนด์ หรือ Public Health Scotland (PHS) ได้ยืนยันว่าระบบ Test and Protect ที่ใช้ทดสอบและรายงานผลผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น เป็นระบบที่มีมาตรฐานสูงมาก และมีความน่าเชื่อถือระบบหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตามได้มีการสังเกตว่า PHS ได้มีการแก้ไขจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จาก 8,262 ราย เป็น 15,291 ราย และในขณะเดียวกันจำนวนผู้ที่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมงนับจากทราบผลทดสอบ เปลี่ยนจาก 17,255 เป็ฯ 23,828 ซึ่งจำนวนผู้ที่ได้รับการติดต่อจะต้องถูกกักตัวเอง เนื่องจากพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์

ทั้งรัฐมนตรีและพรรคฝ่ายค้านของสกอตแลนด์ต่างก็ออกมาตำหนิถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิด เป็นสิ่งที่สร้างความน่าตกใจและกระทบต่อความมั่นใจในระบบทดสอบอย่างแน่นอน ตลอดจนเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาคำตอบและเปิดเผยให้สาธารณะชนได้ทราบโดยเร็ว เพื่อเรียกความมั่นใจในระบบทดสอบให้คืนกลับมาอย่างรวดเร็วที่สุด

โดยโฆษกของรัฐบาลได้แถลงว่าระบบ Test and Protect นั้นเป็นเสมือนเครื่องมือที่สำคัญเป็นอย่างมากในการลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้ดีที่สุดในช่วงระยะเวลานี้ และการป้องกันการแพร่ระบาดจะไม่ประสบความสำเร็จหากการรายงานมีความผิดพลาด ทั้งนี้แล้วความผิดพลาดของการใส่รหัสผลการทดสอบที่ผิดพลาดนี้เกิดขึ้นและได้ทำการแก้ไขแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และได้แก้ไขข้อมูลของกันยายนและตุลาคมด้วยเช่นกัน

ประเทศสกอตแลนด์

โดยทางมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าจะต้องมีการติดตามผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างน้อย 80% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ตรวจพบทั้งหมด เพื่อให้มีการกักตัวของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมงภายหลังจากที่ได้รับการยืนยันผลการทดสอบ ซึ่งในเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม มีการติดตามได้น้อยกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด แต่สำหรับข้อมูลล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถึง 95.8%  

โดยทางหน่วยงานสาธารณสุขของสกอตแลนด้ได้รายงานว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้รับการปรับปรุงแก้ไขได้เรียบร้อยแล้ว และสามารถดำเนินการได้ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศสกอตแลนด์เป็นด้วยดี

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ กู้ข้อมูลเก่าบน Facebook ที่บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! กับ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ

Continue Reading