ตรวจพบ มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป ที่รัฐบาลประเทศอังกฤษจัดหาให้นักเรียนสำหรับเรียนออนไลน์

มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป

คุณครูของโรงเรียนแบรดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ได้มีการแบ่งปันข่าวสารภายในกลุ่มของโรงเรียน ว่าพบไฟล์ที่น่าสงสัย มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป ที่นักเรียนได้รับจากรัฐบาล สำหรับการเรียนออนไลน์ในช่วงที่มีการประกาศปิดเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดโควิด-19 และมีความเชื่อกันภายในกลุ่มของโรงเรียนว่า มัลแวร์ที่เจอในครั้งนี้มีการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของประเทศรัสเซีย และถูกพบกับคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อปหลายเครื่องที่นักเรียนใช้สำหรับเรียนออนไลน์ในครั้งนี้ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษรับทราบและอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยทีมไอทีของกระทรวงศึกษาได้ให้ความเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นยังมีจำนวนเพียงเล็กน้อยที่สามารถจัดการได้

 มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป

ประเทศอังกฤษพบปัญหาเรียนออนไลน์พบว่าไฟล์ที่น่าสงสัย มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป

สำหรับ Geo บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อปให้กับกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ ได้ให้ความเห็นว่าบริษัทได้ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ที่ใช้การเรียนออนไลน์ในครั้งนี้ ที่ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์เพียงไม่กี่เครื่อง แต่บริษัทจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่สำหรับการตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยจากการใช้งานอุปกรณ์เพื่อการเรียนออนไลน์ และเร่งแก้ไขข้อวิตกกังวลที่เกิดขึ้น โดยจากห้องพูดคุยของโรงเรียนได้อ้างถึงไฟล์ Gamarue.I ที่เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ฝั่งตัวอยู่ในระบบปฏิบัติการ Windows ที่ Microsoft ได้ตรวจพบในปี 2012

ประเทศอังกฤษพบปัญหาเรียนออนไลน์พบว่าไฟล์ที่น่าสงสัย มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษได้แจกจ่ายคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อปไปแล้วเกือบ 800,000 เครื่อง จากเป้าหมายที่กำหนดไว้ 1,000,000 ล้านเครื่อง เพื่อให้เพียงพอต่อการเรียนหนังสือทางออนไลน์จากที่บ้าน สำหรับนักเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์การเรียนในช่วงที่มีประกาศปิดเมืองเนื่องจากการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะที่รองผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและการเรียนรู้ของสถาบันแบรดฟอร์ด ได้แนะให้โรงเรียนได้ตรวจสอบระบบเครือข่ายของโรงเรียนด้วยว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มเติมด้วย               

มัลแวร์ในคอมพิวเตอร์แล็ปท๊อป กระทรวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษ

  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าไวรัส Gamarue.I เป็นภัยคุกคามที่รุนแรงมากต่อเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย โดยตามหลักการแล้วเมื่อพบว่ามี Gamarue.I จะต้องรีบูตเครื่องใหม่ และเข้าเครื่องด้วยเซฟโหมด พร้อมทั้งเปิดโปรแกรมสแกนไวรัสเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามความให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอทีได้ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อมั่นใจว่า Gamarue.I ถูกกำจัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน

 ทั้งหมดก็เป็น ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ และข่าวเทคโนโลยีที่น่าสนใจ มีการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลมากกว่า 4,000 ไฟล์ของ SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ ขโมยไป

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ  สล็อตค่ายไหนแตกง่าย ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

มีการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลมากกว่า 4,000 ไฟล์ของ SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ ขโมยไป

SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์

หน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของสกอตแลนด์ หรือ Scottish Environment Protection Agency (SEPA) ได้เปิดเผยว่ามีการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลประมาณ 4,000 ไฟล์ และมีขนาด 1.2 GB SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ ที่ถูกโจรกรรมไปจากระบบดิจิทัลขององค์กรเมื่อวันคริสมาสต์อีฟที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำของกลุ่ม Conti Ransomware ระหว่างประเทศ เพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่คืนข้อมูลที่ถูกขโมยไป โดย SEPA ได้ปฏิเสธการเรียกร้องดังกล่าว โดยข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวกับเอกสารสัญญา กลยุทธ์การดำเนินงานของหน่วยงาน รวมถึงฐานข้อมูลบางส่วนของหน่วยงาน ทั้งนี้ข้อมูลของหน่วยงานที่ถูกขโมยไปนั้นถูกนำไปเปิดเผยในเว็บไซต์ใต้ดิน ที่จะสามารถเข้าถึงได้ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์พิเศษเท่านั้น

SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์

SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ จากระบบดิจิทัลขององค์กรเมื่อวันคริสมาสต์อีฟ

ทั้งนี้ Emsisoft บริษัทที่ให้บริการทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ติดตามการโจมตีระบบงานของ SEPA และให้ความเห็นว่าการโจมตีครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของ Conti Ransomware ที่เรียกว่า Ryuk โดยสังเกตได้จากโค้ดที่ใช้ในการโจมตี การเขียนข้อความเพื่อเรียกค่าไถ่ ทั้งนี้เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ก็หมายความว่าอาชญากรกลุ่มนี้ไม่สามารถจะเรียกร้องเงินจากเหยื่อด้วยวิธีอื่นแล้ว

SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ จากระบบดิจิทัล

โดยผู้บริหารของ SEPA ได้ให้ความเห็นว่า SEPA จะไม่มีการจ่ายเงินให้กับอาชญากรทางไซเบอร์กลุ่มนี้ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นการกระตุ้นให้มีการโจมตีเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นถ้าต้องการหยุดวงจรของภัยพิบัติทางไซเบอร์จะต้องไม่เล่นตามเกมส์ที่พวกอาชญกรไซเบอร์กำหนดนั่นเอง ทั้งนี้แล้วทาง SEPA เองยังคงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกู้คืนเอกสารสำคัญต่างๆ จากระบบสำรองข้อมูลที่มีอยู่และสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ ตลอดจนการสร้างระบบป้องกันอาชญกรรมทางไซเบอร์ที่มีความเข้มข้นมากกว่าเดิม เพื่อป้องกันการโจมตีระบบงานไม่ให้เกิดขึ้นอีก

จากการสืบสวนอาชญกรรมทางไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ Scotland ได้เปิดเผยว่าตำรวจยังคงสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังพบด้วยเช่นกันว่ามีการเข้าดูเอกสารของ SEPA ที่ถูกเปิดเผยในเว็บไซต์ใต้ดินเกือบ 1,000 คน ซึ่งเป็นเป็นสิ่งที่ตำรวจจะต้องตามสืบต่อไป

SEPA ที่ถูกอาชญากรทางไซเบอร์ ขโมยไป 4,000 ไฟล์

สำหรับความเห็นของผู้บริหารระดับสูงของ SEPA เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ได้มอบหมายให้มีการดำเนินการทางกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลจัดการข้อมูลที่มีความสำคัญของหน่วยงาน โดยทางตำรวจได้ยืนยันว่าการเปิดเผยข้อมูลทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้แล้ว SEPA จะให้ความร่วมกับพันธมิตรหลายๆ ส่วน เพื่อสามารถกู้คืนและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้จะให้มีการยืนยันระบุตัวตนและติดต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

สามารถกดติดตาม ซอฟแวร์ และการใช้งาน และข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ ๆ  Microsoft พบว่าแฮกเกอร์ได้ขโมย Source Code จากโจรกรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เมื่อสิ้นปี 2020

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ  เว็บแทงบอลออนไลน์ ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

ตำรวจสหรัฐอเมริกาถูกถ่ายทอดสดขณะเข้าตรวจค้นบ้านผู้บริสุทธิ์ผ่าน การหลอกลวงแบบ Swatting

Swatting

ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเกิดอาชญากรรมทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า Swatting และเริ่มมีแนวโน้มของการกระทำเลียนแบบเพิ่มมากขึ้น นั่นคือการโทรหลอกลวงให้ตำรวจเข้าไปตรวจค้นบ้านของผู้บริสุทธิ์ จากนั้นจะเข้าระบบกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อทำการถ่ายทอดสดการบุกเข้าไปตรวจค้นในบ้านทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นให้กับสมาชิกในชุมชนออนไลน์ได้ชมกัน ซึ่งทาง FBI ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่มีความผิดร้ายแรงมาก อย่างเช่นการเกิดเหตุที่รัฐแคนซัสเมื่อ 3 ปีที่แล้วที่มีการโทรแจ้งข้อมูลเท็จกับ FBI ว่ามีการจับตัวประกันและทำให้ตำรวจยิงผู้ชายที่ไม่เกี่ยวข้องและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการกระทำเลวร้ายมากครั้งหนึ่ง

Swatting

การโจมตีแบบ Swatting เพื่อความปลอดภัยแบบสมาร์ทโฮม ต้องเปลี่ยนรหัส

ทั้งนื้ทาง FBI ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการโจมตีแบบ Swatting ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยแบบสมาร์ทโฮม จะใช้รหัสผ่านที่ได้จากผู้ผลิตและไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ง่ายต่อการขโมยรหัสผ่านและเข้าถึงระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านโดยที่ไม่รับอนุญาต นอกจากนี้แล้วยังใช้กับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทุกชนิดภายในบ้านที่สามารถใช้งานผ่าน Wifi เช่น กล้องวงจรปิด กระดิ่งประตูอัจฉริยะ เป็นต้น ตลอดจนแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับตั้งค่าเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว มักจะเก็บข้อมูลสำคัญของลูกค้าไว้เช่นกัน และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการขโมยชื่อผู้ใช้งานพร้อมรหัสผ่านและนำไปซื้อขายกันในตลาดที่ผิดกฎหมาย

การโจมตีแบบ Swatting

โดยมีการเปิดเผยเหตุการณ์ Swatting ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีการโทรหลอกลวงเจ้าหน้าที่ทาง 911  ที่รัฐฟลอริดา จากผู้ชายคนหนึ่งว่าได้ฆ่าภรรยาของตัวเองพร้อมทั้งได้สะสมระเบิดเป็นจำนวนมากภายในบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และมีการพูดดูถูกเยาะเย้ยเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านกระดิ่งประตูอัจฉริยะ หรืออีกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐเวอร์จิเนียเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกหลอกให้ไปบ้านหลังหนึ่งที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการฆ่าตัวตาย ซึ่งเมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวกับไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ตำรวจกลับถูกถ่ายทอดสดการเข้าตรวจค้นผ่านทางกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไปยังชุมชนออนไลน์ที่มีการเก็บค่าเข้าดูการถ่ายทอดสดดังกล่าวคนละ 5 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 150 บาทต่อคน

การหลอกลวงแบบ Swatting

ดังนั้น FBI จึงได้ออกมาเตือนให้ผู้ใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบ้านนั้น ทำการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านให้แตกต่างจากที่ได้มาจากบริษัทผู้ผลิต ก่อนเริ่มใช้งานจริงทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

สามารถกดติดตาม ซอฟแวร์ และการใช้งาน และข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ ๆ สัญญาณกันขโมย ตัวช่วยที่เจ้าของบ้านไว้วางใจ ทั้งยังจะปลอดภัยได้ทุกวัน

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

Microsoft พบว่าแฮกเกอร์ได้ขโมย Source Code จากโจรกรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เมื่อสิ้นปี 2020

Microsoft

Microsoft จากการโจรกรรมทางไซเบอร์ครั้งยิ่งใหญ่เมื่อช่วงเดือนธันวาคมของปี 2020 ที่มีองค์กรภาครัฐและเอกชนของประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นได้พบว่า เป็นการเจาะเข้าระบบจัดการเครือข่ายของ Solarwind บริษัทผู้ให้บริการบริหารจัดการระบบเครือข่ายกับองค์กรต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงMicrosoft  ซึ่งการโจรกรรมทางไซเบอร์ดังกล่าวนั้นไม่มีการโจรกรรมข้อมูลสำคัญขององค์กรต่างๆ แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเพิ่มเติมของMicrosoft ทำให้พบว่าการโจรกรรมครั้งดังกล่าวกลับมีการเข้าถึง Source Code ของการให้บริการต่างๆ ของMicrosoft แทน

Microsoft

การโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของ Microsoft

โดยการตรวจสอบนั้นพบว่ามีความผิดปกติของบัญชีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่ง ที่พบว่ามีการใช้บัญชีเพื่อพยายามเข้าถึงSource Code ต่างๆ ของMicrosoft แต่อย่างไรก็ตามบัญชีดังกล่าวไม่มีสิทธิแก้ไขSource Code ต่างๆ ในระบบงานของMicrosoft ซึ่งบัญชีดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและแก้ไขสิทธิการเข้าใช้งานเรียบร้อยแล้ว โดยการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ Microsoftได้ทำการสมมติว่าการโจรกรรมนั้นสามารถเข้าถึงSource Codeของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงเริ่มทำการแก้ไขจนสามารถป้องกันการเข้าถึงSource Code ได้ ทั้งนี้บริษัทได้สร้างระบบความปลอดภัยให้กับSource Code มากกว่า 1 ชั้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและมั่นใจให้กับบริการต่างๆ ของMicrosoft จากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคตด้วยเช่นกัน

Microsoft พบว่าแฮกเกอร์ได้ขโมย Source Code

ทั้งนี้แล้วผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อธิบายเพิ่มเติมว่าการโจรกรรมทางไซเบอร์ในครั้งนี้ มีความซับซ้อนและมีแหล่งข้อมูลที่มากพอ ที่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการก่อเหตุโจรกรรมทางไซเบอร์ เพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นความลับของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมว่าSource Code โดยทั่วไปจะหมายถึง คำสั่งทางคอมพิวเตอร์ที่เขียนโดยโปรแกรมเมอร์ เพื่อประกอบขึ้นมาเป็นแอพพลิเคชั่นหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่ใช้ทั้งในการทำงาน และด้านอื่นๆ

Microsoft โจรกรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เมื่อสิ้นปี 2020

ในขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงแหล่งชาติ  ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของUniversity of Notre Dameได้อธิบายว่าการโจมตีในครั้งนี้มีความต้องการเข้าถึงช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของMicrosoft ที่ทำให้บรรดาแฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากการโจรกรรมที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ความเสียหายจำนวนมากที่อาจจะเกิดขึ้นหากสิ่งที่ถูกโจรกรรมไปนั้นอยู่ในความครอบครองของมิจฉาชีพทั้งหลาย

 ทั้งหมดก็เป็น  ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ และข้อมูลดี ๆ เกี่ยวเทคโนโลยีใหม่ ๆ Microsoft พร้อมนำบริการ สตรีมมิ่งเกม Xbox ไปลงใน AppStore ของ iPhone แล้ว

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ  สล็อตโจ๊กเกอร์168  ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

สหภาพยุโรปและประเทศอังกฤษร่วมกันออกกฎหมายเกี่ยวกับ การบินโดรน

การบินโดรน

จากการคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ที่ผ่านมานี้ จะมีการมอบโดรนเป็นของขวัญให้กันมากที่สุดชนิดหนึ่ง อีกทั้งในแต่ละประเทศมีกฎหมาย การบินโดรน เป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนได้ ดังนั้นสหภาพยุโรปและประเทศอังกฤษจึงร่วมกันออกกฎหมายเกี่ยวกับการบินโดรน สำหรับบังคับใช้กับประเทศอังกฤษและประเทศภายในสหภาพยุโรปทั้งหมด โดยกฎหมายฉบับนี้ได้แบ่งโดรนออกเป็น 3 ประเภท คือ สูง กลาง และต่ำ

การบินโดรน

การบินโดรน ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานการบินแห่งชาติแบบถูกกฎหมาย

โดยที่โดรนที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือเรียกว่า โดรนแบบเปิดไม่ต้องขออนุญาตทุกประเภท แต่จะต้องมีการปฏิบัติงานที่เข้มงวด ถัดมาจะเป็นโดรนที่มีความเสี่ยงปานกลางหรือเรียกว่า โดรนแบบเฉพาะ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานการบินแห่งชาติของแต่ละประเทศ และต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงตามที่กำหนดก่อนที่จะขึ้นบินและสุดท้ายคือโดรนที่มีความเสี่ยงสูง หรือเรียกว่า โดรนที่ไดรับการรับรอง จะต้องปฏิบัติตามกฎการบินทุกประการ ซึ่งในอนาคตจะใช้บังคับกับโดรนที่มีผู้โดยสารด้วยเช่นกันนอกจากการจัดประเภทความเสี่ยงให้กับโดรนแล้ว โดรนที่จะนำมาใช้งานจะต้องผ่านมาตรฐานการผลิตที่ได้รับเครื่องหมายCE ที่เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในกลุ่มประเทศของสหภาพยุโรป เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานCE นั้น มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทางด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

การบินโดรน ต้องได้รับอนุญาต

นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังได้กำหนดระดับน้ำหนักและสถานที่ที่จะบินได้เช่นกัน โดย ระดับ A1 หมายถึง โดรนที่มีน้ำหนักน้อยกว่า250 กรัม สามารถบินเหนือคนได้ ระดับA2 หมายถึง โดรนที่มีน้ำหนักมากกว่า250 กรัม แต่น้อยกว่า2 กิโลกรัม จะต้องบินห่างกลุ่มคนอย่างน้อย 50 เมตร และระดับสุดท้ายA3 หมายถึง โดรนที่มีน้ำหนักมากกว่า 2 กิโลกรัม ต้องบินห่างจากผู้คนมากกว่า50 เมตรขึ้นไปในขณะที่การบินโดรนในประเทศอังกฤษจะต้องผ่านการทดสอบทางด้านทฤษฎีขององค์กรการบินพลเรือนและต้องได้รับใบอนุญาตสำหรับการบินโดรนที่มีน้ำหนักเกิน250 กรัม ภายในระยะห่าง150 เมตรจากกลุ่มคนเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

การบินโดรน-แบ่งโดรนออกเป็น 3 ประเภ

ทั้งนี้ DJI บริษัทผู้ผลิตโดรนรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลกมีความยินดีต่อการออกกฎหมายควบคุมการบินโดรนของสหภาพยุโรปและประเทศอังกฤษ เพราะจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบินโดรนของลูกค้ามีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ที่จะส่งผลให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการบินโดรนระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดกฏหมายใน  แต่ละประเทศนั่นเอง

  ทั้งหมดก็เป็นข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์ ซอฟแวร์ และการใช้งาน และข้อมูลข่าวสารไอทีที่น่าสนใจ เทคโนโลยี เฮลิคอปเตอร์ความเร็วสูง ที่หลายคนสงสัยว่าสามารถบินได้อย่างไร ?

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ  ทางเข้า ufabet168   ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell เพิ่มความสะดวกสบาย ที่สายเทคโนโลยีไม่ควรพลาด

ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell

                เทคโนโลยี Smart Doorbell เป็นเทคโนโลยีที่เรา ๆ เริ่มหันมาใช้งานกันมากขึ้น ด้วยความสะดวสบายในการใช้งาน และช่วยให้เราสามารถประหยัดเวลาและยังมีมากมายหลากหลายรุ่น ให้เราเลือกใช้งานตามความต้องการอีกด้วย วันนี้แอดจะพาส่อง ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell เพิ่มความสะดวกสบาย ที่สายเทคโนโลยีไม่ควรพลาด ใครที่มองหา เทคโนโลยี Smart Doorbell แอดว่าลองไปหามาติดบ้านกันดู แต่วันนี้เรามาส่องประโยชน์ดี ๆ กันก่อนเลยดีกว่า

ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell

3 ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell มีความไฮเทคมากยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยมาก ๆ

เรามาเริ่มกันที่ประโยชย์ดี ๆ ของ Smart Doorbell ข้อแรกที่จะพาส่อง คือ เรื่องของความปลอดภัย เราสามารถที่จะพูดคุยและทำการสนทนากับคนที่มากดกริ่งที่หน้าประตูบ้านของเราได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเปิดประตูทำให้เรามีความปลอดภัยมาก ๆ หากว่าเป็นคนที่ไม่ประสงค์ดี เราจะไม่ได้รับอันตรายเลย

ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell-เปิดประตูได้แบบอัตโนมัติ

ประโยชน์ของ Smart Doorbell ข้อต่อมา แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งาน ปกติหากว่าเราใช้กริ่งหน้าบ้านแบบธรรมดา เราจะต้องเดินออกไปหน้าบ้าน เปิดประตูแต่ถ้าเราใช้งานเจ้าเทคโยโลยี Smart Doorbell รวมกับประตูอัตโนมัติ เราสามารถที่จะพูดคุยผ่านจอและส่งเปิดประตูได้แบบอัตโนมัติเลยทีเดียว

ประโยชน์ดี ๆ Smart Doorbell เพิ่มความสะดวกสบา

ประโยชน์ของ Smart Doorbell ข้อสุดท้ายที่แอดจะพาส่อง คือ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยตกแต่งให้บ้านของเรามีความเป็นเทคโนโลยีและมีความไฮเทคมากยิ่งขึ้น เพิ่มความเป็นบ้านที่มีความสมาร์ทโฮมให้กับบ้านของเราได้ ลองนำอุปกรณ์ Smart Doorbell ไปเพิ่มความเทคโนโลยและความสะดวกให้กับบ้านของเรากันเถอะเพื่อน ๆ

                ทั้งหมดก็เป็น  ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์  ประโยชน์ในบางส่วนเท่านั้นของ เทคโนโลยี Smart Doorbell ที่น่าสนใจ หากว่าใครที่มองหากริ่งติดบ้านกำลังลังเลอยู่ แอดว่าการที่เราเลือกกริ่งหน้าบ้านที่มีความอัจฉริยะก็ดีไปอีกแบบ เพิ่มความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ   Joker168  ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

Continue Reading

อโดบี ที่ไม่รองรับการใช้งานแฟลชอีกต่อไป เนื่องจากเสถียรของการใช้งาน

อโดบี

                ย้อนไปในปี 2015 นั้นทางซีอีโอของแอปเปิ้ลอย่างสตีฟ จ็อบส์นั้นได้เคยออกมาพูดถึงสาเหตุที่พวกเขาไม่ใช่ใช้ อโดบี แฟลชในระบบปฏิบัติการณ์ของพวกเขาอย่างไอโอเอส ซึ่งคำตอบที่เจ้าตัวว่าไว้นั้นก็คือระบบแฟลชนั้นมันเป็นการใช้งานที่ไม่ดีเอาเสียเลย ทั้งความไม่เสถียรของการใช้งานและความปลอดภัยที่ไม่มีการระบบดูแลที่รัดกุมมากเพียงพอ อีกทั้งในการทดสอบไอแพดก่อนวางจำหน่ายนั้น ฟีเจอร์นี้ยังกินพลังงานแบตเตอร์รี่อย่างมากอีกด้วย นอกจากนี้ทางจ็อบส์ยังเคยโทษแฟลชว่าทำให้คอมพิวเตอร์อย่างแมคจะต้องค้างทั้งที่ไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลยทีเดียว

อโดบี

อโดบี แฟลชในระบบปฏิบัติการณ์ ของไอโอเอสมีการระบบดูแลที่รัดกุมมากเพียงพอ

                ด้านปัญหาของอโดบีแฟลชนั้นเรียกได้ว่าไม่มีเคยมีใครแก้ไขก็ว่าได้ หลังจากที่เคยมีทางแฮคเกอร์ที่พยายามใส่การใช้งานแฟลชลงไปในไอโอเอสของไอโฟน แต่ทว่าปัญหาที่สตีฟ จ็อบส์เคยว่าเอาไว้นั้นกลับเกิดขึ้นมาทั้งหมดอย่างไม่มีทางแก้ไขเลยทีเดียว ซึ่งแต่เดิมนั้นแฟลชคือโค้ดที่เอาไว้เขียนเพื่อใช้งานทำภาพแอนนิเมชั่น โฆษณาหรือเกมต่างๆ ที่เป็นกระแสอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งการปฏิเสธของจ็อบส์และมองว่าโค้ดที่จะนำมาใช้ต่อไปจะเป็นทางเฮชทีเอ็มแอลห้ามากกว่า ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ในปัจจุบัน

อโดบี ที่ไม่รองรับการใช้งานแฟลชอีกต่อไป

                ในวันสิ้นปี 2020 นั้นทางอโดบีก็ได้ออกมาประกาศว่านี่คือวันสุดท้ายที่พวกเขาจะเปิดใช้งานแฟลชและนับตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมเป็นต้นไปทางโปรแกรมหรือสื่อต่างๆ ที่ใช้แฟลชนั้นก็จะถูกยกเลิกไปแล้วสิ่งที่จะมาแทนก็คือเฮชทีเอ็มแอลห้านั่นเอง โดยแพลทฟอร์มแรกๆ ที่เปลี่ยนการใช้โค้ดนั้นก็คือยูทูบที่เคยรองรับแฟลชมาก่อนก็ได้หันไปใช้โค้ดใหม่ตั้งแต่ปี 2015 เลยทีเดียว ส่วนโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่เคยรองรับการใช้งานแฟลชนั้น ก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นกันในการอัพเดทระบบปฏิบัติการณ์ในช่วงที่ผ่านมา

อโดบี-เนื่องจากเสถียรของการใช้งาน

                เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงก็ว่าได้ หลักจากที่อโดบีแฟลชเคยเป็นปลั๊กอินที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ทว่าจากการใช้งานที่ไม่เสถียรและใช้แบตเตอร์รี่มากเกินไปก็ทำให้ไอโอเอสและแอนดรอยด์จะต้องตัดปลั๊กอินนี้ออกไปในที่สุด อีกทั้งยังมีการใช้โค้ดที่เสถียรกว่าออกมาใช้มาหลายปีแล้วอย่างเฮชทีเอ็มแอลห้านั่นเอง ซึ่งทำให้เวลาของแฟลชต้องจบลง

ฝากกดติดตาม ซอฟแวร์ และการใช้งาน และข่าวสารวงการไอที แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งานจากเฟสบุ๊ค เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

ต้องขอขอบคุณ ufaone ผู้ให้ข้อมูลข่าวไอทีคอมพิวเตอร์มาให้เราอัพเดทใหม่ ๆ ให้กับเราเสมอมา

Continue Reading

สถานการณ์โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด กว่า 100 แห่งทั่วโลก เพื่อป้องกันตัวเอง

Apple Store สั่งปิด

               Apple Store สั่งปิด ที่นับตั้งแต่โควิด – 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้มีกิจการหลายอย่างต้องทำการปิดตัวลง แต่พอหลังจากที่เริ่มจะควบคุมสถานการณ์ได้ทำให้บรรดาห้างร้านกลับมาเปิดตามปกติอีกครั้ง

แต่จากสถานการณ์ล่าสุดที่โควิด – 19 ได้กลับมาระบาดเป็นรอบที่ 2 ซึ่งมีสาเหตุมาจากเป็นวันหยุดช่วงปลายปีทำให้มีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของกันเยอะ โดยที่ลืมป้องกันตัวเอง และทำตามกฎการรักษาระยะห่างทางสังคม

 Apple Store สั่งปิด

Apple Store สั่งปิด ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก

               และจากสถานการณ์โควิด – 19 ในตอนนี้ ทำให้บรรดาร้านรวงต่างๆ ต้องปิดตัวลงอีกครั้งเพื่อป้องกันตัวเอง เช่นเดียวกันกับ Apple Store ที่ออกมาประกาศปิดสาขาต่างๆ กว่า 100 สาขาทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนสาขาทั้งหมด (Apple Store มีสาขาทั่วโลกทั้งหมด 509 สาขา ด้วยกัน)

โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด

               โดยตามรายงานข่าวเปิดเผยออกมาว่า Apple ได้ประกาศสั่งปิด Apple Store ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็น 1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 53 สาขา อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, เทนเนซซี และ ลอส แอนเจลิส, 2. สหราชอาณาจักร มีทั้งหมด 16 สาขา

โดยสาขาส่วนมากจะกระจายอยู่ทั่วไปในกรุงลอนดอน และมีหนึ่งสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของประเทศเวลส์, 3. ประเทศเม็กซิโกและประเทศบราซิล รวมกันทั้งหมด 2 สาขา, 4. ประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยทั้ง 2 ประเทศนี้มีสาขาของ Apple Store อยู่เท่ากันที่ 18 สาขา รวม Apple Store ที่ถูกสั่งปิดเป็นจำนวนทั้งหมด 108 สาขาด้วยกัน

Apple Store สั่งปิดเพื่อป้องการระบาด

               นอกจากนี้รายงานยังได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันแรกของการกลับมาระบาดของไวรัสโควิด – 19 รอบที่ 2 แต่ทั้งนี้ทาง Apple Store อีก 401 สาขาทั่วโลกยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงสาขาในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ ณ Icon Siam และ Central World ด้วย

แต่ส่วนมาจากเป็นการขายแบบออนไลน์ และให้ลูกค้าเดินทางไปรับของที่หน้าร้านแทน แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการจะ Walk – In เข้าไปใช้บริการ พนักงานจะไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งในเรื่องของการระบาดของโควิด – 19 นั้น ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไปว่าทาง Apple จะตัดสินใจปิดกิจการของสาขาไหนเพิ่มเติมหรือเปล่า

ข้อมูลจาก https://news.thaiware.com/

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ กล้องหน้าใต้จอ ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะคุณภาพของรูปยังไม่ดีพอ

Continue Reading

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน บางอย่างเพื่อให้เป็นไปตาม e-Privacy ของสหภาพยุโรป

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน ภายหลังจากที่สหภาพยุโรปประกาศใช้มาตรการป้องกันการใช้สื่อดิจิทัลที่เรียกว่า e-Privacy เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ในสหภาพยุโรป ทำให้ Facebook สื่อโซเชียลมีเดียยอดนิยมได้ตัดสินใจปิดฟังก์ชั่นการโต้ตอบ การแขทแบบกลุ่ม และการตั้งชื่อเล่นให้กับเพื่อนใน Messenger ส่วน Instagram จะปิดการแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริงผ่านข้อความ อย่างไรก็ตามยังมีฟังก์ชั่นอีกหลายอย่างที่ Facebook ปิดบริการชั่วคราวในสหภาพยุโรป

Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

Instagram และ Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน การแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริงผ่านข้อความ

ทั้งที่ฟังก์ชั่นบางอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ e-Privacy อย่างการส่งสติกเกอร์ การส่งข้อความสั้นๆ หรือข้อความที่มีเนื้อหาสนุกๆ ทาง Facebook และ Instagram ก็ได้ปิดฟังก์ชั่นดังกล่าวไปด้วย เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการละเมิดข้อบังคับของ e-Privacy ได้ ซึ่ง Facebook พยายามที่จะปรับปรุงฟังก์ชั่นทั้งหมด เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ที่สหภาพยุโรปกำหนดขึ้น เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และจะรีบนำฟังก์ชั่นทั้งหมดกลับมาเปิดให้ใช้งานโดยเร็วที่สุด

Instagram ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน

ขัอบังคับ e-Privacy ที่สหภาพยุโรปประกาศใช้ในครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ นำข้อความและข้อมูลของผู้ใช้ออกไปหาประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังใช้สำหรับตรวจสอบและเฝ้าระวังการสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของข้อมูล ตลอดจนไม่อนุญาตให้เข้าถึงอีเมลสำหรับส่งโฆษณาส่วนบุคคลโดยที่เจ้าของบัญชีไม่อนุญาต ดังนั้นทาง Google จึงได้แจ้งให้ผู้ใช้ Gmail ได้เลือกใช้ฟังก์ชั่นไม่อนุญาตให้สแกนข้อความใน Gmail เพื่อป้องกันการส่งโฆษณาโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ต้องการ

โดยข้อบังคับ e-Privacy ที่ได้ปรับปรุงใหม่นั้นมีความเข้มข้นมากขึ้นจากกฎข้อบังคับที่เคยใช้มา โดยทุกประเทศในสหภาพยุโรปสามารถประกาศใช้ e-Privacy ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการตราเป็นกฎหมายของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ข้อบังคับใหม่นั้นมีทั้งเนื้อหา ข้อมูล และผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

 การแชร์ฟิลเตอร์ใบหน้าเสมือนจริง

ตลอดจนได้ขยายการตรวจสอบไปถึงเนื้อหาในการสื่อสาร คุกกี้ การใช้ Search Engine และเมทาดาต้าที่ใช้กับการสื่อสารออนไลน์ และยังต้องให้ลูกค้าทำหนังสือยินยอมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ แต่ยกเว้นการใช้ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบการฉ้อโกงทางออนไลน์ การรักษาความปลอดภัย การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการเก็บสถิติ สำหรับประเมินพฤติกรรมของผู้ใช้เว็บไซต์ และที่สำคัญหากบริษัทผู้ให้บริการออนไลน์ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวจะต้องถูกปรับถึง 4% ของรายได้ทั่วโลกของบริษัท

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Facebook ปิดฟังก์ชั่นการใช้งาน บางอย่างเพื่อให้เป็นไปตาม e-Privacy ของสหภาพยุโรป

Continue Reading

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งานจากเฟสบุ๊ค เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม

               แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ที่กลายเป็นการปะทะกันของสองบริษัทดัง เมื่อทางแอปเปิ้ลได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานไอโอเอส 14 ในการปิดฟีเจอร์อย่างการยกเลิกติดตามผู้ใช้เพื่อโฆษณาสิ่งที่ผู้ใช้กำลังสนใจอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเหล่าลูกค้าพวกเขา แต่ทว่าทางบริษัทเฟสบุ๊คได้ออกมาวิจารณ์ว่า ฟีเจอร์และการบังคับใช้กฎนี้จะส่งผลต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างมากที่อาจจะเข้าถึงตัวลูกค้าได้น้อยลงไปจากเดิม รวมถึงส่งผลต่ออนาคตของการใช้งานอินเตอร์เน็ตต่อไปของผู้คนอีกด้วย อีกทั้งทางบริษัทยักษ์ใหญ่เองก็น่าจะได้รับบทกระทบไม่ต่างกัน

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม และการบังคับใช้กฎนี้จะส่งผลต่อธุรกิจขนาดเล็กอย่างมากที่อาจจะเข้าถึงตัวลูกค้าได้น้อยลงไปจากเดิม

               จากกฎใหม่ที่แอปเปิ้ลได้ใส่เอาไว้ในไอโอเอส 14 นั้น พวกเขาได้บังคับใช้กฎการติดตามเนื้อหาของผู้ใช้กับทุกแอพพลิเคชั่นในแอพสโตร์ของพวกเขา หากมีตัวใดฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษด้วยการเอาออกจากแพลตฟอร์มทันที ซึ่งทางยักษ์ใหญ่อย่างเฟสบุ๊คก็ต้องออกมาตอบโต้กับนโยบายนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันจะกระทบต่อธุรกิจเล็กๆ เท่านั้น แต่มันเกี่ยวข้องกับตัวพวกเขาเองด้วย ซึ่งคาดกันว่าอาจเสียรายได้ไปมากถึง 50% ด้วยกัน เมื่อเริ่มมีการบังคับใช้จริงในปี 2021

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งานจากเฟสบุ๊ค

               ตามคำที่ทิม คุกจากแอปเปิ้ลที่ประกาศเอาไว้ว่าในเรื่องฟีเจอร์ติดตามข้อมูลของผู้ใช้ผ่านทวิตเตอร์ของตัวเองว่า ทางทีมงานเชื่อว่าผู้ใช้งานมีสิทธิที่จะเลือกว่า ยินยอมที่จะให้มีการเก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับพวกเขาหรือไม่ รวมถึงชี้แจงว่าได้ถูกนำไปใช้งานอย่างไรบ้าง ซึ่งแพลตฟอร์มต่างๆ จะยังคงใช้ได้เช่นเดิม แต่ต้องได้รับการอนุญาตก่อน ซึ่งการมาของไอโอเอสนั้นจะมีคำแจ้งเตือนต่อผู้ใช้ว่าจะยอมให้การมาค้นข้อมูลส่วนตัวก่อนขะมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นตัวนี้นั่นเอง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะมีเรื่องราวการถอดเกมออกจากแอพสโตร์มาก่อนก็ตาม

แอปเปิ้ลที่ปิดฟีเจอร์ติดตาม ผู้ใช้งาน

               นับว่าเป็นนโยบายที่น่าสนใจไม่น้อยจากทางแอปเปิ้ลที่พวกเขาเริ่มสนใจไปที่ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มพวกเขามากขึ้น ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ก็คือเฟสบุ๊คที่จะต้องถูกจำกัดการเข้าถึงนั่นเอง โดยส่วนหนึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของแฟลตฟอร์มนี้ที่ใช้โฆษณาตามสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการตามข้อมูลที่พวกเขาเก็บมานั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ โทรศัพท์รุ่นกลางของ Samsung ที่รองรับ 5G ออกมาให้ผู้ใช้ได้จับจองกันแล้ว

Continue Reading