Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้อีกครั้ง

Twitter

Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้ตรวจสอบผู้ใช้งานอีกครั้งภายในต้นปี 2021 ซึ่ง Twitter ได้หยุดตรวจสอบชั่วคราวในปี 2017 เนื่องจากได้มีการร้องเรียนมาว่าโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนนั้นสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน จากการที่ Twitter ได้ใช้การติดป้ายกำกับสีน้ำเงินสำหรับบัญชีที่ถูกต้องตรวจสอบ

Twitter

Twitter จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างละเอียดสำหรับการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้แต่ละกลุ่มสำหรับโปรแกรมการตรวจสอบ

ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสับสนว่าป้ายสีน้ำเงินนั้นเป็นการรับรองบัญชีผู้ใช้หรือการบ่งชี้ว่าบัญชีนั้นมีความสำคัญ ดังนั้น Twitter จึงได้กำหนดกฎเกณฑ์อย่างละเอียดสำหรับการตรวจสอบบัญชีผู้ใช้แต่ละกลุ่มสำหรับโปรแกรมการตรวจสอบในปี 2021 และจะทำการแยกประเภทกลุ่มบัญชีของผู้ที่มีชื่อเสียงไว้อย่างชัดเจน ที่รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักแสดง นักกีฬา นักเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ และรวมถึงองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร

Twitter เตรียมนำโปรแกรมการตรวจสอบ

นอกจากนี้แล้วอาจจะเพิ่มการตรวจสอบกับบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก บางครั้งก็อาจจะประเมินร่วมกับการค้นหาของ Google เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม Twitter จะประชาสัมพันธ์การใช้โปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนให้ผู้ใช้งานได้ทราบตั้งแต่วันที่ 8 – 17 ธันวาคมนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตามจะมีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการระบุตัวตนและการติดป้ายกำกับบัญชีผู้ใช้งานแต่ละประเภท เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันการสับสนในการใช้งานเหมือนที่เป็นมา

ทั้งนี้ Twitter อาจจะยกเลิกการติดป้ายกำกับบัญชีผู้ใช้งานที่มีการละเมิดกฎเกณฑ์อย่างร้ายแรง เช่น การแสดงเนื้อหาที่มีความเกลียดชังและความรุนแรง แต่ Twitter จะมีการประเมินความเหมาะสมและทำการลบบัญชีผู้ใช้งานเหล่านั้นเป็นรายกรณี นอกจากนี้แล้ว Twitter ยังห้ามการใช้งานบัญชีที่มีการละเมิดกฎเกณฑ์ของ Twitter ในรอบหกเดือนที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากพบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาที่แสดงความเกลียดชังและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

Twitter ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้

ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่ Twitter นำโปรแกรมการตรวจสอบและยืนยันตัวตนกลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจากมีการเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และในช่วงที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีการสร้างข้อความที่แสดงความเกลียดชังเป็นจำนวนมาก ดังนั้น Twitter จึงต้องนำโปรแกรมการตรวจสอบและติดป้ายกำกับสำหรับข้อความที่ไม่ถูกต้องมาใช้ชั่วคราว เพื่อป้องกันไมให้ผู้ใช้งานเกิดความเข้าใจผิดในข้อความจาก Twitter ได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Xiaomi Redmi Note 9 Pro อีกหนึ่งโน้ตตัวโหด มาพร้อมกับชิพ อย่าง Snapdragon จากควอลคอม

Continue Reading

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code สำหรับติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code ประธานาธิบดีประเทศจีนเสนอให้มีการใช้ระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อติดตามการเดินทางของบุคคคลต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับใช้ติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจะต้องทำให้เป็นนโยบายระดับนานาชาติและมีมาตรฐานร่วมกัน เพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศมีระเบียบกันมากขึ้น ทั้งนี้ประธานาธิบดีประเทศจีนได้นำเสนอให้มีการใช้ QR Code ในระบบการติดตามดังกล่าว

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code

ประเทศจีนเสนอให้ใช้ OR Code ที่ใช้จะเป็นเพียงใบรับรองสุขภาพจากการทดสอบไวรัสโควิด-19 เท่านั้น

แต่นักสิทธิมนุษยชนได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับการใช้ QR Code อาจจะมีประเด็นในเรื่องของการติดตามบุคคลที่จะเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ผ่านทางออนไลน์ที่มีประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นผู้เจ้าภาพเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ประธานาธิบดีของประเทศจีนได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า QR Code ที่ใช้จะเป็นเพียงใบรับรองสุขภาพจากการทดสอบไวรัสโควิด-19 เท่านั้น โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงวิธีการทำงานของแอพพลิเคชั่นที่จะใช้ร่วมกับ QR Code แต่อย่างใด

 OR Code สำหรับติดตามการเดินทาง

โดยการเดินทางภายในประเทศจีนได้มีการนำ QR Code มาใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน สำหรับการติดตามการเดินทางภายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถ้า QR Code ขึ้นสัญญาณสีเขียวแสดงว่าสามารถเดินทางได้อย่างอิสระทั่วประเทศจีน แต่ถ้า QR Code แสดงสีส้มและสีแดงแสดงว่าจะต้องถูกกักตัว 14 วันก่อนที่จะออกเดินทางได้ โดยสัญลักษณ์สีที่ให้แต่บุคคลนั้นจะขึ้นอยู่กับฐานข้อมูลที่มีภายในประเทศจีน ทั้งนี้ระบบการติดตามการเดินทางโดยใช้ QR Code ของประเทศจีนได้รับการพัฒนาโดย Ant Financial บริษัทเทคโนโลยีและการเงินยักษ์ใหญ่ของประเทศจีน โดยจะให้บริการผ่าน Alipay และ WeChat ของบริษัท Tencent

OR Code ติดตามการเดินทาง

ทั้งนี้ความพยายามที่จะสร้างระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของโลกสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ หลังจากที่หยุดชะงักมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กระจายไปทั่วโลกตลอดปี 2020 นอกจากนี้หลายประเทศก็พยายามที่จะเปิดการเดินทางระหว่างประเทศในลักษณ์ของบับเบิลทราเวิล อย่างเช่นการจับคู่ระหว่างประเทศสิงคโปร์และฮ่องกงที่วางแผนเปิดการเดินทางระหว่างกันภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็ต้องเลื่อนออกไปอีกครั้งเนื่องจากการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของไวรัสโควิด-19 ในประเทศฮ่องกง อย่างไรก็ตามหลายประเทศก็ยังมีความกังวลว่าการใช้ QR Code ในระบบการติดตามการเดินทางระหว่างประเทศที่ประเทศจีนนำเสนอนั้นอาจจะกลายเป็นการสอดแนมคล้ายกับม้าโทรจันในอดีตก็เป็นได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ แอพพลิเคชั่นสร้าง Branding ของตัวเองให้ยอดขายพุ่ง! บนโลก Internet

Continue Reading

สัญญาณกันขโมย ตัวช่วยที่เจ้าของบ้านไว้วางใจ ทั้งยังจะปลอดภัยได้ทุกวัน

สัญญาณกันขโมย

สัญญาณกันขโมย ยามค่ำคืนซึ่งถือเป็นเวลาพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าบ้าน และทรัพย์สินมีค่าของเราจะปลอดภัยได้ทุกวัน สังเกตจากข่าวโจรปล้นบ้านฆ่าชิงทรัพย์มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ฉะนั้นมาตรการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้เราอุ่นใจไปกับ สัญญาณกันขโมย หนึ่งในตัวช่วยที่เจ้าของบ้านหลายคนเลือกใช้บริการ

สัญญาณกันขโมย

สัญญาณกันขโมย เทคโนโลยีการพัฒนาหนึ่งในตัวช่วยที่เจ้าของบ้านหลายคนเลือกใช้บริการ

หลักการทำงานของสัญญาณกันขโมย

อันที่จริงแล้วระบบการทำงานของสัญญาณกันขโมยไม่ได้แตกต่างไปจากเทคโนโลยีกันขโมยที่ติดกับรถยนต์เลย หลักการทำงานของมันคร่าว ๆ คือ เมื่อเปิดระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะเริ่มทำงาน ถ้าหากมีผู้บุกรุกเข้ามาระบบจะส่งสัญญาณเตือนภัยให้กับเจ้าของบ้านได้ทราบ การทำงานของสัญญาณกันขโมยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

หลักการทำงานของสัญญาณกันขโมย
  1. อุปกรณ์ตรวจจับผู้บุกรุก

ด่านแรกที่ระบบสัญญาณกันขโมยเริ่มทำงาน โดยใช้แม่เหล็กติดตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านที่คาดว่าจะมีการงัด เช่น ประตู หรือ หน้าต่าง เมื่อมีผู้บุกรุกมากระทำให้ชิ้นส่วนแม่เหล็กแยกออกจากกันเกินกว่าระยะเหนี่ยวนำ ก็จะส่งสัญญาณเข้าไปเตือนภัย

  • อุปกรณ์แจ้งเตือน

การแจ้งเตือนนั้น เมื่อสัญญาณส่งมาที่อุปกรณ์แจ้งเตือนที่ไซเรน ก็จะส่งเสียงออกมาทำให้คนที่อยู่ในบริเวณบ้านได้ยินเสียงไซเรน หรือสำหรับบางกรณี อาจมีการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นเทคโนโลยีที่มาคู่กัน ซึ่งจะแสดงให้เจ้าของบ้านได้รับรู้ผ่านมือถือ

วิธีใช้สัญญาณกันขโมย
  • อุปกรณ์ควบคุม

ทำงานโดยเป็นตัวรับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับแล้วประมวลผลโดยเทคโนโลยีควบคุม ประสานงานให้กับอุปกรณ์แจ้งเตือนได้ทำงานส่งสัญญาณกันขโมยเตือนให้กับเจ้าของบ้านได้รู้ มีปุ่มเปิด/ปิดการใช้งานด้วย

การเลือกซื้ออุปกรณ์สัญญาณกันขโมยให้พิจารณาดูจากบริการหลังการขาย ซึ่งอุปกรณ์อาจมีการชำรุดโดยที่เราไม่ได้ตั้งได้ เราจะได้ไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองให้เจ็บหนัก สำหรับบ้านไหนที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง เราก็ขอแนะนำให้หาเทคโนโลยีนี้มาติดตั้งมาติดตั้งดู มันอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในยามเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ๆ ก็ได้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เทคโนโลยีการกู้ยืมเงินออนไลน์ (Digital Lending) สำหรับธุรกิจออนไลน์ของใครหลาย ๆ คน

Continue Reading

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ

            เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต่างรับมือไม่ทันกับการแพร่ระบาดของโลกนี้ ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากในแง่ของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ หากการรับมือกับโรคระบาด “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ได้อย่างรวดเร็ว สถานการณ์บ้านเมืองทั่วโลกที่แย่ลงก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรค คือ ความก้าวหน้าของทางเทคโนโลยี หากเทคโนโลยีมีความทันสมัยก็จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการควบคุมและดูแลการแพร่ระบาดของโรคได้

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ

ประเทศไทยกับ เทคโนโลยีที่ใช้ในการรับมือ ควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

เทคโนโลยีที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)” ในประทศไทย และต่างประแทศทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด และได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยหนึ่งในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AI,  คิวอาร์โค้ด (QR CODE), หุ่นยนต์และโดรน, แอฟพลิเคชัน,  พัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการเแพทย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ เทคโนโลยีที่นำมาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อช่วยในเรื่องของการควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสต่อโรคโดยตรงต่อผู้ป่วย ซึ่งหุ่นยนต์ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อติดตาอาการของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง และดูแลผู้ป่วยด้วยการคอยให้คำปรึกษาผ่านทาง Telemedicline ตอนนี้ในประเทศไทยมีการนำหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์มาใช้อยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ  โรงพยาบาลทรวงอก โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลราชวิถี

พัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์

            ประเทศจีนกับเทคโนโลยีในการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนา (COVID-19)”

เทคโนโลยี AI

การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว นำไปติดตั้งในสถานที่ที่มีความจำเป็น เช่น สถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นการกรองอุณหภูมิร่างกาย หากพบผู้ที่มีไข้สูงกว่าปกติ จะแยกบุคคลนั้นออกมาก่อน ซึ่งถือว่าเทคโนโลยี AI มีส่วนช่วยในการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคได้อย่างมาก เพราะเป็นกากรลดการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

แอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างการ

คิวอาร์โค้ด (QR CODE)

เพื่อให้ประชาชนได้กรอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) หากบุคคลใดทำแบบประเมินและมีความเสี่ยงคิวอาร์โค้ดจะแสดงเป็นสีแดง ซึ่งจะเป็นคิวอาร์โค้ด (QR CODE) ประจำตัวของบุคคล เมื่อไปสนามบิน โรงพยาบาลก็ต้องแสดงคิวอาร์โค้ด (QR CODE) นี้ต่อเจ้าหน้าที่

การนำเทคโนโลยีเพื่อมาใช้ในทางการแพทย์ล้วนเกิดประโยชน์เป็นอย่างสูงในการป้องกันโรค หากในอนาคตจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคใหม่ เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นอีกตัวช่วยที่ดีเสมอทางการแพทย์

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เทคโนโลยีการกู้ยืมเงินออนไลน์ (Digital Lending) สำหรับธุรกิจออนไลน์ของใครหลาย ๆ คน

Continue Reading

รายงานผล จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์ จากผลทดสอบผิดพลาด

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่การทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศสกอตแลนด์ เกิดความผิดพลาด เนื่องจากมีการใส่รหัสผลการทดสอบผิดพลาด ซึ่งส่งผลให้การติดตามบุคคลที่พบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผิดพลาดด้วยเช่นกัน เพราะการใส่รหัสผลการทดสอบผิดพลาด ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสกอตแลนด์ไม่ได้ติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประเทศสกอตแลนด์ เกิดความผิดพลาด และส่งผลให้การติดตามบุคคลที่พบว่าติดเชื้อโควิด-19 ผิดพลาดด้วยเช่นกัน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อเกือบ 2 เท่าที่ไม่ได้ถูกติดตามและกักตัวเอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ผู้บริหารของหน่วยงานสาธารณะสุขของสกอตแลนด์ หรือ Public Health Scotland (PHS) ได้ยืนยันว่าระบบ Test and Protect ที่ใช้ทดสอบและรายงานผลผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น เป็นระบบที่มีมาตรฐานสูงมาก และมีความน่าเชื่อถือระบบหนึ่ง

แต่อย่างไรก็ตามได้มีการสังเกตว่า PHS ได้มีการแก้ไขจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จาก 8,262 ราย เป็น 15,291 ราย และในขณะเดียวกันจำนวนผู้ที่ได้รับการติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมงนับจากทราบผลทดสอบ เปลี่ยนจาก 17,255 เป็ฯ 23,828 ซึ่งจำนวนผู้ที่ได้รับการติดต่อจะต้องถูกกักตัวเอง เนื่องจากพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของประเทศสกอตแลนด์

ทั้งรัฐมนตรีและพรรคฝ่ายค้านของสกอตแลนด์ต่างก็ออกมาตำหนิถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิด เป็นสิ่งที่สร้างความน่าตกใจและกระทบต่อความมั่นใจในระบบทดสอบอย่างแน่นอน ตลอดจนเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งหาคำตอบและเปิดเผยให้สาธารณะชนได้ทราบโดยเร็ว เพื่อเรียกความมั่นใจในระบบทดสอบให้คืนกลับมาอย่างรวดเร็วที่สุด

โดยโฆษกของรัฐบาลได้แถลงว่าระบบ Test and Protect นั้นเป็นเสมือนเครื่องมือที่สำคัญเป็นอย่างมากในการลดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้ดีที่สุดในช่วงระยะเวลานี้ และการป้องกันการแพร่ระบาดจะไม่ประสบความสำเร็จหากการรายงานมีความผิดพลาด ทั้งนี้แล้วความผิดพลาดของการใส่รหัสผลการทดสอบที่ผิดพลาดนี้เกิดขึ้นและได้ทำการแก้ไขแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และได้แก้ไขข้อมูลของกันยายนและตุลาคมด้วยเช่นกัน

ประเทศสกอตแลนด์

โดยทางมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ว่าจะต้องมีการติดตามผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างน้อย 80% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ตรวจพบทั้งหมด เพื่อให้มีการกักตัวของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมงภายหลังจากที่ได้รับการยืนยันผลการทดสอบ ซึ่งในเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม มีการติดตามได้น้อยกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด แต่สำหรับข้อมูลล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถึง 95.8%  

โดยทางหน่วยงานสาธารณสุขของสกอตแลนด้ได้รายงานว่าข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้รับการปรับปรุงแก้ไขได้เรียบร้อยแล้ว และสามารถดำเนินการได้ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศสกอตแลนด์เป็นด้วยดี

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ กู้ข้อมูลเก่าบน Facebook ที่บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! กับ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ

Continue Reading

TikTok ประสบความล้มเหลวในการบล็อกผู้ใช้งานที่มีการคุกคามทางเพศกับเด็ก

TikTok

TikTok จากการสอบสวนของ BBC Panorama รายการสืบสวนยอดนิยมของสำนักงานข่าว BBC ที่ได้ตรวจสอบการควบคุมดูแลผู้ใช้งานของแอพพลิเคชั่น TikTok ในการควบคุมการใช้งานให้เป็นไปตามนโยบายของแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะเรื่องการคุกคามทางเพศกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งนี้ทาง BBC Panorama ได้สร้างบัญชีผู้ใช้งานขึ้นมาใหม่ที่ระบุว่าเป็นผู้ใช้งานที่มีอายุ 14 ปี ซึ่งพบว่ามีการผู้ชายในวัยผู้ใหญ่หลายรายส่งข้อความทางที่มีการคุกคามทางเพศมาที่บัญชีผู้ใช้ที่สร้างขึ้นมานี้โดยตรง และ TikTok ก็ไม่ได้ห้ามการใช้งานของบัญชีผู้ชายรายดังกล่าว

TikTok

ทางผู้ดูแลแอพพลิเคชั่น TikTok ได้อธิบายว่า เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานของเด็กอายุ 14 ปี ที่ BBC Panorama สร้างขึ้นไม่ได้มีการตั้งค่าที่ชัดเจน

โดยทางผู้ดูแลแอพพลิเคชั่น TikTok ได้อธิบายว่าไม่สามารถบล็อกบัญชีผู้ใช้งานของผู้ชายที่แสดงข้อความการคุมคามทางเพศได้ เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานของเด็กอายุ 14 ปี ที่ BBC Panorama สร้างขึ้นไม่ได้มีการตั้งค่าที่ชัดเจนว่าจะไม่รับโพสต์ที่มีการคุกคามผ่านการส่งข้อความของ TikTok อีกทั้งยังเป็นนโยบายในการเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

และโดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งข้อความส่วนตัวระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน นอกจากนี้แล้วบางครั้งการลงทะเบียนเพื่อใช้งาน TikTok นั้น ก็มีการใส่วันเดือนปีเกิดที่มากกว่าอายุของตัวเองเพื่อให้มีอายุมากกว่า 18 ปี เพราะฉะนั้น TikTok ก็ไม่สามารถป้องกันเรื่องคุกคามทางเพศที่จะเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้

แอพพลิเคชั่น TikTok

ดังนั้นเพื่อให้การเล่น TikTok สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ปลอดภัยจากการคุกคาทางเพศ ผู้ดูแลแอพพลิเคชั่นได้ให้คำแนะนำว่าควรจะต้องใส่ข้อมูลที่เป็นจริง เนื่องจากนโยบายของ TikTok มีกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าหากผู้ใช้งานมีอายุต่ำกว่า 18 ปี บัญชีของผู้ใช้งานจะถูกจำกัดการเข้าถึงวิดีโอที่ไม่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ

และยังป้องกันการคุกคามทางเพศโดยการส่งข้อความมาที่บัญชีผู้ใช้งานโดยตรงอีกทางด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วผู้ปกครองยังจะต้องใส่ใจและดูแลบัญชีผู้ใช้งานของเด็กด้วยอีกทาง คือการเข้าไปตั้งค่าเพื่อจำกัดประเภทของเนื้อหาที่สามารถเห็นได้และจำกัดบัญชีผู้ส่งข้อความส่วนตัว

คุกคามทาง TikTok

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีของเด็กและเยาวชนได้ให้ความเห็นว่า ผู้ปกครองจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ในการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่รวมถึง TikTok ด้วย รวมทั้งยังเพิ่มเติมว่าการเล่น TikTok เป็นเรื่องที่สนุกสนานจนบางครั้งก็ไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ความน่าทึ่งของ เทคโนโลยีเครื่องจักรกล ที่ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างเพื่อพัฒนาความก้าวหน้า

Continue Reading

เทคโนยี ป้องกันการโดนแฮก ที่คุณต้องควรรู้เอาไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ป้องกันการโดนแฮก

ป้องกันการโดนแฮก ที่ในปัจจุบันในโลกออนไลน์สามารถสร้างความสะดวกให้กับเราได้เป็นอย่างมาก หากแต่ในการใช้บางกรณีก็ต้องใช้สติวิเคราะห์ให้แน่ใจก่อน หากผิดพลาดขึ้นมาก็อาจจะทำให้เราเสียเงิน โดนโกงเงิน สั่งของออนไลน์จ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ของ หรือโดนแฮกเอาแอคเค้าน์ต่างๆ เช่น ในการสั่งของออนไลน์ในบางครั้งขอเลขบัตรประชาชน วัน เดือน ปีเกิด  หรือบางครั้งขอหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ควรแจ้งไป ดังนั้นมาดูวิธีป้องกันก่อนที่เราจะโดนแฮก

ป้องกันการโดนแฮก

แนะนำ 3 วิธี ป้องกันการโดนแฮก จะมีอะไรบ้าง ? ที่ทำให้ข้อมูลของคุณปลอดภัย

1.ในปัจจุบันนี้ในการสมัครแอคเค้าน์ต่าง ๆ นั้นง่ายมาก ๆ ไม่จำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวเลย เพียงแค่ใช้ Email กับ Password ส่วน Password หลายๆคนจะใช้วิธีตั้งแบบง่ายๆเช่น  ชื่อ วันเกิด หรือเบอร์โทร ซึ่งในบางครั้งอาจจะเผลอไปโพสไว้ตามโซเชียลต่าง ๆ นั่นก็เป็นช่องทางที่ทำให้โดนแฮกได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการโดนแฮก อย่าเผลอลืมโพสข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ให้ใครได้เห็นง่าย ๆ

เทคโนยี ป้องกันการโดนแฮก

2.ใช้ 2FA (Two-Factor Authentication)  เพื่อการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น หรือยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอนสำหรับการล๊อกอินเข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยจะมีให้เลือกใช้ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ SMS จะส่งรหัสอีกชุดมาให้และมีเวลา 20 วินาทีก่อนจะรีเซต หากไม่ทันจะต้องรอรหัสใหม่ เป็นวิธีที่ป้องกันการโดนแฮกได้มากเป็นพิเศษ แต่ถามว่าจะใช้เป็น SMS หรือแอพพลิเคชั่นดี แนะนำว่าควรจะเป็นแอพพลิเคชั่นจะดีกว่า เพราะปัจจุบันซิมนี้ก็สามารถจะปลอมกันได้ง่ายๆ เสี่ยงโดนแฮกได้

เทคโนยี ป้องกัน

3.ใช้ OTP หรือ One Time Password คือ รหัสที่ให้ใช้เพียงแค่ครั้งเดียว เป็นรหัสที่สร้างมาเพื่อป้องกันการโดนแฮกจากการทำธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต โดยจะส่งตัวเลขมาให้เป็นจำนวน 6 หลัก ผ่าน SMS จากเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ตั้งแต่แรก

เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของหรือผู้ทำธุรกรรมนั้นๆ โดยรหัส OTP ที่ได้มาจะมีระยะเวลาในการใช้งานเพียงแค่ 3 นาที เป็นการป้องกันการโดนแฮกได้อีกวิธีและก็ปลอดภัยด้วย กรณีมีการเปลี่ยนเบอร์มือถือจึงจำเป็นมากๆที่จะต้องไปแจ้งเปลี่ยนเบอร์ที่ธนาคารที่ทำธุรกรรมด้วย

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ralme 6i แนะนำมือถือราคาย่อมเยาที่บอกเลยว่า ถ่ายรูปออกมาสวยงามมาก ปังสุด ๆ

Continue Reading