TikTok ประสบความล้มเหลวในการบล็อกผู้ใช้งานที่มีการคุกคามทางเพศกับเด็ก

TikTok

TikTok จากการสอบสวนของ BBC Panorama รายการสืบสวนยอดนิยมของสำนักงานข่าว BBC ที่ได้ตรวจสอบการควบคุมดูแลผู้ใช้งานของแอพพลิเคชั่น TikTok ในการควบคุมการใช้งานให้เป็นไปตามนโยบายของแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะเรื่องการคุกคามทางเพศกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั้งนี้ทาง BBC Panorama ได้สร้างบัญชีผู้ใช้งานขึ้นมาใหม่ที่ระบุว่าเป็นผู้ใช้งานที่มีอายุ 14 ปี ซึ่งพบว่ามีการผู้ชายในวัยผู้ใหญ่หลายรายส่งข้อความทางที่มีการคุกคามทางเพศมาที่บัญชีผู้ใช้ที่สร้างขึ้นมานี้โดยตรง และ TikTok ก็ไม่ได้ห้ามการใช้งานของบัญชีผู้ชายรายดังกล่าว

TikTok

ทางผู้ดูแลแอพพลิเคชั่น TikTok ได้อธิบายว่า เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานของเด็กอายุ 14 ปี ที่ BBC Panorama สร้างขึ้นไม่ได้มีการตั้งค่าที่ชัดเจน

โดยทางผู้ดูแลแอพพลิเคชั่น TikTok ได้อธิบายว่าไม่สามารถบล็อกบัญชีผู้ใช้งานของผู้ชายที่แสดงข้อความการคุมคามทางเพศได้ เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานของเด็กอายุ 14 ปี ที่ BBC Panorama สร้างขึ้นไม่ได้มีการตั้งค่าที่ชัดเจนว่าจะไม่รับโพสต์ที่มีการคุกคามผ่านการส่งข้อความของ TikTok อีกทั้งยังเป็นนโยบายในการเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

และโดยทั่วไปแล้วก็ไม่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบการส่งข้อความส่วนตัวระหว่างผู้ใช้งานด้วยกัน นอกจากนี้แล้วบางครั้งการลงทะเบียนเพื่อใช้งาน TikTok นั้น ก็มีการใส่วันเดือนปีเกิดที่มากกว่าอายุของตัวเองเพื่อให้มีอายุมากกว่า 18 ปี เพราะฉะนั้น TikTok ก็ไม่สามารถป้องกันเรื่องคุกคามทางเพศที่จะเกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีได้

แอพพลิเคชั่น TikTok

ดังนั้นเพื่อให้การเล่น TikTok สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ปลอดภัยจากการคุกคาทางเพศ ผู้ดูแลแอพพลิเคชั่นได้ให้คำแนะนำว่าควรจะต้องใส่ข้อมูลที่เป็นจริง เนื่องจากนโยบายของ TikTok มีกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าหากผู้ใช้งานมีอายุต่ำกว่า 18 ปี บัญชีของผู้ใช้งานจะถูกจำกัดการเข้าถึงวิดีโอที่ไม่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ

และยังป้องกันการคุกคามทางเพศโดยการส่งข้อความมาที่บัญชีผู้ใช้งานโดยตรงอีกทางด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้วผู้ปกครองยังจะต้องใส่ใจและดูแลบัญชีผู้ใช้งานของเด็กด้วยอีกทาง คือการเข้าไปตั้งค่าเพื่อจำกัดประเภทของเนื้อหาที่สามารถเห็นได้และจำกัดบัญชีผู้ส่งข้อความส่วนตัว

คุกคามทาง TikTok

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีของเด็กและเยาวชนได้ให้ความเห็นว่า ผู้ปกครองจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ในการใช้โซเชียลมีเดียต่างๆ ที่รวมถึง TikTok ด้วย รวมทั้งยังเพิ่มเติมว่าการเล่น TikTok เป็นเรื่องที่สนุกสนานจนบางครั้งก็ไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ความน่าทึ่งของ เทคโนโลยีเครื่องจักรกล ที่ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างเพื่อพัฒนาความก้าวหน้า

Continue Reading

เทคโนยี ป้องกันการโดนแฮก ที่คุณต้องควรรู้เอาไว้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ป้องกันการโดนแฮก

ป้องกันการโดนแฮก ที่ในปัจจุบันในโลกออนไลน์สามารถสร้างความสะดวกให้กับเราได้เป็นอย่างมาก หากแต่ในการใช้บางกรณีก็ต้องใช้สติวิเคราะห์ให้แน่ใจก่อน หากผิดพลาดขึ้นมาก็อาจจะทำให้เราเสียเงิน โดนโกงเงิน สั่งของออนไลน์จ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ของ หรือโดนแฮกเอาแอคเค้าน์ต่างๆ เช่น ในการสั่งของออนไลน์ในบางครั้งขอเลขบัตรประชาชน วัน เดือน ปีเกิด  หรือบางครั้งขอหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ควรแจ้งไป ดังนั้นมาดูวิธีป้องกันก่อนที่เราจะโดนแฮก

ป้องกันการโดนแฮก

แนะนำ 3 วิธี ป้องกันการโดนแฮก จะมีอะไรบ้าง ? ที่ทำให้ข้อมูลของคุณปลอดภัย

1.ในปัจจุบันนี้ในการสมัครแอคเค้าน์ต่าง ๆ นั้นง่ายมาก ๆ ไม่จำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลส่วนตัวเลย เพียงแค่ใช้ Email กับ Password ส่วน Password หลายๆคนจะใช้วิธีตั้งแบบง่ายๆเช่น  ชื่อ วันเกิด หรือเบอร์โทร ซึ่งในบางครั้งอาจจะเผลอไปโพสไว้ตามโซเชียลต่าง ๆ นั่นก็เป็นช่องทางที่ทำให้โดนแฮกได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการโดนแฮก อย่าเผลอลืมโพสข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ ให้ใครได้เห็นง่าย ๆ

เทคโนยี ป้องกันการโดนแฮก

2.ใช้ 2FA (Two-Factor Authentication)  เพื่อการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น หรือยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอนสำหรับการล๊อกอินเข้าแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยจะมีให้เลือกใช้ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ SMS จะส่งรหัสอีกชุดมาให้และมีเวลา 20 วินาทีก่อนจะรีเซต หากไม่ทันจะต้องรอรหัสใหม่ เป็นวิธีที่ป้องกันการโดนแฮกได้มากเป็นพิเศษ แต่ถามว่าจะใช้เป็น SMS หรือแอพพลิเคชั่นดี แนะนำว่าควรจะเป็นแอพพลิเคชั่นจะดีกว่า เพราะปัจจุบันซิมนี้ก็สามารถจะปลอมกันได้ง่ายๆ เสี่ยงโดนแฮกได้

เทคโนยี ป้องกัน

3.ใช้ OTP หรือ One Time Password คือ รหัสที่ให้ใช้เพียงแค่ครั้งเดียว เป็นรหัสที่สร้างมาเพื่อป้องกันการโดนแฮกจากการทำธุรกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ต โดยจะส่งตัวเลขมาให้เป็นจำนวน 6 หลัก ผ่าน SMS จากเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ตั้งแต่แรก

เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของหรือผู้ทำธุรกรรมนั้นๆ โดยรหัส OTP ที่ได้มาจะมีระยะเวลาในการใช้งานเพียงแค่ 3 นาที เป็นการป้องกันการโดนแฮกได้อีกวิธีและก็ปลอดภัยด้วย กรณีมีการเปลี่ยนเบอร์มือถือจึงจำเป็นมากๆที่จะต้องไปแจ้งเปลี่ยนเบอร์ที่ธนาคารที่ทำธุรกรรมด้วย

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ralme 6i แนะนำมือถือราคาย่อมเยาที่บอกเลยว่า ถ่ายรูปออกมาสวยงามมาก ปังสุด ๆ

Continue Reading