ไอโฟน 13 ที่จะมีขอบจอเล็กลง และมีการเปลี่ยนแปลงตัวของกล้องหน้าใหม่

ไอโฟน 13

               ไอโฟน 13 น่าจะเป็นการออกแบบใหม่ที่สาวกไอโฟนสนใจไม่น้อย เมื่อมีข่าวลืออกมาว่าโทรศัพท์รุ่นที่ 13 ของบริษัทแอปเปิ้ลน่าจะทำขอบจอหรือนอทช์ขนาดเล็กลงกว่าเดิม อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงตัวของกล้องหน้าใหม่จนทำให้ไม่จำเป็นต้องเว้นหน้าจอขนาดใหญ่เหมือนอย่างที่พวกเขาทำไว้เป็นเอกลักษณ์มาหลายรุ่นแล้วอีกด้วย นอกจากนี้ทางแล่งข่าวยังยืนยันว่าโทรศัพท์ทุกรุ่นที่พวกเขาจะจำหน่ายออกมาในปีนี้นั้นจะใช้ระบบกล้องตัวเดียวกันทั้งหมดและไม่ได้ใส่เซนเซอร์ใหม่มาให้กับรุ่นโปรเท่านั้นอย่างที่บริษัทนิยมทำมาตลอด

ไอโฟน 13

ไอโฟน 13 ที่ข่าวยังยืนยันว่าโทรศัพท์ทุกรุ่นที่พวกเขาจะจำหน่ายออกมาในปีนี้นั้นจะใช้ระบบกล้องตัวเดียวกันทั้งหมด

               แม้ว่าจะมีเหลือเวลาอีกนานก็ตามกว่าที่ทางไอโฟนจะเปิดตัวออกมาอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนทำให้ยังคงมีข่าวลือออกมาอย่างมากมาย โดยที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด ซึ่งหลายคนอาจจำเป็นต้องรอไปจนกว่าจะใกล้ช่วงเปิดตัวนั่นเองถึงจะเป็นมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้เรื่องราวของช่องเว้นขอบจอหรือนอทช์นั้นเป็นเรื่องที่พูดกันมานานหลายรุ่นแล้ว แต่ทว่ายังไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลยในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งหลายคนยังเชื่อทางบริษัทแอปเปิ้ลก็อาจจะยังคงการออกแบบต่อไปในอนาคตก็ได้เช่นกัน

ไอโฟน 13 ที่จะมีขอบจอเล็กลง

               อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นกับทางไอโฟน 13 ก็คือการใช้เซนเซอร์อย่างลิดาร์สแกนเนอร์ที่ได้เริ่มใช้ไปแล้วในรุ่น 12 โปรกับ 12 โปรแมกซ์ที่จะช่วยจับเซนเซอร์เชิงลึกได้มากขึ้นในกล้องหลัง แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถใช้ได้กับแค่รุ่นสูงเท่านั้น แต่สมาร์ทโฟนรุ่นธรรมดาอย่าง 12 หรือรุ่นมินินั้นจะไม่ได้ใช้งานเซนเซอร์ตัวนี้เสียอย่างนั้น รวมถึงหลายคนเริ่มเชื่อว่าทางบริษัทแอปเปิ้ลอาจจะใจดีและยอมทำโทรศัพท์เรือธงทุกรุ่นให้มีฟีเจอร์เหมือนกันขึ้น นับตั้งแต่รุ่น 13 ขึ้นไปอีกด้วย

iPhone 13

               สาวกของไอโฟนนั้นคงจะต้องรอคอยกันต่อไปว่า พวกเขาจะใช้งานเซนเซอร์กล้องตัวใหม่ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ประจำปี 2021 หรือไม่ รวมถึงการออกแบบภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ใหม่ จากเดิมที่พวกเขาไม่เคยเว้นนอทช์หรือการเว้นหน้าจอให้เล็กลงเลย แต่ทว่าในโทรศัพท์คู่แข่งนั้นกลับเริ่มมีการใช้งานเต็มหน้าจอมาช่วงเวลาหนึ่งแล้วนั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Klipsch รุ่น T5 II ที่แม้จะต้องเผชิญกับเหงื่อหรือฝุ่นเท่าไหร่ก็ไม่ยอมแพ้ด้วยหูฟัง TWS

Continue Reading

Klipsch รุ่น T5 II ที่แม้จะต้องเผชิญกับเหงื่อหรือฝุ่นเท่าไหร่ก็ไม่ยอมแพ้ด้วยหูฟัง TWS

Klipsch รุ่น T5 II

               Klipsch รุ่น T5 II ที่ในปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเร่งรีบไปเสียหมดจึงต้องนำเทคโนโลยีมาเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งก็คือ T5 II หูฟังไร้สายหรือในอีกชื่อ True Wireless จากทางค่าย Klipsch ที่จะมาเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานขณะที่ต้องเดินทางในสถานที่มีผู้คนเดินไปมาเต็มไปหมด หรือว่าจะมาส่วมใส่ออกกำลังกายก็ไม่หวั่น

โดยมีการออกแบบให้ดีไซน์มีรูปทรงที่พอดีกับสรีระของใบหูที่มั่นใจได้เลยว่าไม่หลุดง่ายๆ แน่นอน จัดอยู่ในประเภทของ In-Ear ที่ติดตั้งมาพร้อม Ear Wing ช่วยให้กระชับกว่าเดิมขณะที่ส่วมใส่ทำกิจกรรมต่างๆ สั่งงานผ่านระบบสัมผัสตรงกลางหูฟังที่มีสัญลักษณ์รวมถึงโลโก้ปรากฏไว้ชัดเจน ตัวเคสจะมีเทคโนโลยี Moisture removal system ทำหน้าที่ดูดซับความชื้นยืดอายุการใช้งานให้อยู่ด้วยกันได้นานขึ้น

Klipsch รุ่น T5 II

Klipsch รุ่น T5 II กับสเปคเครื่อง อุปกรณ์ไฮเทคเล็กจิ๋วที่จะมาโชว์ศักยภาพที่ไม่ธรรมดาให้แก่ผู้ใช้งาน

               องค์ประกอบสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยของ T5 II คู่นี้ ก็คงจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ไฮเทคเล็กจิ๋วที่จะมาโชว์ศักยภาพที่ไม่ธรรมดาให้แก่ผู้ใช้งาน ก่อนอื่นจะมาเริ่มจากตัวกระจายเสียง Dynamic Moving Coil 5 mm. มีการอัพเกรดมาใหม่ให้ครอบคลุมทุกคลื่นเสียงยิ่งขึ้นด้วยความถี่ 10Hz-19kHz เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ตัดคลื่นรบกวนที่มากับระบบ Signal-Boost Antenna

หูฟัง T5 II

ทางด้านของไมโครโฟนจะติดตั่งมาให้ข้างล่ะ 2 ตัว ที่ยังมากับ Transparency Mode กลั่นกรองทุกเสียงที่ทะลุเข้ามาให้พอดีกับการสนทนาที่สำคัญ เผชิญหน้ากับฝุ่นละอองหรือเหงื่อที่ไหลเยอะขนาดไหนก็ไม่ต้องกังวลเมื่อมี IP67 มาตราฐานระบบการป้องกันที่ได้ยอมรับจากทั่วโลก และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง รวมกับตัวเคสแล้ว  ประมาณ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หูหัง Klipsch รุ่น T5 II

ราคาและความน่าสนใจ

            T5 II ให้คุณภาพสียงของเบสที่มีความหนักแน่อยู่ในตัวเองสามารถปรับลดได้ผ่านฟังก์ชั่นในสมาร์ทโฟนผ่าน แอพพิเคชั่น Klipsch Connect ต่อมาก็จะเป็นในเสียงของเสียงร้องไปจนถึงเสียงของเครื่องดนตรีที่แสดงออกถึงความมิติของเสียงมีความหนักและเบาสลับไปมาเพิ่มอรรถรสให้การฟังเพลงได้ดีขึ้น หรือจะนำไปใช้เล่นเกมก็ตอบสนองได้ไม่แพ้กันในราคา 9,990 บาท

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ งานกาชาดในรูปแบบ New Normal ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนคนไทย

Continue Reading

OPPO รุ่น Reno2 F เทคโนโลยีกล้องชาญฉลาดกับสเปคเครื่องที่ไม่ว่าหนักแค่ไหนก็เอาอยู่

OPPO รุ่น Reno2 F

               OPPO รุ่น Reno2 F ที่เชื่อว่าต้องมีผู้ใช้งานจำนวนไม่ได้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนที่ถูกและแรงแบบคุ้มทุกบาทแล้วล่ะก็ Reno2 F จะมาสนองความต้องการให้เอง จากแบรน์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของกล้องสุดหวานเจี๊ยบอย่าง OPPO ก็ยังนำฟีเจอร์อีกนับไม่ถ้วนเข้ามาส่วมใส่ให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้น่าสนใจกว่าเดิม

มาในส่วนของดีไซน์กันก่อนออกแบบให้จับถนัดมือปะปนมาด้วยความล้ำสมัยในตัวแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสบายตา นำเสนอด้วยหน้าจอแบบ Full AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดแบบ FHD+ ยังมาด้วยกล้องหน้าในสไตล์ POP-UP ทีแฝงมาพร้อมเลนซ์ 16MP อีกทั้งยังสลับใช้เป็นเลนซ์ Wide ได้อีกด้วย ส่วนกล้องหลังได้แถมมาให้ถึง 4 ตัวได้แก่ เลนซ์หลัก 48MP , 8MP Wide angle , 2MP Mono Lens และ 2MP Portrait Lens

OPPO รุ่น Reno2 F

OPPO รุ่น Reno2 F สเปคเครื่องที่ได้ประสิทธิภาพคับคลั่งที่ได้บรรจุเข้ามา กับชิปประมวลผล Mediatek Helio P70

            เรียกได้ว่าเป็นอีกส่วนสำคัญที่ขาดไปไม่ของ Reno2 F เครื่องนี้ ก็คงจะเป็นเทคโนโลยีชิ้นเล็กได้ประสิทธิภาพคับคลั่งที่ได้บรรจุเข้ามา มาเริ่มกันจาก CPU หรือที่รู้จักกันในนามชิปประมวลผล Mediatek Helio P70 ความเร็ว 2.1 GHz ถือว่ายังมีอาการหน่วงเล็กน้อยซึ่งไม่ตกกระทบการงานแน่นอน

Reno2 F

โชว์คุณภาพของกราฟฟิกที่สวยสะดุดตาด้วย GPU Mali-G72 MP3 900MHz เดินหน้าควบคู่มากับระบบฏิบัติการ Android 9.0 ภายใต้การสั่งงาน Color OS 6.1 ทดแทนความหน่วงที่ได้รับมาด้วยความแรงที่ให้มาเป็น RAM 8GB รวมถึงความจุภายในเครื่องที่ให้มาเป็น ROM 128GB ชิ้นส่วนสุดท้ายก็คือ Li-Pol 4,000 mAh มาพร้อมฟีเจอร์ที่อัพเกรดมาใหม่ VOOC 3.0 20W ส่งผลให้การรอชาร์จแบตเป็นเรื่องเล็ก

มือถือรุ่น Reno2 F

ราคาและความคุ้มค่า

            Reno2 F สมาร์ทโฟนที่จะมาหมอบการใช้งานที่ทันเหตุการณ์ราบรื่นไปกับทุกการทำงานที่สั่งได้ดั่งใจ จากทางเจ้าของแบรน์ดดังอย่าง OPPO ไม่ว่าจะเป็นของตัวกล้องเองก็ได้ติดตั้งฟีเจอร์สุดล้ำมาให้ส่งผลรูปที่ถ่ายมาสามารถปรับแต่งได้แบบเต็มที่ และสเปคเครื่องเองก็ล้ำหน้าไม้แพ้กันด้วยความแรงที่ให้มาเชื่อว่าต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อยในราคา 6,400 บาท

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวระบบปฏิบัติการ ได้ที่นี่ และ เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพื่อการเผยแพร่เนื้อหาของงานเขียน

Continue Reading

งานกาชาดในรูปแบบ New Normal ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนคนไทย

งานกาชาดในรูปแบบ New Normal

งานกาชาดในรูปแบบ New Normal ที่ถ้าพูดถึงกิจกรรมหรืองานที่จัดขึ้นเป็นประจำในประเทศไทยงานกาชาดถือเป็นอีกหนึ่งงานที่เป็นงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนคนไทยซึ่งในปีนี้นั้นก็ได้จัดในรูปแบบ New Normal เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั่นเอง 

งานกาชาดในรูปแบบ New Normal

งานกาชาดในรูปแบบ New Normal ถูกจัดขึ้นเพื่อระดมทุนเข้าสู่สภากาชาดไทย และสามารถส่งเงินบริจาคเข้าสภากาชาดได้ด้วย

โดยปกติแล้วงานกาชาดจะถูกจัดขึ้นเพื่อระดมทุนเข้าสู่สภากาชาดไทยนั่นเองซึ่งจะจัดขึ้นในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายในงานก็จะมีสินค้าให้เลือกมากมายหลายรูปแบบซึ่งในทุก ๆ ปีก็จะมีการเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ รวมถึงช่วงเวลาในการจัดงานตามระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ว่าในปีนี้งานกาชาดนั้นไม่สามารถหาเวลาที่เหมาะสมและสถานที่การจัดงานที่เหมาะสมได้

งานกาชาด New Normal

เนื่องจากถ้าหากว่าจัดงานเลี้ยงมีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากอาจจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิดได้ดังนั้นในปีนี้งานกาชาดจึงแตกต่างออกไป การมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือทำให้งานกาชาดในปีนี้จัดในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบทุก ๆ คนนั้นสามารถเลือกซื้อสินค้างานกาชาดได้จากเว็บไซต์ กาชาด.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในเว็บไซต์นั้นผู้ที่เข้าร่วมเว็บไซต์จะต้องลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบเสียก่อนถึงจะเข้าสู่งานกาชาดได้ เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วและเข้าสู่ระบบเป็นที่เรียบร้อยหน้าเว็บจะเด้งแผนที่ที่เป็น ภาพการ์ตูนที่สวยงามซึ่งมันก็ทำให้เราได้เหมือนเล่นเกมเกมนึงเลยทีเดียว ในเว็บไซต์นั้นยังง่ายต่อการเลือกซื้อสินค้าเพราะมีการจัดหมวดหมู่สินค้าให้ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า กล้องถ่ายรูป ของเล่น อาหาร เสื้อผ้า และอื่นๆ สินค้าภายในงานก็มีราคาถูกมาก ๆ

งานกาชาดแบบ New Normal

หรือถ้าผู้ใช้งานอยากจะเลือกร้านก็มีฟังชั่นค้นหาร้านให้ผู้ใช้งานอีกด้วยนับว่าเป็นงานที่สะดวกสบายเพียงแค่เข้าสู่เว็บไซต์ กาชาด.com เท่านั้นเอง แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่ได้จะซื้อสินค้าใด ๆ ก็สามารถส่งเงินบริจาคเข้าสภากาชาดได้ด้วยเช่นกันซึ่งก็มีฟังก์ชันอยู่ภายในเว็บไซต์ ซึ่งการทำเว็บไซต์งานกาชาดออนไลน์ดังกล่าวนี้ก็ได้รับคำชมจากคนหลายๆคนเลยทีเดียวคาดว่าปีหน้าคงจะมีทั้งงานออนไลน์และการจัดเตรียมสถานที่ต่างๆด้วยเช่นกันถ้าหากว่าสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิตได้ 

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ สถานการณ์โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด กว่า 100 แห่งทั่วโลก เพื่อป้องกันตัวเอง

Continue Reading

เทคโนโลยีการพิมพ์ ในอุตสาหกรรม เพื่อการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

เทคโนโลยีการพิมพ์

เทคโนโลยีการพิมพ์ สมัยนี้สินค้าใด ๆ ก็ต้องมีการสกรีนลวดลายเอกลักษณ์ของตัวเองเพื่อบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและและเป็นที่จดจำ ซึ่งวิธีการสรรค์สร้างบรรจุภัณฑ์ออกมาสักชิ้นต้องใช้เทคโนโลยีมากมายกว่าจะสามารถผลิตออกมาได้ ทั้งนี้บรรจุภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ๆ คือ บรรจุภัณฑ์ชนิดแข็งตัว เช่น กระป๋องโลหะ บรรจุภัณฑ์ชนิดกึ่งแข็งตัว เช่น ขวดพลาสติก และ บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนนุ่ม เช่น ถุงพลาสติก ซองขนม ซึ่งบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ต้องพึ่งเทคโนโลยีในการออกแบบดังนี้ เทคโนโลยีการพิมพ์ในอุตสาหกรรม เพื่อการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ

เทคโนโลยีการพิมพ์

เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องพึ่งเทคโนโลยีในการออกแบบที่มีคุณภาพ

เทคโนโลยีในการออกแบบแบบสามมิติ

1. เทคโนโลยีในการออกแบบแบบสามมิติ เพื่อการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ก่อนการพิมพ์ออกมาก็ต้องเริ่มต้นจากการออกแบบเสียก่อน การออกแบบบรรจุภัณฑ์เริ่มต้นที่การทำกราฟฟิคที่มีความเหมือนจริง หลังจากที่ออกแบบแล้วต้องขึ้นภาพเป็นระบบสามมิติเพื่อดูบรรจุภัณฑ์ให้รอบด้านว่ามีความสนดุลหรือไม่ ต้องแก้ไขส่วนใดอีกก่อนการที่จะนำไปขึ้นรูปจริง ซึ่งการออกแบบอาจจำเป็นต้องใช้ระบบซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการสร้างงานบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เมื่อได้แบบแล้วก็สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ออกมาตามที่ออกแบบเอาไว้ ทั้งนี้ในการออกแบบต้องคำนึงถึงวัสดุที่ใช้ด้วยว่าไม่ควรใช้งบที่สูงจนเกินไป หรือใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ยากเพราะจะกลายเป็นมลภาวะต่อโลกได้ในระยะยาว

เทคโนโลยีการพิมพ์ในอุตสาหกรรม

2. เทคโนโลยีการพิมพ์ในอุตสาหกรรม เพื่อการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หลังจากที่เรามีบรรจุภัณฑ์ที่เราต้องการแล้วการพิมพ์ฉลาก หรือการพิมพ์ซองอาหารก็ต้องพึ่งเทคโนโลยีการพิมพ์สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรม เพราะเครื่องพิมพ์งานธรรมดา ๆ ที่เราใช้นั้นไม่สามารถพิมพ์ลงบนพลาสติกได้ ดังนั้นจึงต้องใช้เครื่องพิมพ์ที่สร้างขึ้นเพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรมเท่านั้น เช่น เครื่องพิมพ์กราวเวียร์ เครื่องพิมพ์เฟ็กโว และเครื่องพิมพ์แบบออฟเซ็ตที่ตอนนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในการพิมพ์งานต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม ซึ่งเครื่องพิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมในปัจจุบันมีความคมชัด และสามารถพิมพ์สีให้ออกมาตรงตามที่กำหนดไว้ได้

เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์

3. เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ เพื่อการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หลังจากที่เราออกแบบและพิมพ์ฉลากออกมาแล้วตอนนี้ก็เหลือเทคโนโลยีในการบรรจุภัณฑ์ก่อนที่เราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ออกมา ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เราต้องพึ่งเครื่องจักรในการทำงานให้ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ปัจจุบันมีโรงงานที่รับผลิตที่มีคุณภาพมากมายและน่าเชื่อถือ ทำให้การสร้างบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกจึงง่ายต่อการผลิตบรรจุภัณฑ์

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ซัมซุง กาแลกซี่แซดฟลิป ที่ตอนนี้ได้รับแอนดรอยด์ 11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Continue Reading

เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพื่อการเผยแพร่เนื้อหาของงานเขียน

เทคโนโลยีการพิมพ์

เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่ปัจจุบันการพิมพ์งานสามารถทำได้เพียงการสั่งจากคอมพิวเตอร์และพิมพ์ออกมาผ่านเครื่องปริ้นท์ซึ่งมีความง่ายกว่าสมัยก่อนที่ต้องทำการใช้น้ำหมึกวาดลงไปบนพิมพ์หรือกระทั่งการเขียนคัดลอกเนื้อหาด้วยตนเองที่ใช้ทั้งเวลาและพลังอย่างมาก เมื่อโลกของเรามีเทคโนโลยีในการพิมพ์แล้ว การเผยแพร่เนื้อหาของงานเขียนรวมถึงงานออกแบบต่าง ๆ ก็สามารถทำได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน มาดูกันว่าขณะนี้มีเทคโนโลยีพิมพ์อะไรบ้าง เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

เทคโนโลยีการพิมพ์

เทคโนโลยีการพิมพ์ ที่สามารถทำได้เพียงการสั่งจากคอมพิวเตอร์และพิมพ์ออกมาผ่านเครื่องปริ้นท์

1. Inkjet ระบบการพิมพ์ด้วยการพ่นหมึก เป็นระบบแรก ๆ ของการสร้างเครื่องพิมพ์งานแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงมีการใช้งานจนถึงปัจจุบัน วิธีการในการพิมพ์ของ Inkjet คือการพ่นหมึกไปทีละจุดจนเกิดออกมาจามภาพหรือข้อความที่เรากำหนดไว้ เป็นระบบการพิมพ์ที่มีความชัดเจนและแม่นยำที่สุดแบบหนึ่งเลยก็ว่าได้ ทำให้ระบบ Inkjet เป็นการพิมพ์ที่มีการใช้งานมาก เหมาะกับการทำป้ายต่าง ๆ รวมไปถึงปกรายงาน

เทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบัน

2. Offset ระบบการพิมพ์ที่เหมาะสำหรับการพิมพ์งานเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ใช้ตามร้ายรับพิมพ์งานไปจนถึงโรงงานที่ต้องการพิมพ์งานออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ยังใช้ในการพิมพ์งานที่ต้องใช้ลูกเล่นต่าง ๆ เช่น สติกเกอร์ การเคลือบสารต่าง ๆ อย่างพีวีซี เคลือบเงา เคลือบด้าน ก็สามารถสั่งให้พิมพ์ได้ ดังนั้นการพิมพ์งานแบบ Offset จึงเป็นการพิมพ์งานแบบเพื่อการค้าเสียส่วนใหญ่ โดยปกติจะเริ่มการพิมพ์อยู่ที่พันชุดขึ้นไป งานที่ใช้เครื่องพิมพ์ด้วยระบบ Offset ก็อย่างเช่น นามบัตร โปสเตอร์ บัตรเชิญ แผ่นพับ และอื่น ๆ ที่ต้องการพิมพ์หลายชุด ทั้งนี้ระบบการพิมพ์แบบ Offset จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการใช้งานระบบ Inkjet หากใช้พิมพ์งานจำนวนมาก แต่หากพิมพ์จำนวนน้อยค่าใช้จ่ายก็จะสูงและไม่คุ้มค่าการใช้งาน

การพิมพ์ในปัจจุบัน

3. Digital Offset การพิมพ์งานด้วยระบบเลเซอร์ที่มีความคมชัดและแม่นยำมากแต่ไม่เท่ากับ Offset ทั้งนี้ยังไม่คุ้มหากพิมพ์งานเป็นจำนวนมาก ๆ เช่นเป็นพันชุดอีกด้วย อย่างไรก็ตามคุณภาพในการพิมพ์ก็ยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานเหมาะในการพิมพ์งานจำพวกเอกสารต่าง ๆ เช่น รายงาน นามบัตร แผ่นพับ หรือเอกสารที่ต้องการใช้งานด่วน เพราะ Digital Offset เป็นระบบการพิมพ์ที่มีความรวดเร็วมากที่สุดนั่นเอง หลังจากการสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์ก็สามารถรอรับงานได้เลยอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอนานเหมือนเครื่องพิมพ์ Inkjet หรือต้องสั่งงานเยอะ ๆ อย่างเครื่องพิมพ์ Offset

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ G-mail ล่ม ที่ไม่ได้เกิดจากแฮกเกอร์รัสเซีย ทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้สึกไม่พอใจ

Continue Reading

สถานการณ์โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด กว่า 100 แห่งทั่วโลก เพื่อป้องกันตัวเอง

Apple Store สั่งปิด

               Apple Store สั่งปิด ที่นับตั้งแต่โควิด – 19 แพร่กระจายไปทั่วโลก ทำให้มีกิจการหลายอย่างต้องทำการปิดตัวลง แต่พอหลังจากที่เริ่มจะควบคุมสถานการณ์ได้ทำให้บรรดาห้างร้านกลับมาเปิดตามปกติอีกครั้ง

แต่จากสถานการณ์ล่าสุดที่โควิด – 19 ได้กลับมาระบาดเป็นรอบที่ 2 ซึ่งมีสาเหตุมาจากเป็นวันหยุดช่วงปลายปีทำให้มีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของกันเยอะ โดยที่ลืมป้องกันตัวเอง และทำตามกฎการรักษาระยะห่างทางสังคม

 Apple Store สั่งปิด

Apple Store สั่งปิด ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก

               และจากสถานการณ์โควิด – 19 ในตอนนี้ ทำให้บรรดาร้านรวงต่างๆ ต้องปิดตัวลงอีกครั้งเพื่อป้องกันตัวเอง เช่นเดียวกันกับ Apple Store ที่ออกมาประกาศปิดสาขาต่างๆ กว่า 100 สาขาทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนสาขาทั้งหมด (Apple Store มีสาขาทั่วโลกทั้งหมด 509 สาขา ด้วยกัน)

โควิด – 19 ทำ Apple Store สั่งปิด

               โดยตามรายงานข่าวเปิดเผยออกมาว่า Apple ได้ประกาศสั่งปิด Apple Store ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ใน 6 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็น 1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งหมด 53 สาขา อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย, เทนเนซซี และ ลอส แอนเจลิส, 2. สหราชอาณาจักร มีทั้งหมด 16 สาขา

โดยสาขาส่วนมากจะกระจายอยู่ทั่วไปในกรุงลอนดอน และมีหนึ่งสาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของประเทศเวลส์, 3. ประเทศเม็กซิโกและประเทศบราซิล รวมกันทั้งหมด 2 สาขา, 4. ประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์

โดยทั้ง 2 ประเทศนี้มีสาขาของ Apple Store อยู่เท่ากันที่ 18 สาขา รวม Apple Store ที่ถูกสั่งปิดเป็นจำนวนทั้งหมด 108 สาขาด้วยกัน

Apple Store สั่งปิดเพื่อป้องการระบาด

               นอกจากนี้รายงานยังได้เปิดเผยข้อมูลอีกว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันแรกของการกลับมาระบาดของไวรัสโควิด – 19 รอบที่ 2 แต่ทั้งนี้ทาง Apple Store อีก 401 สาขาทั่วโลกยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงสาขาในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ ณ Icon Siam และ Central World ด้วย

แต่ส่วนมาจากเป็นการขายแบบออนไลน์ และให้ลูกค้าเดินทางไปรับของที่หน้าร้านแทน แต่ถ้าหากลูกค้าต้องการจะ Walk – In เข้าไปใช้บริการ พนักงานจะไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งในเรื่องของการระบาดของโควิด – 19 นั้น ต้องรอดูสถานการณ์กันต่อไปว่าทาง Apple จะตัดสินใจปิดกิจการของสาขาไหนเพิ่มเติมหรือเปล่า

ข้อมูลจาก https://news.thaiware.com/

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ กล้องหน้าใต้จอ ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะคุณภาพของรูปยังไม่ดีพอ

Continue Reading

ซัมซุง กาแลกซี่แซดฟลิป ที่ตอนนี้ได้รับแอนดรอยด์ 11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กาแลกซี่แซดฟลิป

               กาแลกซี่แซดฟลิป หลังจากที่ระบบปฏิบัติการณ์ตัวใหม่ล่าสุดได้เปิดตัวออกมาพร้อมกับพิกเซลในช่วงกลางปีที่ผ่านมานั้น ล่าสุดทางกาแลกซี่แซดฟลิปหรือโทรศัพท์พับจอลงของซัมซุงก็สามารถใช้แอนดรอยด์ 11 ได้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นโทรศัพท์เรือธงของแบรนด์ดังจากประเทศเกาหลีใต้อีกหนึ่งตัว รวมถึงอุปกรณ์ระดับสูงทุกตัวของค่ายนี้สามารถใช้ระบบใหม่ได้แล้วครบทุกรุ่นเลยทีเดียว โดยจากเดิมนั้นเชื่อกนัว่าโทรศัพท์อย่างโน้ตหรือเอส 20 แฟนอิดิชั่นจะได้รับการอัพเดทในภายหลัง แต่ทว่ากลับมาทันก่อนจบปี 2020 นั่นเอง

กาแลกซี่แซดฟลิป

กาแลกซี่แซดฟลิป ได้ทั้งหน้าตาของตัวเครื่องใหม่อย่างวันยูไอ 3.0 ที่จะมาถึงก่อนช่วงปีใหม่อย่างแน่นอน

               ด้านซัมซุงกาแลกซี่แซดฟลิปนี้ถือว่าเป็นโทรศัพท์พับได้รุ่นแรกที่สามารถใช้งานแอนดรอยด์ 11 ได้ ซึ่งถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการณ์ตัวใหม่ล่าสุดของวงการในขณะนี้ อีกทั้งยังมาก่อนโทรศัพท์พับได้ตัวรุ่นพี่อย่างแซดโฟลดและแซดโฟลด 2 ที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกด้วย โดยการอัพเดทครั้งนี้เริ่มต้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในทวีปยุโรปก่อนที่น่าจะเริ่มมีการเปิดอัพเดทตัวใหม่เข้ามาในเร็วๆ นี้ไปในประเทศหรือทวีปอื่นๆ ภายในไม่กี่วันข้างหน้า รวมถึงต้องยอมรับว่าการออกแบบโอเอสและยูไอของทั้งกูเกิ้ลกับซัมซุงนั้นสามารถทำงานร่วมกันได้รวดเร็วมากเพื่อที่จะใช้งานระบบใหม่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ซัมซุง กาแลกซี่แซดฟลิป

               นอกจากการอัพเดทระบบปฏิบัติการณ์ใหม่แล้ว ทางซัมซุงกาแลกซี่แซดฟลิปนั้นก็ได้ทั้งหน้าตาของตัวเครื่องใหม่อย่างวันยูไอ 3.0 ที่จะมาถึงก่อนช่วงปีใหม่อย่างแน่นอน อีกทั้งตัวหน้าของโทรศัพท์พับลงตัวนี้มีการออกแบบที่ต่างจากรุ่นอื่นๆ ทำให้ทางซัมซุงกับกูเกิ้ลจะต้องออกมาออกแบบการใช้งานกันใหม่เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากการพับหน้าจอ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่จะยังคงใช้งานเหมือนกับรุ่นเอสหรือโน้ตที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่างวิดเจ็ทที่อยู่บนล็อคสกรีน ระบบการแจ้งเตือนต่างๆ อีกทั้งระบบรักษาความปลอดภัยทีเพิ่มขึ้นมานั่นเอง

เปิดตัวกาแลกซี่แซดฟลิป

               นับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของทางซัมซุงก็ว่าได้ เมื่อทางโทรศัพท์รุ่นพิเศษของพวกเขาอย่างกาแลคซี่แซดฟลิปก็จะได้รับการอัพเดทแอนดรอยด์ตัวใหม่ทันก่อนจะถึงปีใหม่ อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบการการใช้งานหน้าจอต่า งๆ ที่สมาร์ทโฟนธรรมดาอย่างเอสกับโน้ตไม่ได้สามารถใช้งานได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของจนที่ต้องการนวัตกรรมใหม่นั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ไอโฟนยอดขายแซงซัมซุง ที่ใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น เป็นอุปกรณ์ที่ขายดีที่สุดในโลก

Continue Reading

G-mail ล่ม ที่ไม่ได้เกิดจากแฮกเกอร์รัสเซีย ทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้สึกไม่พอใจ

G-mail ล่ม

               G-mail ล่ม ด้วยความที่ระบบของกูเกิ้ลล่มไปนานถึง 47 นาที ซึ่งทำให้ทาง G-mail และแพลตฟอร์มยูทูบไม่สามารถใช้งานได้ อีกทั้งยังทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในวันต่อมาทางอีเมลจากกูเกิ้ลก็ไม่สามารถใช้งานได้อีกครั้ง จนกระทั่งมีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นฝีมือของแฮกเกอร์ชาวรัสเซียที่เพิ่งออกมาแทรกแซงบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างไมโครซอฟต์ที่โดนไปเช่นกัน แต่ทว่าทางกูเกิ้ลได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าไม่ได้เกิดมาจากฝีมือของคนแดนหมีขาวแต่อย่างใด

G-mail ล่ม

G-mail ล่ม อาจเป็นฝีมือของแฮกเกอร์ชาวรัสเซียที่เพิ่งออกมาแทรกแซงบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา

               จากที่กูเกิ้ลได้ตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้นั้น ทางบริษัทดังได้ออกมาชี้แจงว่ามันเกิดจากทางระบบได้พยายามตรวจสอบผู้ที่กำลังใช้งานอินเตอร์เน็ตอยู่ โดยตัวระบบนี้จะช่วยตรวจสอบและติดตามคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นอย่างยูทูบและจีเมลอีกด้วย แต่ทว่าทางกูเกิ้ลได้ย้ายเครื่องมือตัวนี้ไปสู่ระบบจัดเก็บข้อมูลตัวใหม่ ซึ่งเกิดปัญหาจนไม่สามารถส่งข้อมูลบางส่วนเข้าระบบได้จนทำให้เกิดขัดข้องจนต้องหยุดให้บริการไปชั่วคราว ซึ่งไม่ได้เกิดจากฝีมือแฮกเกอร์ชาวรัสเซียเช่นกัน

google ล่ม ทั่วโลก

               ด้วยคำร้องต่างๆ ที่จะส่งไปยังระบบข้อมูลของกูเกิ้ลถูกตัดการเชื่อมต่อไปถึง 15% ด้วยกัน ทำให้ในวันต่อมานั้นการให้บริการอย่างจีเมลของพวกเขาก็ต้องยุติไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางบริษัทก็โทษเรื่องการรับส่งข้อมูลที่มีปัญหานั้นเอง โดยทางอีเมลจากกูเกิ้ลที่ผู้ใช้จะได้รับก็คือบัญชีที่ลูกค้าต้องการติดต่อไม่มีอยู่ในระบบ  ส่วนในหน้าเว็บไซต์ของพวกเขานั้นก็ได้ออกมากล่าวขอโทษต่อผู้ใช้งานทุกคนถึงความไม่สะดวกครั้งนี้ รวมถึงขอให้ผู้ใช้รอจนกว่าระบบจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมและจะพัฒนาให้ดีต่อไปให้เสถียรมากขึ้นอีกด้วย

G-mail ล่ม ทั่วโลก

               นับว่าเป็นช่วงที่กูเกิ้ลหรือจีเมลได้รับความเสียหายไปไม่น้อย เมื่อผู้ใช้ไม่สามารถส่งต่อข้อมูลได้อย่างที่เคยเป็นตามปกติ ซึ่งจากเดิมได้มีกระแสเรื่องแฮกเกอร์ต่างชาติอย่างรัสเซียที่อาจเข้ามาก่อกวนจนเกิดเรื่องเสียหายในบริษัท แต่ทว่าสุดท้ายกลับเป็นระบบของพวกเขาเองจนต้องออกมาขอโทษในที่สุด

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ซัมซุงที่เตรียมปล่อย ชิพเอกซีนอส 2100 ในปีหน้า ที่มาพร้อมกับกาแลกซี่เอส 21

Continue Reading

กล้องหน้าใต้จอ ที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะคุณภาพของรูปยังไม่ดีพอ

กล้องหน้าใต้จอ

               กล้องหน้าใต้จอ จากด้วยกระแสที่ผู้คนต้องการใช้งานโทรศัพท์แบบเต็มหน้าจอมาเป็นเวลานานแล้วนั้น ทำให้เหล่าผลิตจำเป็นต้องหาทางใช้งานหน้าจอให้เต็มพื้นที่มากที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพยายามใช้กล้องป็อปอัพหรือเว้นช่องเล็กๆ เพื่อใส่กล้องเข้ามา แต่ทว่าก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จนสุดท้ายทางผู้ผลิตอาจจำเป็นจะต้องใช้กล้องหน้าใต้จอแทนเพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ใช้งานหน้าจอได้เต็มรูปแบบ รวมถึงใช้งานเซลฟี่ได้อยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่ตามมาก็คือคุณภาพของรูปเหล่านั้นที่ยังเทียบไม่ได้กลับกล้องหน้าแบบปกตินั่นเอง

กล้องหน้าใต้จอ

กล้องหน้าใต้จอ ที่ปล่อยตัวอย่างรูปภาพออกมา แต่คุณภาพกลับไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งาน

               ด้านโทรศัพท์ตัวแรกที่ใช้ใส่กล้องหน้าใต้จอออกมานั้นก็คือ แซดทีอีแอกซอน 20 ห้าจีที่ปล่อยตัวอย่างรูปภาพออกมา แต่ทว่าคุณภาพกลับไม่ได้เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งาน ซึ่งเมื่อเทีบกับตัวโทรศัพท์อีกรุ่นอย่างกูเกิ้ลพิกเซล 5 นั้นทางแอกซอนก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ไปอย่างหมดรูปทั้งเรื่องความละเอียดของรูปภาพกับคุณภาพด้านอื่นที่ใช้ไม่ได้เลยทีเดียว โดยส่วนหนึ่งห็มีเหตุมาจากการถ่ายรูปใต้กระจกที่อาจมีความเบอลอยู่นั่นเอง จนกระทั่งในปัจจุบันนั้นทางแซดทีอีก็ยังพัฒนาไปได้ไม่มากนัก จนหลายคนเทียบว่าเหมือนกับรูปสมัยโทรศัพท์แอนดรอยด์รุ่นแรกเลยทีเดียว

แซดทีอีแอกซอน 20

               ด้วยการที่กล้องหน้าใต้จอนั้นมักจะปล่อยภาพที่เบลอออกมามากกว่าปกตินี้เอง ทำให้เหล่าผู้ใช้งานเซลฟี่อาจไม่พอใจมากนัก โดยเหล่าบริษัทผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกต่างปวดหัวกับการพัฒนาฟีเจอร์นี้อยู่ ซึ่งทางซึงซุงเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเช่นกัน จึงทำให้โทรศัพท์เรือธงตัวใหม่ของพวกเขาอย่างเอส 21 พลัสหรือแม้แต่โน้ต 21 จะยังไม่มีการซ่อนกล้องหน้าอย่างแน่นอน จนหลายคนอาจต้องรอไปจนถึงตัวพับได้อย่างแซดโฟลดสามที่ต้องการใช้งานเต็มหน้าจอเช่นกัน ส่วนทางเสียวหมี่หรือหัวเหว่ยก็น่าจะเปิดตัวโทรศัพท์ในรูปแบบคล้ายๆ กันออกมาในช่วงกลางปี 2021 เช่นกัน

กล้องหน้าใต้จอรุ่นแรก

               เรียกว่าเทคโนโลยีกล้องหน้าใต้จอยังคงเป็นปัญหาหลักสำหรับทางผู้ผลิตที่ต้องการจะเอาใจผู้ใช้ที่มักจะออกมาวิจารณ์เรื่องการเว้นช่องตรงขอบจอเอาไว้ อย่างไอโฟนที่ไม่เคยเปลี่ยนการออกแบบเลย หรือจะเป็นทางซัมซุงที่ต้อกงารจะใช้งานแซดโฟลดอย่างเต็มจอและสามารถถ่ายรูปเซลฟี่ได้เช่นเดิม แต่ยังคงต้องหาทางต่อไปนั่นเอง

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ระบบปฏิบัติการ ได้ที่นี่ และ กูเกิ้ลที่เตรียมทดลอง ฟีเจอร์ออฟไลน์ยูทูป ที่ทดลองสำหรับผู้ใช้ยูทูบพรีเมี่ยม

Continue Reading