WhatsApp เก่ารุ่นเก๋าเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ใหม่โทรร่วมกลุ่มที่เรียกว่า Joinable Calls

WhatsApp

มาช้าแต่ก็ยังเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มใหม่สำหรับ WhatsApp หลังจากที่แอพพลิเคชั่นดังได้เปิดใช้งาน Joinable Calls หรือการประชุมสายนั่นเอง ซึ่งชื่อของเป็นการอธิบายได้ดีถึงการใช้งานในแอพนี้ หลังจากที่แพลทฟอร์มสังคมออนไลน์มากมายได้เปิดใช้งานการสร้างห้องพูดคุยเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Discord, Facebook Messenger, Line หรือแม้แต่ Instagram ก็สามารถพูดคุยได้ จนกระทั่งการมาของแพลทฟอร์มการแชทยอดนิยมในโลกตะวันตกที่ตัดสินใจปล่อยฟีเจอร์สำคัญออกมาในที่สุดและเพิ่มความสะดวกของคนที่ต้องการจะคุยเป็นกลุ่มได้มากขึ้น

WhatsApp-อัพเดท
ุจจ

WhatsApp กับฟีเจอร์โทรร่วมกลุ่มที่เรียกว่า Joinable Calls

ผู้ที่ไม่อยากพลาดแอพพลิเคชั่นและฟีเจอร์ใหม่ๆอย่าลืมติดตาม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ จากเว็บไซต์ของเรา

เมื่อ WhatsApp ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Joinable Calls แล้วนั้น คนที่ใช้งานก็สามารถจะเข้าร่วมบทสนทนาเหล่านี้ได้ทันทีเมื่อมีการตั้งห้องขึ้น รวมถึงยังสามารถเข้าไปร่วมห้องในภายหลังได้แบบไม่ต้องรีบกดรับสายตั้งแต่แรกเหมือนกับโทรศัพท์ทั่วไปนั่นเอง รวมถึงยังสามารถวางสายที่พูดคุยอยู่ออกมาและกลับเข้าไปใหม่เมื่อทำธุระเสร็จแล้วอีกด้วย โดยทางแพลทฟอร์มเองก็ต้องการที่จะสร้างบรรยายกาศที่ดีของผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่า เสียเวลาไปกับการสนทนา ไปจนถึงสร้างความต่อเนื่องของห้องประชุมสายเหล่านั้นเช่นกัน

WhatsApp-ประชุมสาย

จากการอัพเดทของ WhatsApp ครั้งนี้ ผู้ใช้ก็จะสามารถดูรายชื่อของคนที่อยู่ในสายได้ผ่ายหน้าจอของตัวเองที่จะแสดงหน้าผู้สนทนาทุกคน ส่วนคนที่ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมวงสนทนา แต่ยังไม่สะดวกในเวลานั้นก็สามารถกด Ignore เพื่อปฏิเสธการเข้าร่วมไปก่อน แม้ว่าจะสามารถกดเข้าร่วมในภายหลังได้ตราบเท่าที่ห้องสนทนาจะยังไม่ยกเลิกไป นอกจากนี้ยังมีการบางประชุมสายเป็นวิดีโอคอลกับโทรศัพท์ปกติ ซึ่งการพูดคุยภายในจำนวน 8 คนจะสามารถมองหน้าผ่านวิดีโอกันได้ ด้านการคุยเกินจากนั้นจะต้องเปลี่ยนเป็นการโทรศัพท์แทน

WhatsApp-ฟีเจอร์ใหม่

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า WhatsApp ได้พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมายให้ทัดเทียมกับแพลทฟอร์มอื่นมาโดยตลอดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งการมาของ Joinable Calls ก็อาจมาแทนที่ของ Google Meet หลังจากที่ฝ่ายหลังเพิ่งจะกำหนดลิมิตของผู้ใช้แบบฟรี ๆ ไป จนกระทั่งทางแอพพลิเคชั่นนี้อาจเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการประชุมในเวลาสั้น ๆ นั่นเอง

Continue Reading

มีการโพสเพลงที่มีเนื้อหาเหยียดสีผิวผ่านแอพพลิเคชั่น Spotify Apple Music Deezer และ Youtube

Spotify Apple Music Deezer

Spotify Apple Music Deezer และ Youtube แอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับโพสมิวสิควิดีโออย่างSpotify,AppleMusic,Deezerและ Youtube Musicได้ลบมิวสิควิดีโอเพลงที่มีเนื้อหาเหยียดสีผิวและแสดงความเกลียดชังออกจากบริการของพวกเขา ภายหลังจากการตรวจสอบของ BBC โดยเนื้อหาที่ตัดออกมานั้นเป็นสุนทรพจน์ของฮิตเลอร์ที่มีการเรียกร้องให้ “อารยัน” ที่หมายความถูกผู้มีความสูงส่ง ให้มีการเริ่มต้นใหม่ และยังพูดถึงการปฏิวัติและอำนาจสีขาวที่หมายถึงคนผิวขาว ซึ่งทางSpotify มีความพยายามมายาวนานถึง 3 ปี ที่จะปราบปรามปัญหาที่มีลักษณะคล้ายกัน

Spotify Apple Music Deezer

แอพพลิเคชั่น Spotify Apple Music Deezer และ Youtube ได้ลบมิวสิควิดีโอเพลงที่มีเนื้อหาเหยียดสีผิวและแสดงความเกลียดชังออกจากบริการ

รวมทั้งได้ปรับปรุงนโยบายในการแสดงเนื้อหาที่มีความเกลียดชังผ่านแอพพลิเคชั่นของตนเอง ทั้งนี้ Spotify กล่าวว่าเนื้อหาที่ BBC แจ้งว่ามีการละเมิดนโยบายการเหยียดผิวอย่างชัดเจน ส่วน Youtube ก็ได้ให้ความเห็นว่าไม่มีสถานที่สำหรับความเกลียดชังบนแอพพลิเคชั่นของตัวเอง ในขณะที่ Apple Music ก็ได้ซ่อนไม่ให้เห็นวิดีโอที่ไม่เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่แล้ว

Youtube

หลักฐานที่สำคัญที่ BBC ตรวจสอบพบและนำมาใช้ในการแจ้งเตือนบรรดาแอพพลิเคชั่นยอดนิยมทั้งหลาย นั่นก็คือ BBC พบว่ามีเพลงอย่างน้อย 20 เพลงมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาการเหยียดผิวของพวกนาซี มีการใช้ภาษาที่ต่อต้านชาวยิวแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือแม้แต่กระทั่งเนื้อหาที่เป็นการเฉลิมฉลองความหายนะของกลุ่มต่าง ๆ

โดยเพลย์ลิสต์ที่แสดงแบบสาธารณะบน Spotify จะอยู่ภายใต้ชื่อ NSBM (National Socialist Black Metal) ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเชื่อมโยมกับลัทธินาซี ทั้งนี้การค้นหาเพลงประเภทดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะหรือความพยายามของผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด เนื่องจากการเปิดเพลย์ลิสต์เป็นสาธารณะและศิลปินที่แนะนำ ก็ทำให้สามารถค้นหาเพลงที่มีเนื้อหารุนแรงหรือแสดงความเกลียดชังได้ง่ายขึ้น

แอพพลิเคชั่น Spotify Apple Music Deezer

ปัจจุบัน Spotify มีเพลงมากกว่า 65 ล้านเพลงและพอดแคสต์กว่า 1.5 ล้านรายการ ซึ่ง Spotify ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ห้ามแสดงเนื้อหาที่สนับสนุนหรือยุยงให้เกิดความเกลียดชัง หรืองความรุนแรงต่อกลุ่มหรือบุคคลโดยชัดแจ้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามลักษณะต่าง ๆ (เชื้อชาติ ศาสนา อัตลักษณ์ทางเพศ สัญชาติ รสนิยมทางเพศ สถานะทางทหารผ่านศึก หรือความพิการ) อีกทั้ง Spotify ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาปรับปรุงและใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ YouTube ได้ให้ความเห็นว่า YouTube ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาแนวทางที่มีความรับผิดชอบ เพื่อกำหนดและทำให้ชัดเจนว่ามีเนื้อหาประเภทใดที่ไม่สามารถยอมรับได้ เมื่อได้รับแจ้งว่าไม่เหมาะสม YouTube สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพื่อลบวิดีโอที่ละเมิดนโยบายของ YouTube รวมถึง Deezer กล่าวว่าไม่ยอมรับความเกลียดชังหรือการเลือกปฏิบัติและมีกระบวนการจัดการกับปัญหาเหล่านี้

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เลนส์เมทัล (Metalenses) เทคโนโลยีแบบใหม่ปี 2020 ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่มาก ๆ

Continue Reading