Galaxy S21 FE ทำแฟนๆที่รอช้ำใจ อาจไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked 2021

Galaxy S21 FE-หลากสี

คนที่รอคอย Galaxy S21 FE อาจต้องผิดหวังกันไปแล้ว เมื่อสมาร์ทโฟนสำหรับแฟน ๆ  Samsung จะไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked ที่ทางบริษัทเตรียมใช้เป็นแพลทฟอร์มสำหรับการแสดงสินค้าใหม่ของพวกเขานั่นเอง

โดยกำหนดการที่พวกเขาจัดงานนี้ก็คือช่วงวันที่ 19  สิงหาคมและเป็นช่วงที่จะมีทั้งสมาร์ทโฟนในตระกูลอย่าง Galaxy Z Fold หรือ Z Flip ที่จะเป็นอุปกรณ์ที่พับได้ ไปจนถึงนาฬิกาอย่าง Galaxy Watch และหูฟังอย่าง Galaxy Buds 2 ที่หลายคนจับตามองกันอยู่ แม้ว่าทางสมาร์ทโฟนเรือธงราคาสุดคุ้มจะยังไม่ถึงคิวก็ตาม

Galaxy S21 FE-5G

Galaxy S21 FE อาจไม่ได้เปิดตัวในงาน Unpacked 2021

สำหรับ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ซึ่งทางเราได้รับมานั้นเป็นเพราะว่า ส่วนหนึ่งที่Galaxy S21 FEไม่ได้ถูกวางจำหน่ายออกมาก็เพราะว่า การผลิตสมาร์ทโฟนตัวนี้กลับไม่เป็นไปตามเป้าจนกระทางน่าจะพร้อมจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 นี้ ซึ่งก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ในงานใหญ่อย่าง Unpacked จะไม่มีอุปกรณ์ของพวกเขามาเปิดตัวในเดือนสิงหาคมอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของเดือนสิงหาคมมักจะเป็นคิวของสมาร์ทโฟนพับได้อย่างGalaxy Z Fold หรือ Z Flip มากกว่าที่ครองงานนี้ไป ด้าน S20 FEที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนก็ถูกวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมและประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องยอดขาย

Galaxy S21 FE-และกล่อง

หากทางGalaxy S21 FEได้เปิดตัวในเดือนกันยายนจริงก็ถือว่า พวกเขาไม่ได้ถูกเลื่อนแต่อย่างใด เนื่องจากอุปกรณ์รุ่นก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวในช่วงท้ายของปี 2020 เช่นกัน อย่างไรก็ตามสเป็คของสมาร์ทโฟนตัวนี้ก็เคยมีการถูกเปิดเผยมาแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซนเซอร์กล้องสามตัวที่ 32, 12 และ 8 MP ส่วนหน้าจอขนาด 6.4 นิ้วก็จะเป็นแผง AMOLED ที่แสดงภาพได้ถึงระดับ Full HD+ รวมถึงรองรับการชาร์จเร็วที่ 45W กับความจุที่ 4,400 mAh ที่น่าเพียงพอต่อการใช้งาน

Galaxy S21 FE

ด้วยความเป็นเรือธงรุ่นเล็กที่สุด ก็ทำให้Galaxy S21 FEเป็นอุปกรณ์อีกตัวที่หลายคนให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ รวมถึงยังมีสเป็คที่แรงไม่แพ้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีราคาแพงกว่าของ Samsung โดยอุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่าง Z Fold หรือ Z Flip จะสามารถติดตามในงาน Unpacked ช่วงเดือนสิงหาคม ส่วนรุ่นสำหรับแฟน ๆ ตัวนี้น่าจะออกมาก่อนปี 2021 จะจบลง 

Continue Reading

Apple Watch 6 เปิดตัวชูโรงเป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีฟีเจอร์ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน

Apple Watch 6

ในช่วงประเทศสหรัฐอเมริกาใกล้จะเข้าสู่ฤดูร้อนนั้น ทาง Apple Watch 6 ก็ได้ปล่อยโฆษณาออกมาเพื่อดึงดูผู้คนให้มาสนใจใช้สมาร์ทวอทช์ของพวกเขา เนื่องจากเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงยังจะมีฟีเจอร์มากมายที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายในชีวิตมากยิ่งขึ้น อย่างในโฆษณาที่มีการนำเอานาฬิกามาเชื่อมต่อกับ iPhoneเพื่อการค้นหาสมาร์ทโฟนที่หายไปในระหว่างวันก็กลายเป็นตัวช่วยได้ดี หลังจากที่อุปกรณ์ในระบบ iOS ต่างใช้เครือข่ายเดียวกัน โดยคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะมีราคาอยู่ที่ 13,400 บาท

Apple Watch 6-สามสี

Apple Watch 6 กับการชูโรงเป็นสมาร์ทวอทช์แห่งช่วงฤดูร้อน

ด้วยความที่ Apple Watch 6 เป็นหนึ่งในสมาร์ทวอทช์สายสปอร์ตที่มีมากกว่าการออกกำลังกายในแต่ละวัน พวกเขาจึงทำโฆษณาในโลกของ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ที่เป็นตัวใหม่ออกมาเป็นความยาว 1 นาที 30 วินาทีที่สามารถรับชมได้ทาง YouTube ก่อนที่ในวิดีโอจะเริ่มต้นด้วยภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนอนสบายอยู่กลางทุ่งหญ้าในช่วงหน้าร้อนและไม่ต้องการทำอะไร จนกระทั่งทางนาฬิกาได้แจ้งเตือนให้เธอกลับไปทำกิจกรรมเหมือนอย่างที่เคยได้แล้ว ซึ่งภาพก็ตัดมาเป็นการออกกำลังกายที่ใช้คู่กับอุปกรณ์ได้อย่างการวิ่งและมักจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตนั่นเอง

Apple Watch 6-สวยๆ

นอกจากการวิ่งที่ทำงานร่วมกับ Apple Watch 6 ได้แล้วนั้น ยังมีการออกกำลังกายแบบอื่นอย่างเช่น การไปว่ายน้ำหรือการเต้นที่สมาร์ทวอทช์ยังสามารถใช้งานเพื่อจับสถิติต่าง ๆ แล้ว พวกเขายังสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมแบบผาดโผนอย่างปีนเขาได้อีกด้วย รวมถึงมีฟีเจอร์การจับจังหวะหกล้มของผู้ใช้ที่นาฬิกาตัวนี้สามารถบอกได้ว่าอาการของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากเกิดอุบัติเหตุและไม่จำเป็นต้องเรียกรถฉุกเฉินเข้ามา จนทำให้อุปกรณ์นี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

Apple Watch 6-หูฟัง

เชื่อว่า Apple Watch 6 ที่มีราคาหลักหมื่นกลับเป็นเรื่องที่ไม่แพงแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานได้หลากหลายอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถรักษาชีวิตของผู้ใช้ตามเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้อีกด้วย ซึ่งไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมนาฬิกาตัวนี้ถึงจะเป็นอุปกรณ์สำหรับช่วงหน้าร้อนนั่นเอง

Continue Reading

AirPods 3 หูฟังบลูทูธตัวใหม่ มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัวพร้อม iPhone 13

AirPods 3

หูฟังบลูทูธตัวใหม่อย่าง AirPods 3 ก็น่าจะเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะเปิดตัวออกมาในปี 2021 นี้ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายนและเป็นงานเดียวกับทาง iPhone 13 ที่พร้อมจะเปิดตัวเช่นกัน โดยทางเว็บไซต์อย่าง Digitimes ก็เชื่อว่า งานเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่จะเป็นพระเอกหลักของ Apple น่าจะมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่ถูกนำออกมาเสนอพร้อมกันและหนึ่งในนั้นก็คือหูฟังอีกตัวที่พวกเขาได้พัฒนามาตลอดปีที่ผ่านมาและจะเป็นรุ่นสามของการสานต่อหูฟังยอดเยี่ยมอีกหนึ่งตัวของวงการ

AirPods 3-สีขาว

AirPods 3 ที่อาจเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 13 ช่วงไตรมาสนี้

สำหรับเพื่อนๆชาวไอทีที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ ดีๆทีกำลังทยอยเปิดตัวกันเร็วๆนี้ ซึ้งสามารถติดตามหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ของเรา lookpictures.net

แม้ว่าการผลิตของหูฟังอย่าง AirPods 3 จะเริ่มในช่วงเดือนสิงหาคมเท่านั้นและน่าจะพร้อมจำหน่ายจริงในช่วงไตรมาสที่สี่ไปแล้ว ก็น่าจะเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะพอดีสำหรับการเปิดตัวช่วงปลายไตรมาสสามและขายพร้อมกับโทรศัพท์ของพวกเขานั่นเอง โดยอุปกรณ์ตัวนี้จะมีการออกแบบที่ดูกะทัดรัดกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่น AirPods Pro ที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ซึ่งทางหูฟังรุ่นที่สามของ Apple ก็น่าจะใช้ดีไซน์เดิมที่เคยทำมาในสองรุ่นก่อน รวมถึงยังเป็นตามแผนของบริษัทที่มักจะไม่เปลี่ยนหน้าตาของอุปกรณ์ตัวเองเท่าไหร่นัก

AirPods 3-สีดำ

อีกเรื่องหนึ่งที่ AirPods 3 น่าจับตาก็คือ บริษัทได้เปลี่ยนชิพซีพียูใหม่ให้กับอุปกรณ์ตัวนี้ที่จะทำให้ใช้ฟีเจอร์อย่าง Apple Music Lossless Audio ได้แล้ว รวมถึงยังจะเพิ่มแบตเตอรี่ให้อยู่นานกว่ารุ่นก่อนเช่นกัน โดยทางหูฟังและสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone 13 ก็จะคิวเปิดตัวในช่วงวันที่ 7 หรือ 14 กันยายนนี้และจะเริ่มเปิดให้จองสามวันหลังจากนั้น ส่วนการวางขายอย่างเป็นทางการก็จะเริ่มหลังจากเปิดตัวไปสิบวัน ก่อนที่สาวกจะเริ่มหันมาซื้อได้ตามร้านทั่วไป

AirPods 3-ตัวอย่าง

ไม่ว่าจะเป็น AirPods 3 หรือ iPhone 13 ก็น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างแน่นอน เนื่องจากทั้งสองถือเป็นอุปกรณ์เจนใหม่ที่พร้อมเปิดตัวในเดือนกันยายน รวมถึงยังจะมีชิพตัวใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ไปจนถึงแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาแล้วทั้งคู่ จนเดือนกันยายนนี้น่าจะเป็นอีกช่วงเวลาที่ทาง Apple ต้องการจะออกมาสร้างความตื่นเต้นให้แก่วงการอีกครั้ง

Continue Reading

Cloud Computing แนะนำ เทคโนโลยีที่ช่วยให้เรานั้นทำงานง่ายขึ้น

Cloud Computing-ทำงานรวมกัน

เทคโนโลยี Cloud Computing เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ทุกวันนี้ได้รับการพูดถึง หลายคนก็อาจจะมีความสงสัยว่ามันคือเทคโนโลยีอะไร ต้องบอกเลยว่า Cloud Computing คือ บริการเกี่ยวกับเรื่องของการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในระบบออนไลน์ให้เรานั้น ลดความยุ่งยากและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในเวลาที่รวดเร็ว วันนี้เราจะมา แนะนำข้อดีของเทคโยโลยี Cloud Computing เทคโนโลยีที่ช่วยให้เรานั้นทำงานง่ายขึ้น เผื่อไม่เป็นการเยเวลาเรามาดูไปพร้อมกันเลยดีกว่านะเพื่อน ๆ ว่า Cloud Computing มีข้อดีอย่างไรบ้าง

Cloud Computing

แนะนำข้อดีของเทคโยโลยี Cloud Computing เทคโนโลยีที่ช่วยให้เรานั้นทำงานง่ายขึ้น 

ใครไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ สามารถติดตามเราได้ที่ www.lookpictures.net เว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวสารดีๆเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

เรามาเริ่มกันที่ข้อดีของ Cloud Computing ข้อแรก คือ สามารถช่วยลดต้นทุนในอุปกรณ์ได้ ด้วยความที่เรานั้นำเอาเทคโนโลยีเข้าไปเสริมนั้นเอง และเพิ่มให้เรานั้นสามารถจัดการกับข้อมูลได้อน่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่มีความวุ่นวายหรือว่ามีความยุ่งยากกันเลยทีเดียว

Cloud Computing-ทำงานอย่างไร

ข้อดีของ Cloud Computing ข้อต่อมา คือ สามารถช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและสามารถช่วยในเรื่องบองความรวดเร็วในการทำงาน แบบที่ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้แบบไม่ยากนั้นเองนะเพื่อน ๆ แค่เพียงมีโทรศัพท์หรือว่าโน๊ตบุ๊ค พวกเราก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นนั้นเองเพื่อน ๆ 

Cloud Computing-คืออะไร

ข้อดีของ Cloud Computing ข้อสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้ คือ ความทันสมัยของเทคโนโลยี บอกเลยว่าเป็นเทคโนโลยีที่เรานั้นสามารถต่อยอดไปได้ไกลมาก ๆ และสามารถใช้งานร่วมกับ เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้การทำงานของเรานั้นมีความะดวกมากยิ่งขึ้น มีประโยชน์มาก ๆ กับองค์กรหรือว่าธุรกิจต่าง ๆ 

เป็นอย่างไรกันบ้างที่เรานั้นพามาความความรู้จักกับ Cloud Computing ต้องบอกเลยว่ามีความน่าสนใจและไม่อยากให้เพื่อน ๆ มองข้ามในส่วนนี้เป็นอย่างยิ่ง มีความน่าสนใจและไม่ว่าใครก็อข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้ง่ายดาย เทคโนโลยีแบบนี้ไม่ควรมองข้ามไปเลยนะ

Continue Reading

WhatsApp เก่ารุ่นเก๋าเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ใหม่โทรร่วมกลุ่มที่เรียกว่า Joinable Calls

WhatsApp

มาช้าแต่ก็ยังเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มใหม่สำหรับ WhatsApp หลังจากที่แอพพลิเคชั่นดังได้เปิดใช้งาน Joinable Calls หรือการประชุมสายนั่นเอง ซึ่งชื่อของเป็นการอธิบายได้ดีถึงการใช้งานในแอพนี้ หลังจากที่แพลทฟอร์มสังคมออนไลน์มากมายได้เปิดใช้งานการสร้างห้องพูดคุยเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Discord, Facebook Messenger, Line หรือแม้แต่ Instagram ก็สามารถพูดคุยได้ จนกระทั่งการมาของแพลทฟอร์มการแชทยอดนิยมในโลกตะวันตกที่ตัดสินใจปล่อยฟีเจอร์สำคัญออกมาในที่สุดและเพิ่มความสะดวกของคนที่ต้องการจะคุยเป็นกลุ่มได้มากขึ้น

WhatsApp-อัพเดท
ุจจ

WhatsApp กับฟีเจอร์โทรร่วมกลุ่มที่เรียกว่า Joinable Calls

ผู้ที่ไม่อยากพลาดแอพพลิเคชั่นและฟีเจอร์ใหม่ๆอย่าลืมติดตาม ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ จากเว็บไซต์ของเรา

เมื่อ WhatsApp ได้ใช้ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Joinable Calls แล้วนั้น คนที่ใช้งานก็สามารถจะเข้าร่วมบทสนทนาเหล่านี้ได้ทันทีเมื่อมีการตั้งห้องขึ้น รวมถึงยังสามารถเข้าไปร่วมห้องในภายหลังได้แบบไม่ต้องรีบกดรับสายตั้งแต่แรกเหมือนกับโทรศัพท์ทั่วไปนั่นเอง รวมถึงยังสามารถวางสายที่พูดคุยอยู่ออกมาและกลับเข้าไปใหม่เมื่อทำธุระเสร็จแล้วอีกด้วย โดยทางแพลทฟอร์มเองก็ต้องการที่จะสร้างบรรยายกาศที่ดีของผู้ใช้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่า เสียเวลาไปกับการสนทนา ไปจนถึงสร้างความต่อเนื่องของห้องประชุมสายเหล่านั้นเช่นกัน

WhatsApp-ประชุมสาย

จากการอัพเดทของ WhatsApp ครั้งนี้ ผู้ใช้ก็จะสามารถดูรายชื่อของคนที่อยู่ในสายได้ผ่ายหน้าจอของตัวเองที่จะแสดงหน้าผู้สนทนาทุกคน ส่วนคนที่ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมวงสนทนา แต่ยังไม่สะดวกในเวลานั้นก็สามารถกด Ignore เพื่อปฏิเสธการเข้าร่วมไปก่อน แม้ว่าจะสามารถกดเข้าร่วมในภายหลังได้ตราบเท่าที่ห้องสนทนาจะยังไม่ยกเลิกไป นอกจากนี้ยังมีการบางประชุมสายเป็นวิดีโอคอลกับโทรศัพท์ปกติ ซึ่งการพูดคุยภายในจำนวน 8 คนจะสามารถมองหน้าผ่านวิดีโอกันได้ ด้านการคุยเกินจากนั้นจะต้องเปลี่ยนเป็นการโทรศัพท์แทน

WhatsApp-ฟีเจอร์ใหม่

ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า WhatsApp ได้พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมายให้ทัดเทียมกับแพลทฟอร์มอื่นมาโดยตลอดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งการมาของ Joinable Calls ก็อาจมาแทนที่ของ Google Meet หลังจากที่ฝ่ายหลังเพิ่งจะกำหนดลิมิตของผู้ใช้แบบฟรี ๆ ไป จนกระทั่งทางแอพพลิเคชั่นนี้อาจเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการประชุมในเวลาสั้น ๆ นั่นเอง

Continue Reading

Pixel 4 XL สมาร์ทโฟนที่ Google รับประกันเพิ่มเป็นสองปี ข่าวดีของคนที่สนใจรุ่นนี้

Pixel 4 XL-สีข่าว

ข่าวดีของคนที่สนใจ Pixel 4 XL เมื่อทาง Google ได้ประกาศว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะได้รับประกันเพิ่มจากเดิมไปอีกหนึ่งปี สำหรับผู้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา สิงค์โปร แคนาดา ญี่ปุ่นและไต้หวัน ซึ่งจะมีแค่อุปกรณ์รุ่นใหญ่นี้เท่านั้นที่จะได้รับการการันตีเพิ่มเติมจากรุ่นอื่น ๆ และยังมากกว่าโทรศัพท์ของบริษัทก่อนหน้านี้ที่จะรับเคลมต่อเมื่อมีปัญหาภายในปีแรก โดยปัยหาที่ผู้ใช้อาจเจอก็เป็นได้ทั้งการกดปุ่มไม่ติด โทรศัพท์รีบู๊ทเองหรือชาร์จไม่เข้าทั้งที่เพิ่งซื้อมา

Pixel 4 XL-ตัวเครื่อง

Pixel 4 XL สมาร์ทโฟนที่ Google รับประกันเพิ่มเป็นสองปี

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตาม www.lookpictures.net เว็บไซต์สำหรับคนทันสมัยโดยเฉพาะ

Pixel 4 XL

สำหรับผู้ใช้ Pixel 4 XL แล้วพบกับปัญหาจุกจิกจากระบบที่รวนของตัวเครื่องภายในสองปีแรกก็สามารถติดต่อกับทางบริษัทได้เลย ซึ่งการที่พวกเขาได้ยืดระยะรับประกันให้แก่ตัวเครื่อง แม้ว่าพวกเขาจะรับประกันเพียงแค่ส่วนของปุ่มเปิดเครื่องไม่ติด โทรศัพท์ปิดเครื่องหรือรีบู๊ตเอง การชาร์จไม่เข้า การชาร์จแบบไร้สายมีปัญหาหรือแบตเตอรี่หมดเร็วเกินไป แต่นอกเหนือจากเหตุที่กล่าวมาแล้วนั้น หากตัวเครื่องมีปัญหาอื่น ผู้ใช้จะต้องทำการจ่ายค่าซ่อมเพิ่มเติมเองหรือจำเป็นต้องซ่อมก่อนจะนำมาใช้เคลมในภายหลัง

Pixel 4 XL-รีวิว

เมื่อการรับประกันของ Pixel 4 XL มีเงื่อนไขตามที่ Google ได้ประกาศเอาไว้แล้วนั้น ก็หมายความว่า หากอุปกรณ์เกิดมีปัญหาตามที่อยู่ในส่วนที่ประกันครอบคลุม แต่ก็มีปัญหาในส่วนอื่นอย่างเช่นหน้าจอแตก จนทำให้บริษัทไม่สามารถซ่อมเรื่องแบตเตอรี่ได้โดยตรง ทางแบรนด์ก็จะตรวจสอบสภาพของสมาร์ทโฟนทั้งหมดก่อน พร้อมกับแจ้งเจ้าของเครื่องโดยตรงหากมีการซ่อมเพิ่มเติมจากส่วนที่อยู่ในประกันและผู้ใช้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ก่อนที่จะซ่อมในส่วนของแบตหลังจากส่วนที่ชำรุดอื่น ๆ ถูกซ่อมพร้อมกับทางผู้ใช้ยิมยอมที่จะรักษาสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ไว้

อาจเป็นดาบสองคมของคนที่มี Pixel 4 XL เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับการรับประกันเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่ง แต่กลับมีเงื่อนไขหรือชิ้นส่วนที่อยู่ในส่วนครอบคลุมอยู่น้อย จนทำให้การซ่อมส่วนอื่น ๆ อาจมีค่าใช้จ่ายตามมาแบบไม่มีทางเลือก ซึ่งทาง Google ก็จะแจ้งอย่างชัดเจนว่า สมาร์ทโฟนตัวนั้นมีปัญหาอะไรบ้างและมีส่วนที่จะต้องซ่อมก่อนเข้าไปเปลี่ยนในส่วนของแบตเตอรี่หรือไม่นั่นเอง

Continue Reading

iPhone SE 3 พร้อมชิพ A14 มือถืออีกตัวที่หลายคนรอคอย จะมาเปิดตัวในปี 2022

iPhone SE 3

ถือเป็นโทรศัพท์อีกตัวที่หลายคนอาจรออยู่ เมื่อมีข่าวหลุดออกมาว่า iPhone SE 3 จะถูกเปิดตัวออกมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 นั่นเอง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนอย่างiPhone SE 2020 ที่ทำยอดขายได้ดีอย่างมากและแซงหน้าตัวเล็กอย่าง iPhone Mini ไปอย่างผิดคาดอีกด้วย

ก่อนที่ทางเว็บไซต์อย่าง Digitimes จะออกมาเปิดเผยข่าวดีว่า ทาง Apple น่าจะทำสมาร์ทโฟนรุ่นที่ 3 ออกมา โดยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการตลาดที่พวกเขายุติการทำรุ่น Mini แต่หันมาทำ SE แทนในอนาคต

iPhone SE 3เปิดตัว

iPhone SE 3 พร้อมชิพ A14 จะมาเปิดตัวในปี 2022

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา www.lookpictures.net

จากแหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือก็มองว่าiPhone SE 3 จะถูกเปิดตัวออกมาอย่างแน่นอน จากความเห็นของนักวิเคราะห์อย่าง Ming-Chi Kuo ที่เคยออกมาพูดถึงสมาร์ทโฟนที่จะรองรับสัญญาณ 5G ว่าจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2022

ก่อนจะมีกระแสข่าวเพิ่มเติมขึ้นมาว่า ชิพซีพียูของเครื่องจะใช้ A14 Bionic ที่เหมือนกับ iPhone 12 ประจำปี 2020 แต่ในช่วงปีหน้าก็จะมีชิพใหม่อย่าง A15 ออกมาแล้วก็ตาม รวมถึงอาจมีสเป็คบางอย่างที่ลดลงไปเพื่อราคาที่น้อยกว่ารุ่นอื่น ทว่าอย่างน้อยจะยังมีสัญญาณ 5G ที่เริ่มใช้กันแพร่หลายมากขึ้น

iPhone SE 3-สามสี
600

ส่วนสเป็คอื่นของiPhone SE 3 ก็ยังคงจะใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหน้าตาอุปกณณ์ที่เหมือนเดิม การใช้เซนเซอร์ลายนิ้วมือและปุ่มโฮมอยู่ที่เดิม เช่นเดียวกับขนาดหน้าจอที่ 4.7 นิ้วและน่าจะทำให้อุปกรณ์ตัวนี้สามารถไปแข่งในตลาดโทรศัพท์ราคากลางประจำปีหน้าได้อย่างแน่นอน

โดยย้อนกลับไปในรุ่นก่อนนั้น โทรศัพท์จะใช้ชิพเก่าอย่าง A13 Bionic แล้วยังจะมีหน้าตาเหมือนกับ iPhone 7 ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งในอนาคตข้างหน้ารุ่น SE อาจจะถอนเอาปุ่มโฮมหรือเซนเซอร์ลายนิ้วมืออกมาแล้วในช่วงปี 2023 เป็นต้นไป

iPhone SE 3-สีเทา

iPhone SE 3น่าจะเป็นอุปกรณ์อีกตัวที่น่าจับตามองในปี 2022 อย่างแน่นอน เนื่องจากราคาที่จับต้องได้ แล้วยังจะมีสเป็คที่ไม่ด้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้อีกด้วย เนื่องจากพวกเขายังจะใช้ชิพตัวแรงอยู่เหมือนเดิมและถอนฟีเจอร์บางอย่างของรุ่นโปรออกไปเท่านั้น 

Continue Reading

Galaxy Z Fold 3 สมาร์ทโฟนจากค่ายดัง Samsung กับหน้าจอที่แข็งแรงกว่าเดิม

Galaxy Z Fold 3

เมื่อทางบริษัทเตรียมจะเปิดตัว Galaxy Z Fold 3 ออกมาอย่างเป็นทางการแล้วนั้น ก็มีข่าวเรื่องกับสมาร์ทโฟนตัวนี้ออกมาเปิดเผยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านกระจกที่ใช้ทำหน้าจอของโทรศัพท์พับได้ตัวนี้ที่จะใช้วัสดุแบบแข็งที่สุดเท่าที่บริษัทเคยใช้มา

รวมถึงยังแข็งกว่าทุกรุ่นในตลาดทั่วโลกอีกด้วย โดยพวกเขาได้พัฒนาเทคโนโลยีของหน้าจอเพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่ทำเอาไว้ในรุ่น Z Fold 2 ที่เคยใช้กระจก UTG หรือ Ultra-Thin Glass ที่แข็งแร่งจากปีก่อนตามที่ Samsung ได้คิดเอาไว้

Galaxy Z Fold 3-ตัวอย่างที่2
ุจจ

Galaxy Z Fold 3 ที่จะใช้กระจกหน้าจอแข็งที่สุด

สำหรับเพื่อนๆที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเรา www.lookpictures.net เว็บไซต์สำหรับคนทันสมัยโดยเฉพาะ

จากที่ Galaxy Z Fold 3 ได้ใช้กระจกที่แข็งแรงกว่าเดิมแล้วนั้นก็จะทำให้สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นนี้น่าจะมีทนทานมากขึ้น หลังจากที่หลายคนมีความกังวลในช่วงการเปิดตัวใหม่ ๆ ว่าอุปกรณ์แบบนี้จะสามารถยืนระยะการใช้งานได้นานหรือไม่ จนกระทั่งการเปิดตัวในรุ่น 2 ที่พิสูจน์แล้วว่า สมาร์ทโฟนของพวกเขาอยู่ได้นาน รวมถึงพวกเขายังสามารถใช้งานร่วมกับ S Pen หรือปากกาของ Samsung ที่จะช่วยถนอมหน้าจอได้มากขึ้น แม้ว่าความแข็งแรงของจอจะไม่มีปัญหาแต่แรกแล้วก็ตาม

Galaxy Z Fold 3-พับได้

นอกจากเรื่องหน้าจอที่แข็งแกร่งของ  Galaxy Z Fold 3 แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปของอุปกรณ์ตัวนี้ก็คือเรื่องกล้องและพวกเขาจะใช้กล้องสเป็คเดิมทั้งหมดที่เคยใช้กับ Z Fold 2 ซึ่งสาเหตุก็มาจากการทุ่มค่าใช้จ่ายไปกับการพัฒนาหน้าจอจนทำให้พวกเขาไม่สามารถเพิ่มสเป็คลงในส่วนของการถ่ายภาพได้อีกแล้วเพื่อไม่ให้ราคาของผลิตภัณฑ์อยู่สูงเกินไป แม้ว่าจะเคยมีข่าวลือว่า สมาร์ทโฟนตัวนี้จะมีกล้องใต้หน้าจอเป็นครั้งแรก แต่ดูเหมือนว่า จะยังไม่มีการยืนยันใด ๆ ส่วนเรื่องขนาดตัวเครื่องกับแบตเตอรี่ก็จะยังใช้สเป็คเดิมเช่นกัน

Galaxy Z Fold 3-ตัวอย่าง

เรียกได้ว่า Galaxy Z Fold 3 จะเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงของพวกเขาอีกตัว หลังจากตัวเครื่องใช้งานส่วนประกอบในสเป็คที่สูง ไม่ว่าจะเป็น Snapdragon 888 หรือแรม 12

ที่น่าจะประมวลผลได้ไวอย่างมาก อีกทั้ง Samsung ยังจะเพิ่มการใช้งาน S Pen เข้ามา โดยพวกเขาเตรียมจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ในงาน Unpacked อีกด้วย

Continue Reading

Apple Watch เสริมฟีเจอร์เด็ดใหม่ให้ผูใช้อย่าง Siri ช่วยสรุปการออกกำลังกาย

การมาของ watchOS 8 ของ Apple Watch ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับคนที่มีนาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ หลังจากที่บริษัทเตรียมจะเพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ช่วยหรือ Siri มาพูดสรุปการออกกำลังกายในแต่ละวันได้อัตโนมัติและน่าจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถนำเอาความเห็นเหล่านั้นไปปรับเข้ากับการเล่นกีฬาหรือวิ่งในวันต่อมาได้นั่นเอง ซึ่งการจะใช้ฟีเจอร์นี้ก็จะต้องใส่หูฟังบลูทูธของพวกเขาอย่าง AirPods หรืออุปกรณ์ของแบรนด์อื่นที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทวอทช์ตัวนี้นั่นเอง

Apple Watch-ฟังค์ชั่น
ุจจ

ผู้ใช้ Apple Watch จะมี Siri ช่วยสรุปการออกกำลังกายแล้ว

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตามเราเว็บไซต์สำหรับคนรักไอที

อันดับแรกเมื่อผู้ใช้ Apple Watch ได้อัพเดทนาฬิกาของตัวเองเป็น watchOS 8 แล้วนั้น  พวกเขาก็จะต้องเข้าไปที่หน้าตั้งค่าในนาฬิกาหรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Watch ใน iPhone ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีหน้า Setting ตามด้วย Workout ก่อนที่จะมีตัวเลือกให้เปิดใช้งานการสรุปผลผ่าน Siri ตามที่ต้องการ

Apple Watch-ตัวเรือน

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ตัวผู้ช่วยจะพูดข้อสรุปในการออกกำลังกายในแต่ละวันและความคืบหน้าตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เช่นการวิ่งเกินระยะ 1 ไมล์ของวันนั้นไปแล้วหรือการประกาศว่า ตอนนี้ผู้ใช้กำลังวิ่งตามเป้ามหายได้ครึ่งทางแล้วเป็นต้น

การมาของฟีเจอร์นี้ใน Apple Watch ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นจะต้องมองหน้าจอบนสมาร์ทวอทช์บ่อย ๆ ในแต่ละวัน เนื่องจากการใส่หูฟังเอาไว้ก็เพียงพอที่จะฟังการประกาศจากทางผู้ช่วยได้แล้ว รวมถึงฟีเจอร์ Voice Feedback ก็จะเชื่อมต่อข้อมูลเข้าแอพพลิเคชั่น Workout ที่ทำให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงประกาศอย่าง ไมล์ที่สอง

Apple Watch-สี

ด้วยความเร็ว 6 นาที 30 วินาที เช่นเดียวกับการแจ้งเตือนว่า ผู้ใช้ทำได้ตามเป้าหมายแล้ว อีกทั้งความพิเศษของฟีเจอร์นี้ก็คือ หากสมาร์ทวอทช์ได้เล่นเพลงหรือรายการพอดแคสต์อยู่ ผู้ช่วยจะไม่พูดแทรกระหว่างการฟังเหล่านั้น ก่อนที่จะประกาศเมื่อสื่อเหล่านั้นจบลง

คนที่ใช้ Apple Watch ก็คงจะดีใจไม่น้อย เมื่อทาง watchOS 8 มาถึงนาฬิกาของพวกเขา ซึ่งในขณะนี้ยังคงเป็นตัวเบต้าหรือตัวทดลองให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งคนที่รอใช้งาน Siri แบบตัวเสถียรก็จะต้องรอในช่วงไตรมาสสามที่น่าจะมาพร้อมอุปกรณ์ใหม่ ๆ ของ Apple ที่พวกเขาพร้อมเปิดตัวแล้วในครึ่งปีหลังนี้

Continue Reading

Snapdragon 780G ชิปตัวแรงสำหรับสมาร์ทโฟนสายเกมเมอร์กำลังขาดตลาด

Snapdragon-ตัวชิป

ชิพรุ่นกลางอย่าง Snapdragon 780G ถือเป็นหนึ่งในชิพหลักที่ทางบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนในระบบแอนดรอยด์มีแผนจะนำไปใช้งานในอุปกรณ์รุ่นกลางของพวกเขา แต่ทว่าจากปัญหาเรื่องการผลิตก็น่าจะทำให้พวกเขาจะต้องหันไปใช้ชิพตัวอื่นแล้ว แม้ว่าแผนเดิมในช่วงต้นปี 2021 จะมีแบรนด์ทั้ง  Xiaomi หรือ Vivo ต้องการชิพนี้ไปใช้ในโทรศัพท์ก็ตาม ก่อนที่ทางตัวแทนจากแบรนด์สมาร์ทโฟนจากจีนจะออกมาเปิดเผยว่า กำลังผลิตที่น้อยกว่าที่คาดจาก Qualcomm อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชิพนี้จะต้องเปลี่ยนแผนอย่างแน่นอน

Snapdragon-มือถือ

วงการสมาร์ทโฟนต้องสะเทือน Snapdragon 780G กำลังขาดตลาด

สำหรับผู้ที่ไม่อยากพลาด ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ อย่าลืมติดตามเราเว็บไซต์ของคนทันสมัย

เชื่อกันว่า ชิพ Snapdragon 780G จะผลิตออกมาได้น้อยกว่าที่คาดกันไว้มาก ซึ่งก็ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ จะต้องหันไปหาชิพอีกตัวของ Qualcomm แทนอย่าง Snapdragon 778G ที่มีความสามารถน้อยกว่า ถึงจะไม่ได้แตกต่างกันมากจนเห็นได้ชัดก็ตาม

Snapdragon-ความแรง

เนื่องจากรุ่น 780 นั้นเป็นการผลิตชิพขนาด 5nm ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่มากกว่า เมื่อเทียบกับ 778 ที่ยังคงเป็นชิพขนาด 6nm ที่มีความสามารถน้อยกว่าและไม่ประหยัดแบตเตอรี่เท่ารุ่นใหม่ที่มีแผนจะผลิตออกมาในปี 2021 แต่บริษัทต่าง ๆ กลับไม่เหลือทางเลือกมากแล้ว

เมื่อ Snapdragon 780G มีปัญหาแล้วนั้น ทางแบรนด์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อย่าง Xiaomi, Motorola หรือ Oppo ก็จะต้องเร่ง slot168 เปลี่ยนแผนการชิตซีพียูของตัวเองเป็นการด่วน หากต้องการจะวางจำหน่ายตามกำหนดการเดิมของพวกเขา

Snapdragon

ซึ่งการนำเอา Snapdragon 778G มาใช้ก็อาจทำให้ผู้ใช้ไม่ได้สัมผัสความแตกต่างของการใช้งานเท่าไหร่นัก เนื่องจากโครงสร้างภายในของพวกเขาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แม้ว่าในรุ่น Mi 11 Lite จะยังโชคดีที่ได้ใช้ชิพตัวใหม่ไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่วนสาเหตุที่ Qualcomm ไม่สามารถผลิตชิพได้ตามเป้านั้นก็ยังไม่มีการชี้แจงออกมา

แม้สถานการณ์ทั่วโลกจะเริ่มดีขึ้นจากโรคระบาด แต่ทาง Qualcomm ก็ยังมีปัญหาเรื่องการผลิตชิพ Snapdragon 780G ไปจนถึงรุ่นอื่น ๆ มาโดยตลอด จนทำให้แบรนด์สมาร์ทโฟนมากมายต้องเจอผลกระทบไปไม่น้อย ทั้ง Xiaomi ที่มักจะนิยมใช้งานชิพของพวกเขามากกว่า เช่นเดียวกับ Motorola ที่หวังพึ่ง Snapdragon ในสมาร์ทโฟนหลายรุ่นของพวกเขา นับตั้งแต่การกลับมาเอาจริงในตลาดฝั่งตะวันตกนั่นเอง

Continue Reading