หูฟังไร้สายจากค่าย Skullcandy รุ่น Indy Truly Wireless สุดล้ำที่คุณควรมีไว้ครอบครอง

Indy Truly Wireless

                Indy Truly Wireless ถ้าหากในช่วงนี้ใครที่กำลังมองหาหูฟัง Wireless ไร้สายมาใช้งานแล้วล่ะก็คงพลาดไม่ได้กับ Indy Truly Wirelessที่ได้เปิดตัวมาไม่นานเท่าไหร่ จากทางค่าย Skullcandy ที่ในรุ่นนี้จะโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือรูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายที่ก็มีความสวยหรูที่ผสมผสานออกมาได้อย่างลงตัว

อีกทั้งยังทำออกมาได้แตกต่างจากหูฟังชนิดเดียวกันทั่วไปที่ในปกติแล้วจะมีเพียงแค่ 2 สี ขาว กับ ดำ ให้เลือกเท่านี้ แต่ไม่ใช้กับเจ้าหูฟังตัวนี้ที่ทางค่ายได้จัดเต็มทางด้านของสีที่มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ Fearless Black , Indigo Blue และ Pastel Sage เป็นต้น ที่สามารถเลือกได้ตามสไตล์ของตนเอง

Indy Truly Wireless

รายละเอียดและการใช้งาน Skullcandy รุ่น Indy Truly Wireless

            สิ่งที่ทำให้น่าใช้งานอีกอย่างหนึ่งของหูฟังรุ่น Indy Truly Wirelessมีความน่าสนใจไม่ใช้เพียงแค่รูปลักษณ์เท่านั้น ยังมีระบบการใช้งานที่ง่าย โดยการใช้งานจะมีดังนี้ หลังจากเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้สำเร็จ จะแบ่งเป็นการเพิ่มเสียงแตะ 1 ครั้งทางขวา

ค่าย Skullcandy

การลดเสียงทำเช่นเดียวกันแต่เปลี่ยนเป็นทางซ้าย เปลี่ยนเพลงให้แตะที่หูฟังด้านขวาไว้ 2 วินาทีหรือย้อนกลับทำเช่นเดียวกันแต่สลับข้าง หยุดเพลงแตะ 2 ครั้ง ทางขวา รวมถึงรับสายก็ทำเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการใช้งานที่เข้าใจได้ไม่ยาก

ในส่วนของฟังชั่นจะใช้เป็นระบบ Bluetooth 5.0 ที่ลบปัญหาเรื่องเสียงดีเลย์ไปได้เลย ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 16 ชั่วโมงผ่านการชาร์จเพียงแค่ 2 ชั่วโมง และยังมีระบบกันฝุ่นหรือละอองน้ำด้วย IPX4 เสริมด้วย Noise Reduction ลดเสียงรบกวน

รุ่น Indy Truly Wireless

ราคาที่สมกับคุณภาพ

            Indy Truly Wirelessถือว่าเป็นหูฟังจากทางค่าย Skullcandy ที่ทำออกมาได้ครบถ้วนในเรื่องของคุณภาพเสียงที่เก็บทุกรายละเอียดของสัดส่วนดนตรีต่าง ๆ และถ่ายทอดออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ หรือจะเอาไว้เล่นเกมก็ตอบโจทย์ไม่แพ้กัน ทำให้ราคาตอนนี้อยู่ที่  3,900 บาท ในปัจจุบัน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ หูฟังไร้สายจากค่าย Skullcandy รุ่น Indy Truly Wireless สุดล้ำที่คุณควรมีไว้ครอบครอง

Continue Reading

การเปลี่ยนแปลงเหนือธรรมชาติ กับ เทคโนโลยีเหนือมนุษย์ สุดล้ำ อนาคตที่ไม่หยุดพัฒนา

เทคโนโลยีเหนือมนุษย์

เทคโนโลยีเหนือมนุษย์ มันจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ที่เราอาจสามารถถอดรหัส Gnome ของมนุษย์ได้ และประเด็นต่างชาติพันธุ์ จะเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงอยู่ก่อนที่การดัดแปลงทางพันธุกรรมในคน และจะใช้ได้จริงด้วยสิ่งนี้ เราจะขจัดภาวะของโรคที่น่ากลัว ที่เกิดจากพันธุกรรมในเด็กได้ ตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะเกิดขึ้น ทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ก็ยังอธิบายถึงความเป็นไปได้ในเรื่องนี้กันอยู่ ดังนั้น ในปี 2025 หรืออีก 5 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีเหนือมนุษย์สุดล้ำ กับประเด็นคำถามนี้มีคำตอบที่แน่ชัดแล้ว

เทคโนโลยีเหนือมนุษย์

เทคโนโลยีเหนือมนุษย์ ที่เข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์มากยิ่งขึ้น จะมีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ?

พวกเราเคยดูหนังเกี่ยวกับการเดินทางแบบ วาร์ป และคิดว่ามันคงเป็นเรื่องเกินคาดคิดเทคโนโลยีเหนือมนุษย์สุดล้ำ ที่ดูเหมือนหนังไซไฟไปนิด กับการเคลื่อนย้ายมวลสารและการเดินทางข้ามเวลา จะไม่ใช่เรื่องลี้ลับอีกต่อไปนักวิทยาศาสตร์ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ว่า การเคลื่อนย้ายมวลสารแบบควอนตัมเป็นไปได้ ส่วนหนึ่งก็กำลังทดลองว่าสิ่งจำเพาะใด ๆ จะสามารถกลับสู่รูปลักษณ์เดิมได้หรือไม่ ทำให้ดูเหมือนการเดินทางข้ามเวลา

นักวิจัยยังเน้นว่า การทดลองทางควอนตัมไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า วิธีเหล่านี้จะใช้ได้ผลกับโลกของวัตถุ และแน่นอน นั่นเราอาจจะไม่สามารถเดินทางย้อนกลับไปในอดีต หรือเคลื่อนย้ายมวลสารได้ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ประตู Concept นี้จะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นไม่ว่าจะทางใด เราก็มาลุ้นกันต่อไป

เทคโนโลยีการเดินทางแบบ วาร์ป

ด้วยเหตุที่การดัดแปลงพันธุกรรมเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว พืชดัดแปลงจะเติบโตในที่ร่มได้ดี การเปลี่ยนแปลง DNA ในพืช จะทำให้พืชมีความยืดหยุ่นในการเติบโตมากขึ้น และมีแนวโน้มที่การปลูกพืชจะล้มเหลวน้อยลง ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มผลผลิต ช่วงเวลาที่พืช GMO เป็นประเด็นโต้แย้งนั้น ผ่านไปนานแล้ว และทุกคนก็จะได้ลิ้มรสความก้าวหน้านี้ แบบตรงตามตัวอักษรจริง ๆ

เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรม

เทคโนโลยีเหนือมนุษย์สุดล้ำที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานส่วนใหญ่ในตลาดแรงงานระดับล่าง ทำให้มนุษย์ต้องหันไปให้ความใส่ใจหน้าที่ ที่ต้องใช้ปัญญามากขึ้น และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่กระหายการเรียนรู้  ทุกอย่างที่ใช้หุ่นยนต์ทำได้ จะไม่ต้องอาศัยมนุษย์อีกต่อไป  อย่างไรก็ตาม ในบางส่วนแรงงานหุ่นยนต์เหล่านี้ก็ไม่ได้ทำงานด้วยตัวเองโดยสมบูรณ์ พวกมันยังคงต้องให้คนควบคุมโดยตรง หรือใส่โปรแกรมเพื่อให้ทำสิ่งต่าง ๆ นั่นจะเป็นการเปิดโอกาสให้สายงานใหม่  ดังนั้นไม่ต้องกลัวหุ่นยนต์จะมาแย่งงานเรา และทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น

เทคโนโลยีหุ่นยนต์

 พูดถึงเรื่องการเรียนรู้ การแสวงหาทักษะใหม่ๆ จะง่ายขึ้นกว่านี้ในอีก 5 ปีผ่านไป ด้วยการพัฒนาของ AR และ VR แม้กระทั่งการเรียนทักษะเชิงปฏิบัติ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอยู่ในห้องเรียนกับอาจารย์จริงๆ อยากเรียนขับรถ ก็จะเป็นที่ที่มีเครื่องจำลองให้อยู่ในบ้านคุณเลย บางทีกระบวนการเรียนรู้แบบนี้ อาจจะไม่แพร่กระจายในวงกว้าง แต่แน่นอนว่าเทคโนโลยีเหนือมนุษย์สุดล้ำ จะเริ่มเข้ามาอยู่ในความนึกคิดของคนและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆตามระยะเวลาแน่นอน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Hyperloop One เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่ ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Continue Reading

Hyperloop One เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่ ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Hyperloop One

Hyperloop One การเดินทางในปัจจุบันของประเทศไทยนั้นค่อนข้างเป็นปัญหาที่โด่งดังไประดับโลกเลยทีเดียวโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีปัญหารถติดขนาดที่ติดอันดับโลกเลยทีเดียว ไม่นับควันไอเสียต่าง ๆ ที่เกิดจากการจัดการที่ไม่มีความใส่ใจจากทางรัฐบาลที่ไม่ดูแลเรื่องรถสาธารณะอย่างเพียงพอ ทางเอกชนที่พยายามจะสร้างธุรกิจการขนส่งต่าง ๆ ก็ยังคงมีจุดบกพร่องต่าง ๆ ให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ หากเราสามารถแก้ปัญหาการจราจรได้ และสามารถย่นเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้น่าจะทำให้ผู้คนในเมืองรวมถึงคนอื่น ๆ ในประเทศและต่างประเทศสามารถเดินทางกันได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นHyperloop One เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม

Hyperloop One

Hyperloop One เป็นเพียงทฤษฎีที่ยังไม่มีใครนำมาทำจริง และพร้อมแบ่งปันให้บริษัทไหนที่สนใจสามารถนำเอาไปต่อยอดได้

ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเจ้าHyperloop One เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิมที่คิดค้นโดยบริษัท Virgin HyperloopOne ที่กำลังจะสรรสร้างยานพาหนะตัวใหม่นี้ออกมาใช้ในชีวิตจริง โดยความเร็วที่คาดว่าHyperloop One จะทำได้อยู่ 1200 กิโลเมตร / ชั่วโมง เรียกว่าเราสามารถเดินทางข้ามจังหวัดภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น จังหวัดที่อยู่ใกล้เราแต่ไม่มีสนามบินก็สามารถนำเจ้าHyperloop One นี้มาทดแทนได้อย่างสบาย ๆ

เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่

ทั้งนี้นวัตกรรมนี้ยังไม่เกิดขึ้นที่ไทยเพราะยังไม่มีการอนุมัติให้สร้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามแต่หากที่ยานพาหนะใหม่นี้การเดินทางในประเทศไทยคงมีความสนุกมากขึ้น ผู้คนจะสามารถเดินทางจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดได้ง่ายมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวตลอดเวลา ทำให้สามารถลดการจราจรติดขัดลงไปได้บ้าง มาดูถึงต้นกำเนิดของไอเดียการเริ่มต้นคิดค้นHyperloop One กันดีกว่า

HyperloopOne เทคโนโลยีการเดินทางแบบใหม่ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม คิดขึ้นครั้งแรกโดย Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Space X และ Tesla ตอนนั้นยังเป็นเพียงทฤษฎีที่ยังไม่มีใครนำมาทำจริง เปิดเผยไอเดียนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2013 และพร้อมแบ่งปันให้บริษัทไหนที่สนใจสามารถนำเอาไปต่อยอดได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้มีบริษัทใหญ่ถึงสามบริษัทด้วยกันให้ความสนใจและกำลังดำเนินการในการสร้างเจ้าHyperloop One ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

Hyperloop One เทคโนโลยี

โดยบริษัททั้งสามได้แก่ The Boring Company ที่เป็นของ Elon Musk เอง, HyperloopTransportation Technology และ Virgin HyperloopOne ที่เป็นบริษัทย่อยออกมาเพื่อสร้างเจ้าHyperloop One โดยเฉพาะ ทั้งนี้คาดว่าเวลาในการพัฒนาน่าจะอีกนานพอสมควรเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เคยมีมาก่อน มีเพียงไอเดียและแผนภาพคร่าว ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตามทาง Virgin HyperloopOne ออกมาบอกแพลนแล้วว่าน่าจะสร้างเสร็จและออกมาให้ยลโฉมกันในปี 2021 นี้ อีกไม่นาเกินรอเลยล่ะ

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ แบลกชาร์ก เทคโนโลยีจากบริษัทเสียวหมี่ โทรศัพท์เพื่อใช้เล่นเกมเมอร์โดยเฉพาะ

Continue Reading

แบลกชาร์ก เทคโนโลยีจากบริษัทเสียวหมี่ โทรศัพท์เพื่อใช้เล่นเกมเมอร์โดยเฉพาะ

แบลกชาร์ก

                แบลกชาร์ก ในโลกที่ใคร ๆ ก็พกโทรศัพท์มือถือนั้น การเล่นเกมโทรศัพท์จึงเป็นเรื่องปกติในปัจจุบันจนทำให้ทางค่ายอย่างเสียวหมี่ได้ผลิตโทรศัพท์เพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะอย่างแบลคชาร์ก ซึ่งออกมาเป็นรุ่นที่สามแล้วในปี 2020 ซึ่งเป็นโทรศัพท์ที่เกมเมอร์ต่างชื่นชมถึงความสามารถของตัวเครื่องและอุปกรณ์ที่นำมาช่วยเหลือให้ผู้เล่นเอาชนะคู่แข่งได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เองทำให้แบลคชาร์กกลายเป็นมือถือที่น่าจับตามองสำหรับคนเล่นเกม

แบลกชาร์ก

แบลกชาร์ก ความสามารถของตัวเครื่องและอุปกรณ์ที่นำมาช่วยเหลือให้ผู้เล่นเอาชนะคู่แข่งได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม

                ทางแบลกชาร์กรุ่นที่สามนี้ได้เปิดตัวในเดือนมีนาคมปี 2020 ในประเทศจีน โดยใช้ชิพ Snapdragon 865 ซึ่งถือเป็นซีพียูตัวแรงในฝั่งแอนดรอยด์ที่มาพร้อมกับความจำของแรมที่ 8 GB ซึ่งช่วยให้เกมไหลลื่นมากขึ้น นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือเกมมิ่งยังมีความเร็วหน้าจออยู่ที่ 90 เฮิร์ตพร้อมสีอโมเลตที่ช่วยให้ภาพสวยและไหลลื่นกว่าโทรศัพท์ทั่วไปที่มักจะอยู่ที่ 60 เฮิร์ตเท่านั้น รวมถึงการปรับแสงหน้าจอที่ใช้งานได้ดีในที่แดดจัดอีกด้วย

แบลกชาร์กในปี 2020

                ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาช่วยเหลือในการเล่นเกมของแบลคชาร์กนั้น เหล่าเกมเมอร์สามารถใช้งานจอยเสริมเป็นปุ่มหมุนรอบทิศทาง 360 องศารวมถึงพัดลมระบายความร้อนที่ช่วยให้อุณหภูมิของโทรศัพท์ไม่สูงจนเป็นปัญหาต่อการเล่น รวมถึงโทรศัพท์เครื่องนี้สามารถใช้งานปุ่มลัดเพื่อแตะหน้าจอด้านบนเพื่อใช้แทนปุ่ม L R บนจอยสติ๊กได้ และการทัชหน้าจอที่ไว้กว่าโทรศัพท์โดยทั่วไปถึงสามเท่า จึงไม่แปลกใจที่แบลคชาร์กจะครองใจเกมเมอร์ในปัจจุบัน

แบลกชาร์กใช้เล่นเกมเมอร์

                สำหรับคนที่สนใจแบลคชาร์กจากเสี่ยวมี่ก็สามารถจับจองกันได้ตามร้านค้าออนไลน์ทั่วไป โดยราคาจะอยู่ที่ 18,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกกว่าโทรศัพท์เรือธงของแบรนด์อื่นๆ ที่คุณภาพในการเล่นเกมอาจสู้เจ้าฉลาดดำตัวนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ อีกทั้งการใช้งานจอยต่าง ๆ และปุ่มกดพิเศษที่ทำให้เหล่าเกมเมอร์ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เทรนด์เทคโนโลยี เข้ากับยุคสมัย ที่บอกเลยว่ากำลังมาแรง น่าสนใจสุด ๆ ไม่ควรพลาด

Continue Reading

เทรนด์เทคโนโลยี เข้ากับยุคสมัย ที่บอกเลยว่ากำลังมาแรง น่าสนใจสุด ๆ ไม่ควรพลาด

เทรนด์เทคโนโลยี

          เทรนด์เทคโนโลยี ว่าด้วยเรื่องของเทรนด์เทคโนโลยีที่ทุกวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยและยังมีการปรับใช้เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น วันนี้แอดอยากที่จะมา แนะนำ 3 เทรนด์เทคโนโลยี ที่บอกเลยว่ากำลังมาก น่าสนใจสุด ๆ ใครที่เป็นสายเทคโนโลยีต้องไม่ควรพลาด

เทรนด์เทคโนโลยี

แนะนำ 3 เทรนด์เทคโนโลยี กับการทำงานแบบอัตโนมัติ จะมีอะไรบ้าง ?

เทรนด์เทคโนโลยีที่มาแรงมาก ๆ บอกเลยว่าน่าใช้งานสายเทคโนโลยีไม่ควรพลาด เทคโนโลยีแรกที่อยากจะมาแนะนำ คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสั่งงาน ซึ่งต้องอกเลยว่าเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงไป บอกเลยว่าไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียง สั่งงานจากการพูด ให้มีการทำงานแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มาใช้กับการสั่งการอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก็ดี หรือว่าเป็นเทคโนโลยที่มาเพิ่มความน่าสนใจแบบใหม่ ๆ ทั้งระบบ VR และ AR ต่าง  ๆ

เทคโนโลยีที่ใช้ในการสั่งงาน

เทคโนโลยีที่สองที่อยากจะมาแนะนำ คือ คอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานได้เร็วแรงมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ทั้งมนเรื่องของความเร็วจากตัวเครื่องและความเร็วจากการใช้งานอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันก็มาการพัฒนาไปค่อนข้างใกล้และใช้งานได้ดี

คอมพิวเตอร์ที่สามารถทำงานได้เร็วแรง

เทคโนโลยีที่สามที่อยากจะมาแนะนำ คือ แพลตฟอร์ม เป็นอีกเทคโนโลยีที่มาช่วยในส่วนของการเชื่อมต่อของผู้คน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ทั้งบริการ อาหาร หรือข้อมูลต่าง ๆ

แพลตฟอร์ม

          ทั้งหมดก็เป็นเทคโนโลยีที่ดีและมีความน่าสนใจสุด ๆ ในเรื่องของเทรนด์ใหม่ ๆ ต้องบอบกเลยว่าเรื่องของเทคโนโลยีมีการพัฒนา  เราต้องมีการพัฒนาและตามให้ทันในเรื่องของเทคโนโลยี

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ การพัฒนาระบบ Mobility-as-a-Service (MaaS) จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่น

Continue Reading

การพัฒนาระบบ Mobility-as-a-Service (MaaS) จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่น

Mobility-as-a-Service (MaaS)

Mobility-as-a-Service (MaaS) คือระบบการขนส่งและการเดินทางในอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นของผู้คน ขณะนี้เป็นเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนทั่วโลก เนื่องจากการเดินทางคือส่วนหนึ่งในชีวิต และการช่วยเหลือผู้คนให้สามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว ช่วยร่นเวลาจากการเดินทางก็เป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคที่เร่งรีบเช่นนี้ต้องการ ทางประเทศญี่ปุ่นผู้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีก็ใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อช่วยเหลือผู้คนในประเทศให้สามารถกำหนดการเดินทางของตัวเองได้อย่างแม่นยำนั่นเอง การพัฒนาระบบMobility-as-a-Service (MaaS) จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่น

Mobility-as-a-Service (MaaS)

Mobility-as-a-Service (MaaS) เป็นเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นของผู้คน

การพัฒนาระบบMobility-as-a-Service (MaaS) จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่น บริษัท JUNPUZI ที่บริหารโดยนายฮิโรโซ โยชิโตมิ เล็งเห็นถึงความสำคัญทางด้านการคมนาคมที่สะดวกสบายจึงได้พัฒนาการเดินทางของผู้คนให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยการโดยสาร รวมถึงระบบขนส่งของทางบริษัทมีมานานกว่าเก้าปี และมีผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดโตเกียวและจังหวัดอื่น ๆ

โดยรอบที่หันมาใช้บริการการเดินทางและระบบขนส่งจากทางบริษัท ขณะนี้มีผู้คนที่ใช้บริการทาง JUNPUZI กว่าเจ็ดหมื่นคนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นความประสบความสำเร็จของทางบริษัทเลยล่ะ สาเหตุหลัก ๆ ที่บริการของทาง JUNPUZI เป็นที่นิยมก็เพราะประสิทธิภาพและความเร็วในการขนส่งที่มีมากกว่าบริษัทเอกชนหรือการคมนาของรัฐแม้จะพอกำหนดเวลาได้แต่ก็ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง

Mobility-as-a-Service

การพัฒนาระบบ Mobility-as-a-Service จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่น ได้สร้างระบบการขนส่งและเดินทางที่เรียกว่า Convenicle ที่ย่อมาจากคำว่า Convenience ที่หมายถึงความสะดวกสบาย และคำว่า Vehicle ที่หมายถึงยานพาหนะ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งนี้ทางบริษัทต้องการที่จะพัฒนาความสามารถของ Convenicle ให้มากขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้ของมูลเกี่ยวกับการเดินทางที่รวดเร็วที่สุด

ทำให้ระบบการเดินทางและขนส่งของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาได้ร่วมมือกับบริษัท TOSHIBA บริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สร้างผลผลิตเกี่ยวกับเทคโนโลยีออกมาให้ผู้คนได้ใช้ยาวนานกว่า 140 ปี ทาง TOSHIBA มีเทคโนโลยีเอไอที่มีชื่อว่า SATLYS เป็นฐานข้อมูลที่คอยรวบรวมและประมวลผลของสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการเดินทางในชีวิตประจำวัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยพัฒนา Convenicle ของทางบริษัท JUNPUZI ได้เป็นอย่างดี

Mobility-as-a-Service (MaaS)

การพัฒนาระบบ Mobility-as-a-Service จากบริษัท JUNPUZI ประเทศญี่ปุ่นคาดว่าคงสามารถก้าวหน้าไปได้อีกไกล โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีของโลกก้าวกระโดดมากยิ่งขึ้นและผู้คนก็ให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และรู้สึกถึงความสะดวกสบายหลังจากที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตพื้นฐานในยุคปัจจุบัน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ ญี่ปุ่นเตรียมเฮ หลังมีการจัดตั้งหน่วยอวกาศ ที่รอรับมือการคุกคามจาก เทคโนโลยีทางอวกาศ

Continue Reading

ญี่ปุ่นเตรียมเฮ หลังมีการจัดตั้งหน่วยอวกาศ ที่รอรับมือการคุกคามจาก เทคโนโลยีทางอวกาศ

เทคโนโลยีทางอวกาศ

เทคโนโลยีทางอวกาศ บอกก่อนเลยนะคะว่านาน ๆ ทีจะมีข่าวเทคโนโลยีในเรื่องของการจัดตั้งหน่วยอวกาศเป็นที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะคะสำหรับตอนนี้ก็เป็นที่น่าจับตามองกันอย่างมากสำหรับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นในตอนนี้ ที่ได้มีการประกาศจัดตั้งหน่วยป้องกันทางอวกาศ และสถานีอวกาศต่าง ๆ พร้อมกับอุปกรณ์ขีปนาวุธ ที่จะเตรียมพร้อมและรับมือกับเทคโนโลยีทางอวกาศ คราวนี้พลเมืองญี่ปุ่นเตรียมเฮหลังมีการจัดตั้งหน่วยอากาศที่รอรับมือการคุกคามจากเทคโนโลยีทางอวกาศ ถือว่าข่าวนี้เป็นข่าวเทคโนโลยีข่าวหนึ่งที่น่าสนใจกันเป็นอย่างมากเลยนะคะสำหรับปี 2020 ไปค่ะเราจะไปดูกันว่าพลเมืองญี่ปุ่นและนายกรัฐมนตรีจะมีการจัดเตรียมการจัดตั้งหน่วยอวกาศได้มีความพร้อมในระดับไหนไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

เทคโนโลยีทางอวกาศ

ญี่ปุ่น ประกาศจัดตั้งหน่วยป้องกัน เทคโนโลยีทางอวกาศ และสถานีอวกาศต่าง ๆ พร้อมกับอุปกรณ์ขีปนาวุธ

สำหรับนายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่นได้มีการวางแผนและการประกาศให้กับพลเมืองได้รู้หลังจากที่ถูกคุกคามทางอวกาศและอากาศเป็นเวลานานดังนั้นจึงมีการหารือกันและตัดสินใจว่าจะจัดตั้งหน่วยป้องกันทางอากาศเพื่อป้องกันอันตรายและภัยคุกคามจากอวกาศพร้อมกับมีการซื้อและเสริมสร้างขีปนาวุธ พร้อมกับอาวุธเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างหนักหน่วง ครั้งนี้ซึ่งทำให้หน่วยปฏิบัติการด้านอากาศของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเทคโนโลยีทางอวกาศ

จึงต้องมีการเริ่มวางแผนและการเผชิญหน้ากับการจัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยในประเทศของตัวเอง แต่ครั้งนี้พลเมืองญี่ปุ่นก็เตรียมตัวเฮกันเลยค่ะ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่าให้งบในการจัดสรรประมาณ 51,000 ล้านเยน ก็ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะกันเลยทีเดียวนะคะสำหรับการก่อสร้างสถานีอวกาศในครั้งนี้ แต่ก็แลกมาด้วยกับสถานีอวกาศและอุปกรณ์การป้องกันภัยการคุกคามต่างๆที่ประเทศญี่ปุ่นจะต่างเฝ้ารอคอยที่จะมีการป้องกันภัยคุกคามและตั้งรับกันมาเป็นเวลานานพอสมควรค่ะ

เทคโนโลยีทางอวกาศญี่ปุ่น

พลเมืองญี่ปุ่นเตรียมเฮหลังมีการจัดตั้งหน่วยอวกาศที่รอรับมือการคุกคามจากเทคโนโลยีทางอวกาศด้วยเหตุผลที่ประเทศญี่ปุ่นจะต้องมีการจัดตั้งและอวกาศนั้นสาเหตุหลักเลยก็เพื่อมีการป้องกันการคุกคามประกาศและการพบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและดาวสอดแนมหรือดาวเทียมที่ต่างประเทศได้นำเข้ามาแขวนในวงโคจรของประเทศญี่ปุ่น โดยได้รับการ ขั้นเด็ดขาดจากนายกรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชาการของหน่วยปฏิบัติการทางอากาศในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีอีกครั้งหนึ่งสำหรับคนละเมืองเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Ant Group ซุปเปอร์มาร์เก็ตทางการเงินของประเทศจีนที่ถูกสร้างโดย jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba

Continue Reading

Ant Group ซุปเปอร์มาร์เก็ตทางการเงินของประเทศจีนที่ถูกสร้างโดย jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba

Ant Group

Ant Group เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลอุตสาหกรรมการเงินทางอินเตอร์เน็ตที่สร้างขึ้น Jack Ma เจ้าของ Alibaba แพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ยอดนิยมของประเทศจีน โดยการตั้งชื่อบริษัทนี้มาจากความเชื่อที่ว่า “เล็กสวยและมีพลัง” ซึ่งAnt Group ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการให้บริการชำระเงินในอาณาจักรการชอปปิ้งออนไลน์อย่าง Alibaba ของ Jack Ma นั่นเอง

Ant Group

Ant Group ถือได้ว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกี่ยวกับการเงินและการลงทุนที่หลากหลาย

อีกทั้งAnt Group จะทำหน้าที่คล้ายกับซุปเปอร์มาร์เกตทางการเงิน เพราะจะเต็มไปด้วยบริษัทที่ให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงินและการลงทุนที่หลากหลาย อย่างเช่น Alipay Yu’e Bao Sesame Credit และ Bangnitou โดยAnt Groupถือได้ว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนด้วยเช่นกัน

โดยAnt Groupได้รวบรวมระบบการเงินที่เกี่ยวข้องธุรกรรมทางการเงินในประเทศจีน ตั้งแต่บัญชีการลงทุนและผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ขนาดเล็ก ไปจนถึงการประกันภัย การสะสมคะแนน หรือแม้แต่ข้อมูลสำหรับการหาคู่ก็มีอยู่ในAnt Groupด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันAnt Groupเป็นบริษัทที่มูลค่าทางการตลาดถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

จุดเริ่มต้นของAnt Group นั้นเริ่มมาจาก Jack Ma ต้องการหาช่องทางการชำระเงินที่จะช่วยสนับสนุนคนจีนทุกกลุ่มสามารถซื้อขายออนไลน์ผ่าน Alibaba ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ดังนั้น Jack Ma จึงได้สร้าง Alipay เพื่อให้บริการรับชำระเงินให้กับ Alibaba โดยปัจจุบัน Alipay มีผู้ใช้งานประมาณ 711 ล้านคนต่อเดือน และในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีการชำระเงินถึง  118 ล้านล้านหยวน

jack Ma

ทั้งนี้ Alipay มีสัดส่วนถึง 55% ของตลาดการชำระเงินผ่านมือถือของประเทศจีนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 ในขณะที่ WeChat Pay และกระเงินเงิน QQ ของ Tencent มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 40% นอกจากการให้บริการชำระเงินทางออนไลน์แล้ว Alipay ยังมีบริการในการเรียกดูและเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัย การชำระบิลต่างๆ การรับเงินกู้ และการลงทุนในตลาดเงิน

ด้วยAnt Group ได้รับการยกย่องให้เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตทางการเงิน ดังนั้นจึงมีแอพพลิเคชั่นทางการเงินอีกตัวที่Ant Group ให้บริการ อย่างเช่น หยูเอ๋อ เป่า (Yu’e Bao) เป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเกี่ยวกับการบริหารความมั่งคั่งที่เปิดตัวเมื่อปี 2013 ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำเงินที่เหลือไปลงทุนในกระเป๋าเงินดิจิทัลได้

โดยใช้จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุนเพียง 1 หยวน เท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประมาณ 49 ล้านคนและมีเงินฝาก 2.5 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพราะการลงทุนในแบบเดิมที่ผ่านธนาคารนั้นจะต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำ 50,000 หยวน 

Alibaba

นอกจากนี้ยังมี Sesame Credit ที่เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับสะสมคะแนนเกี่ยวกับเครดิตทางการเงินเพื่อใช้สำหรับยื่นกู้เงินกับAnt Group และ Bangnitou เป็นบริการที่ปรึกษาการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ เป็นการร่วมทุนกับ Vanguard Bangnitou ที่แปลว่า “ช่วยคุณลงทุน”

โดยใช้อัลกอริทึมมาช่วยจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้โดยอัตโนมัติ ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 800 หยวน (118 เหรียญ) ซึ่งเพียงสามเดือนหลังจากการเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่าน Bangnitou มีลูกค้าใหม่ประมาณ 200,000 ราย

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ เรียลมี กับสุดยอดความเร็วของจอโทรศัพท์ ที่มีอัตรารีเฟรชสูงกว่าโทรศัพท์ของค่ายอื่น ๆ

Continue Reading

เรียลมี กับสุดยอดความเร็วของจอโทรศัพท์ ที่มีอัตรารีเฟรชสูงกว่าโทรศัพท์ของค่ายอื่น ๆ

เรียลมี

                เรียลมี ในวงการโทรศัพท์มือถือที่ก้าวไกลจนผู้คนทั่วไปอาจตามไม่ทัน โดยเฉพาะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เน้นใช้กล้องถ่ายรูปเป็นส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกชอบที่ได้รูปสวยจากมือถือรุ่นต่าง ๆ แต่ทว่าในส่วนของบริษัทเรียลมีที่นอกจากจะผลิตโทรศัพท์ที่มีกล้องหลากหลายความละเอียดแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่พวกเขาพยายามชูขึ้นมาก็คือความเร็วหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชสูงกว่าโทรศัพท์ของค่ายอื่น ๆ จนเป็นจุดขายของเรียลมีจนถึงปัจจุบัน

 เรียลมี

เรียลมี ที่ได้เปิดตัวรุ่น X2 Pro ที่เป็นการเปิดตัวความเร็วหน้าจอสูงถึง 90 เฮิร์ตซ์ เป็นครั้งแรก

                หากพูดถึงยักษ์ใหญ่ในวงการโทรศัพท์แล้ว หลายคนคงต้องคิดถึงไอโฟนเสมอ โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจนกระทั่งในช่วงหลังที่วงการโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ได้พัฒนาขึ้นมาอย่างมาก อย่างเช่นบริษัทเรียลมีที่ได้เปิดตัวรุ่น X2 Pro ที่เป็นการเปิดตัวความเร็วหน้าจอสูงถึง 90 เฮิร์ตซ์เป็นครั้งแรกของบริษัท มาพร้อมกับหน้าจอแบบซุปเปอร์อโมเลดที่ทำให้การแตะหน้าจอมีความนุ่มนวลมากขึ้น

มือถือ เรียลมี

                หลังจากที่กระแสตอบรับของหน้าจอ 90 เฮิรตซ์ของเรียลมีออกมาได้อย่างดีทำให้ทางค่ายมือถือจากเสินเจิ้นได้ออกโทรศัพท์มือถือที่มีความเร็วหน้าจอสูงเกินรุ่น X2 Pro ออกมาอย่าง X7 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวออกมาในเดือนกันยายนปี 2020  โดยอัตรารีเฟรชหน้าจอของเรียลมีตัวใหม่นี้จะอยู่ที่ 120 เฮิร์ตซึ่งเป็นความเร็วเทียบเท่ากับโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธงของพี่ใหญ่ซัมซุงกาแลคซี่เอส 20 เลยนั่นเอง

มือถือ เรียลมี ราคาย่อมเยา

                ด้วยการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วของโทรศัพท์แอนดรอยด์นั่นเอง ทำให้ค่ายโทรศัพท์มือถือทางฝั่งนี้จึงพยายามผลิตสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้อย่างเช่นเรียลมี X2 Pro ที่เปิดตัวในราคาเพิ่งหมื่นต้น ๆ เท่านั้น ส่วนทางด้าน X7 Pro มือถือรุ่นน้องที่ตามออกมาทีหลังก็คงมาถึงประเทศไทยในราคาที่ไม่หนีกันอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Smart Watch สุดเจ๋ง ชนิดที่ว่า “ของมันต้องมี” สายแนวสปอร์ตต้องห้ามพลาดเด็ดขาด !!

Continue Reading

Smart Watch สุดเจ๋ง ชนิดที่ว่า “ของมันต้องมี” สายแนวสปอร์ตต้องห้ามพลาดเด็ดขาด !!

Smart Watch สุดเจ๋ง

            Smart Watch สุดเจ๋ง อุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีปัจจุบันนั้นมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับมนุษย์เพิ่มมาขึ้น หนึ่งในนั้นคือ สมาร์ทวอชที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยสมาร์ทวอชนั้นมีคุณสมบัติหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อรับ-ส่งข้อมูล รับสายโทรเข้าโทรออก ดูหนังฟังเพลง ชนิดที่คุณแทบไม่ต้องจับสมาร์ทโฟนอีกเลยก็ยังได้ ยิ่งสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพเพิ่มขึ้น มีทั้งฟังก์ชั่นสำหรับวัดระดับก้าวเดินในแต่ละวัน การนอนหลับพักผ่อน รวมไปถึงระดับออกซิเจนในเลือดได้อีกด้วย 3 อันดับสมาร์ทวอช ชนิดเทพเรียกพี่ สายสปอร์ตห้ามพลาด มีดังนี้

Smart Watch สุดเจ๋ง

3 อันดับ Smart Watch สุดเจ๋ง ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของสุขภาพเพิ่มขึ้น และยังมีประโยชน์มาก ๆ อีกด้วย

1. Apple Watch Series 5 GPS เป็นสมาร์ทวอชที่ผลิตขึ้นในปี 2019 แม้ว่าปัจจุบันจะมี Apple Watch Series 6 และ SE ออกเป็นรุ่นใหม่มาแล้ว แต่ความเจ๋งของ Apple Watch Series 5 นั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คุณสมบัติจัดเต็มทั้งด้านสุขภาพไม่ว่าจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจ นับก้าวการวิ่ง/เดิน การเผาผลาญแคลอรี่ หน้าจอยังแสดงผลได้สูงสุด 18 ชั่วโมง ในรูปแบบ Retina มีระบบแจ้งเตือนสายโทรเข้า-ออก และยังมีระบบ SOS หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมการถ่ายภาพระยะไกลและยังสามารถกันน้ำได้ ราคาอาจจะดูสูงมากแต่รับรองความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการทำงานที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ

Apple Watch Series 5 GPS

2. Garmin Forerunner 245 Music สุดยอดของสมาร์ทวอช ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Garmin โดยรุ่น Forerunner 245 Music มาพร้อมกับฟังก์ชั่นเพื่อนักวิ่งอย่างแท้จริง น้ำหนักเบา ดีไซน์สปอร์ต และแบตเตอรี่อึดทนนานถึง 7 วัน มีความชัดและรายละเอียดหน้าจอสูง

สามารถใช้ได้ทั้งนักวิ่งในระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ มีฟังก์ชั่น Garmin Coach ที่คำนวณการฝึกฝนให้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ประมวลผลแม่นยำรวดเร็ว ในส่วนความบันเทิงก็สามารถอัดเพลงได้สูงสุด 500 เพลงและเปิดใช้งานพร้อมกับ GPS ได้ติดต่อกันนาน 6 ชั่วโมง

Garmin Forerunner 245 Music

3. Xiaomi Mi Band 4 แบรนด์หนึ่งในใจของใครหลายคน ผลิตโดยประเทศจีนที่ปัจจุบันมีสินค้าเกี่ยวกับทั้งเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมาย ดีไซน์เรียบง่าย กันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ที่สำคัญราคาสบายกระเป๋า เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานสมาร์ทวอชตัวแรก ฟังก์ชั่นเพื่อสุขภาพครบครัน รองรับระบบสัมผัสหน้าจอ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทั้งระบบ IOS และ Andriod จุดเด่นอีกอย่างของ Xiaomi Mi Band 4 คือเรื่องของอึดของแบตเตอรี่ในการชาร์จเพียง 1 ครั้งแต่จะใช้งานได้นานถึง 20 วัน และมีสีให้เลือกมากถึง 5 สีด้วย

Xiaomi Mi Band 4

            หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสมาร์ทวอชตัวเจ๋งอยู่ 3 อันดับสมาร์ทวอชยอดนิยมนี้ ต้องเป็นหนึ่งในลิสต์ที่คุณควรจับจองเป็นเจ้าของ ไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่ง รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่ต้องเสียไปอย่างแน่นอน

ที่มาบทความ https://th.priceprice.com/mobilephone/news/recommended-smartwatch-8123/

ติดตามข่าวสารอีกมากมายของเราได้ที่ ข่าวไอทีคอมพิวเตอร์ ได้ที่นี่ และ Haunted House เกมบ้านผีสิง เป็นเกมออนไลน์ ที่เราจะต้องทำภารกิจต่าง ๆ แน่นอนว่าต้องสนุก !

Continue Reading